ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมช่วงนี้ถึงปวดท้องบีบๆ เดี๋ยวถ่ายเหลว เดี๋ยวก็ท้องผูก

คนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาหมอในห้องตรวจมักจะเริ่มด้วยประโยคทำนองว่า รู้สึกไม่สบายท้องมาเป็นพักๆ เดี๋ยวก็ท้องเสีย เดี๋ยวก็ถ่ายไม่ออก แถมยังมีอาการปวดเกร็งเป็นระยะ บางคนกังวลว่าเป็นมะเร็งลำไส้หรือเปล่า ซึ่งจริงๆ แล้วอาการปวดท้องเกร็งและท้องเสียสลับท้องผูกที่ว่านี้ มักเป็นสัญญาณของภาวะที่เรียกว่า ลำไส้แปรปรวน หรือ IBS (Irritable Bowel Syndrome) ซึ่งเกิดจากการที่ระบบการทำงานของลำไส้เกิดความผิดปกติในการบีบตัวจนส่งผลต่อการขับถ่าย

ลำไส้ทำงานผิดจังหวะจนเกิดอาการได้อย่างไร

ตามปกติลำไส้ของเราจะมีการบีบตัวเป็นจังหวะเพื่อเคลื่อนย้ายกากอาหาร แต่ในคนที่มีภาวะนี้ ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของลำไส้อาจจะไวต่อสิ่งเร้ามากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นความเครียด อาหารบางประเภท หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ส่งผลให้ลำไส้บีบตัวแรงและเร็วกว่าปกติจนเกิดอาการปวดเกร็งและท้องเสีย หรือในทางกลับกัน บางจังหวะลำไส้อาจจะหยุดนิ่งจนทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมา ซึ่งเป็นวงจรที่คอยกวนใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

ความเครียดกับลำไส้เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ลำไส้ถูกเรียกว่าเป็นสมองที่สองของร่างกาย เพราะมีเครือข่ายระบบประสาทจำนวนมาก เมื่อเราเผชิญกับความเครียดหรือความวิตกกังวล ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้คนไข้ที่มีอาการลำไส้แปรปรวนมักจะพบว่าอาการปวดท้องเกร็งและท้องเสียสลับท้องผูกมักจะกำเริบหนักในช่วงที่งานยุ่งหรือมีความเครียดสะสม

ปรับพฤติกรรมการกินเพื่อลดอาการปวดเกร็ง

การดูแลตัวเองเริ่มต้นที่มื้ออาหาร หมอแนะนำให้ลองปรับตามนี้ดูครับ:

  • เลี่ยงอาหารประเภทนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม หากพบว่าย่อยยากและทำให้ท้องอืด
  • ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม เพราะส่งผลกระตุ้นลำไส้โดยตรง
  • เน้นอาหารที่มีกากใยให้เหมาะสม แต่ค่อยๆ เพิ่มปริมาณเพื่อไม่ให้ลำไส้ปรับตัวไม่ทัน
  • หมั่นสังเกตว่าอาหารชนิดไหนที่กินแล้วมีอาการผิดปกติ แล้วค่อยๆ งดหรือลดอาหารชนิดนั้น

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ไม่ใช่แค่ลำไส้แปรปรวนและต้องรีบพบหมอ

แม้ว่าอาการปวดท้องเกร็งและท้องเสียสลับท้องผูกส่วนใหญ่มักจะเป็นลำไส้แปรปรวน แต่มีอาการบางอย่างที่หมออยากให้สังเกตเป็นพิเศษ หากพบอาการเหล่านี้ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรมาตรวจวินิจฉัยให้ละเอียดครับ:

  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายออกมามีมูกปน
  • มีไข้ร่วมกับการปวดท้อง
  • อาการปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรบกวนการนอนหลับ
  • คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

การเข้าใจกลไกของร่างกายและการปรับไลฟ์สไตล์ให้สมดุลคือหัวใจสำคัญของการจัดการภาวะลำไส้แปรปรวน หากอาการยังคงรบกวนการใช้ชีวิต ไม่ควรซื้อยาทานเองต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ควรเข้ามาปรึกษาเพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุดครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down