เวลาที่พูดถึงเรื่องการดูแลสุขภาพ หลายคนมักจะนึกถึงการกินอาหารให้ครบห้าหมู่ การนอนหลับพักผ่อน หรือการออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่มีเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งที่เรามักจะมองข้ามไปจนกว่าจะล้มป่วย นั่นก็คือเรื่องของภูมิคุ้มกันโรค และวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันนี้ให้ร่างกายโดยไม่ต้องรอให้ป่วยหนัก ก็คือการฉีดวัคซีนครับ
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้มานาน ผมมักจะเจอคำถามบ่อยๆ ว่า ทำไมต้องฉีดวัคซีนพื้นฐานซ้ำๆ แล้ววัคซีนเสริมที่โฆษณากันอยู่มันจำเป็นจริงๆ หรือเปล่า วันนี้เรามาคุยกันแบบสบายๆ เหมือนพี่น้องเล่าให้ฟัง เพื่อทำความเข้าใจเรื่องการป้องกันด้วยวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนทางเลือกอื่นๆ ที่จะช่วยปกป้องตัวเราและคนที่เรารักกันครับ
ความแตกต่างระหว่างวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม
หลายคนอาจจะสับสนว่าวัคซีนสองกลุ่มนี้ต่างกันอย่างไร ทำไมอันหนึ่งรัฐบาลถึงแจกให้ฟรี แต่อีกอันต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง
วัคซีนพื้นฐาน คือวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เด็กไทยทุกคน หรือกลุ่มเป้าหมายหลักต้องได้รับ เป็นโรคติดต่ออันตรายที่เคยคร่าชีวิตคนมานักต่อนัก เช่น วัคซีนป้องกันวัณโรค ตับอักเสบ บี คอตีบ ไอกรน บาดยักษ์ โปลิโอ และหัด วัคซีนเหล่านี้มีความจำเป็นขั้นพื้นฐานเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชากรทั้งประเทศ
ส่วนวัคซีนเสริม คือวัคซีนที่ไม่ได้บังคับ แต่แพทย์มักจะแนะนำให้ฉีดเพิ่มตามช่วงอายุ ไลฟ์สไตล์ หรือความเสี่ยงเฉพาะตัว เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีนงูสวัด วัคซีนกลุ่มนี้ช่วยอุดรอยรั่วของภูมิคุ้มกันที่เราอาจจะเจอในชีวิตประจำวัน
ทำไมวัคซีนพื้นฐานถึงยังจำเป็นแม้อายุจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าวัคซีนเป็นเรื่องของเด็กเล็ก พอโตมาแล้วร่างกายคงแข็งแรงพอที่จะสู้กับโรคได้เอง ความจริงคือภูมิคุ้มกันบางตัวที่เคยฉีดตอนเด็ก มันลดระดับลงตามกาลเวลาครับ
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือวัคซีนคอตีบและบาดยักษ์ ที่เราควรต้องฉีดกระตุ้นทุกๆ สิบปี แต่เชื่อไหมว่าผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเข็มสุดท้ายคือเมื่อไหร่ การปล่อยให้ภูมิคุ้มกันตกหล่น ทำให้ผู้ใหญ่อย่างเรากลายเป็นพาหนะในการนำโรคกลับไปติดเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่บ้านได้โดยไม่รู้ตัว
วัคซีนเสริมตัวไหนบ้างที่คนทำงานและผู้ใหญ่อยควรมีติดตัว
เมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ความเสี่ยงก็เปลี่ยนตาม วัคซีนเสริมจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญมากในการช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวล
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ควรฉีดทุกปี เพราะเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา การฉีดปีนี้ไม่ได้แปลว่าจะคุ้มครองไปถึงปีหน้า
- วัคซีนเอชพีวี (HPV): ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ควรฉีด ผู้ชายก็ฉีดได้เพื่อป้องกันโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสตัวนี้และลดการแพร่เชื้อ
- วัคซีนปอดอักเสบ: สำคัญมากสำหรับคนที่มีโรคประจำตัวและผู้สูงอายุ เพราะถ้าติดเชื้อปอดอักเสบขึ้นมา อาการมักจะรุนแรงกว่าคนทั่วไป
- วัคซีนงูสวัด: เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุห้าสิบปีขึ้นไป ช่วยลดความเจ็บปวดทรมานจากอาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด
เข้าใจความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีน
เวลาพูดถึงการฉีดวัคซีน หลายคนมักจะกังวลเรื่องผลข้างเคียง เช่น กลัวเป็นไข้ กลัวปวดแขน หรือกลัวข่าวสารในอินเทอร์เน็ตที่บอกว่าฉีดแล้วอันตราย
ในทางการแพทย์ อาการข้างเคียงเล็กน้อยหลังฉีด เช่น ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด หรือมีไข้ต่ำๆ เป็นสัญญาณปกติที่บอกว่าระบบภูมิคุ้มกันของเรากำลังทำงานและสร้างเม็ดเลือดขาวขึ้นมาต่อ Aสู้กับสิ่งแปลกปลอม มันไม่ใช่ความผิดปกติที่น่ากลัว ยกเว้นแต่มีอาการแพ้รุนแรงซึ่งพบได้น้อยมากๆ ครับ
การลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
การป้องกันย่อมดี and ถูกกว่าการรักษาเสมอ การเจ็บป่วยแต่ละครั้งนอกจากจะเสียเงินค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังเสียเวลา เสียโอกาสในการทำงาน และบางครั้งอาจทิ้งรอยโรคเรื้อรังไว้ข้างหลัง
การเลือกป้องกันด้วยวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมที่เหมาะสมกับช่วงวัย จึงเป็นการลงทุนครั้งเล็กๆ ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด เพื่อให้เรามีร่างกายที่แข็งแรง พร้อมลุยกับทุกวันของชีวิตได้อย่างมั่นใจครับ