ลูกกินอะไรก็แพ้ แม่เครียดหนักมาก ทำอย่างไรดี?
เวลาที่หมอตรวจเจอเด็กๆ ที่มีปัญหาภูมิแพ้อาหาร สิ่งแรกที่มักจะสัมผัสได้คือความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่ หลายบ้านเครียดจนไม่กล้าให้ลูกกินอะไรเลย กลัวว่ากินไปแล้วจะเกิดอาการแพ้กำเริบ หายใจไม่ออก หรือมีผื่นขึ้นเต็มตัว จนบางครั้งเผลอจำกัดอาหารมากเกินไปจนลูกขาดสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต
จริงๆ แล้ว การดูแลเด็กที่เป็นภูมิแพ้อาหารไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป หากเราเข้าใจหลักการเลือกอาหารและการทดแทนสารอาหารอย่างถูกต้อง หมออยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจเรื่องนี้ไปด้วยกันแบบสบายๆ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตได้สมวัยและมีความสุขกับการกินอาหารครับ
อาหารกลุ่มไหนบ้างที่เจ้าตัวเล็กมักแพ้บ่อย?
ก่อนที่เราจะไปดูเรื่องโภชนาการ เราต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือผู้ร้ายตัวจริงที่กระตุ้นอาการแพ้ในเด็ก โดยอาหารที่พบบ่อยและมักจะเป็นปัญหาหลักมีอยู่ไม่กี่อย่าง ได้แก่:
- นมวัว: เป็นอันดับหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็กเล็ก
- ไข่: โดยเฉพาะไข่ขาว มักทำให้เกิดผื่นลมพิษหรืออาการระคายเคือง
- ถั่วเหลืองและถั่วเปลือกแข็ง: เช่น ถั่วลิสง อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์
- แป้งสาลี: กลุ่มที่มีโปรตีนกลูเตน
- อาหารทะเล: ทั้งปลา กุ้ง ปู และหอย
อาการแพ้ของเด็กแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนแค่มีผื่นขึ้นรอบปาก แต่บางคนอาจมีอาการแน่นหน้าอกหรืออาเจียนร่วมด้วย ซึ่งถ้ารู้แน่ชัดแล้วว่าแพ้อะไร แพทย์มักจะแนะนำให้งดอาหารชนิดนั้นอย่างเด็ดขาดในช่วงแรก
ตัดอาหารที่แพ้ออกไป แล้วสารอาหารที่จำเป็นจะหาจากไหน?
นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอได้ยินบ่อยมาก เมื่อลูกต้องงดนมวัว งดไข่ หรือ'งดอาหาร'กลุ่มหลัก คุณแม่มักจะกลัวว่าลูกจะเตี้ย หรือพัฒนาการช้าลง หลักการสำคัญคือ 'งดตัวที่แพ้ แต่ต้องหาตัวแทนทดแทนสารอาหารให้ครบถ้วน'
ลูกแพ้นมวัว จะเอากลเซียมและโปรตีนมาจากไหน
ถ้าลูกแพ้นมวัว หมอจะไม่แนะนำให้งดนมไปเลยโดยไม่หาทางทดแทน เพราะแคลเซียมสำคัญมากต่อกระดูกและฟัน เราสามารถเปลี่ยนมาใช้นมสูตรพิเศษทางการแพทย์ เช่น นมสูตรย่อยโปรตีนละเอียด (Extensively Hydrolyzed Formula) หรือนมสูตรกรดอะมิโน (Amino Acid-based Formula) ตามคำแนะนำของแพทย์ หรือหากโตพอแล้ว อาจเลือกดื่มนมทางเลือกจากพืชที่เสริมแคลเซียม เช่น นมถั่วลันเตา หรือนมโอ๊ต แต่ต้องเช็กฉลากให้ดีว่าไม่มีส่วนผสมของสารที่แพ้ ส่วนโปรตีนสามารถชดเชยได้จากเนื้อปลา เนื้อหมู หรือเต้าหู้ที่ไม่แพ้
เลี่ยงไข่และแป้งสาลีอย่างไรไม่ให้ขาดพลังงาน
พลังงานและวิตามินบีจากธัญพืชยังหาได้จากข้าวเจ้า ข้าวกล้อง มันเทศ หรือฟักทอง ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ส่วนไข่ซึ่งให้โปรตีนและไขมันดี ก็สามารถทดแทนได้ด้วยเนื้อสัตว์อื่นๆ และไขมันดีจากอะโวคาโดหรือน้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร
เคล็ดลับการอ่านฉลากอาหารให้รอดพ้นจากสารก่อภูมิแพ้
เวลาพาไปซูเปอร์มาร์เก็ต การอ่านฉลากโภชนาการคือเกราะป้องกันด่านแรกที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กภูมิแพ้อาหาร คุณพ่อคุณแม่ต้องฝึกนิสัยมองหาหัวข้อ 'ข้อมูลสำหรับผู้แพ้ออาหาร' ที่มักจะเขียนไว้ท้ายฉลากเสมอ
บางครั้งชื่อส่วนผสมอาจมาในรูปแบบศัพท์ทางเคมีที่อ่านยาก เช่น เคซีน (Casein) เวย์ (Whey) หรือเลซิทิน (Lecithin) ซึ่งทั้งหมดนี้มีที่มาจากนมวัวและถั่วเหลือง หากไม่แน่ใจว่าส่วนผสมนั้นปลอดภัยกับลูกหรือไม่ ควรงดเว้นไว้ก่อน หรือปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
การทำอาหารให้เด็กภูมิแพ้ให้สนุกและปลอดภัย
การเตรียมอาหารให้ลูกที่เป็นภูมิแพ้อาหารอาจจะต้องใช้ความพิถีพิถันมากกว่าปกติสักหน่อย โดยเฉพาะเรื่องการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ในครัว
- แยกเขียงและมีดสำหรับทำอาหารของลูกโดยเฉพาะ ไม่ให้ปะปนกับอาหารของสมาชิกคนอื่นในบ้านที่อาจมีส่วนผสมของสารก่อภูมิแพ้
- ล้างมือและทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัวให้สะอาดทุกครั้งก่อนลงมือทำอาหาร
- ชวนลูกมีส่วนร่วมในการเลือกวัตถุดิบที่ปลอดภัย เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อมื้ออาหาร และไม่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกจากคนอื่น
ตรวจติดตามอาการและประเมินการแพ้ซ้ำกับแพทย์เป็นระยะ
ข่าวดีก็คือ เด็กหลายคนที่เคยมีอาการภูมิแพ้อาหารในช่วงขวบปีแรก เช่น แพ้นมวัวหรือแพ้ไข่ เมื่อลำไส้และระบบภูมิคุ้มกันเติบโตแข็งแรงขึ้น อาการแพ้นั้นมหาศาลจะหายไปเองเมื่อโตขึ้น (Outgrow) เราจึงไม่ควรจำกัดอาหารลูกไปตลอดชีวิตโดยไม่มีการตรวจประเมินซ้ำ
คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและอาจมีการทดสอบภูมิแพ้อาหารซ้ำเป็นระยะ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แพทย์อาจจะเริ่มทดลองให้ทานทีละน้อยในปริมาณที่ควบคุมได้ (Food Challenge) เพื่อดูว่าร่างกายของลูกพร้อมรับอาหารชนิดนั้นกลับมาหรือยัง
การดูแลเด็กที่เป็นภูมิแพ้อาหารอาจต้องอาศัยความใส่ใจและความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ แต่ด้วยโภชนาการที่เหมาะสมและการวางแผนที่ดี ลูกน้อยของคุณจะสามารถเติบโต มีพัฒนาการที่ดี สมวัย และมีความสุขกับการกินอาหารในทุกๆ วันได้อย่างแน่นอนครับ