เวลาที่ตัวร้อนรุมๆ หลายคนมักคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา พักผ่อนเดี๋ยวก็หาย แต่ถ้าผ่านไปเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนแล้ว อุณหภูมิร่างกายยังคงสูงๆ ต่ำๆ อยู่แบบนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องปกติแล้วครับ ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้มานาน ผมมักจะเจอคนไข้ที่มาด้วยอาการไข้เรื้อรังแล้วกังวลใจว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรงอะไรหรือเปล่า วันนี้เรามาคุยกันแบบสบายๆ ถึงวิธีสังเกตอาการไข้เรื้อรัง เพื่อให้เข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้นและรู้ว่าเมื่อไหร่ควรมาหาหมอ
ไข้เรื้อรังแบบไหนที่เรียกว่านานเกินไป?
ในทางการแพทย์ เราไม่ได้ดูแค่ความร้อนที่ปรอทวัดไข้ขึ้นสูงอย่างเดียว แต่เรามองเรื่องของระยะเวลาด้วยครับ ถ้าใครที่มีไข้สูงติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ขึ้นไป หรือบางตำรามองที่ 3 สัปดาห์ โดยที่ตรวจหาสาเหตุเบื้องต้นแล้วยังไม่พบความชัดเจน เราจะจัดกลุ่มนี้ว่าเป็นไข้เรื้อรังหรือไข้ไม่ทราบสาเหตุ
ความยากของไข้เรื้อรังคือ มันไม่ได้แสดงอาการชัดเจนเหมือนไข้หวัดใหญ่ที่มีน้ำูก ไอ หรือเจ็บคอร่วมด้วย แต่อาจจะมาแค่ตัวรุมๆ ตอนเย็น เพลียๆ ไม่มีแรง หรือเหงื่อออกตอนกลางคืน ทำให้หลายคนชะล่าใจปล่อยไว้จนร่างกายทรุดลง
สัญญาณเตือนจากร่างกายที่ต้องรีบเช็ก
เวลาที่ร่างกายมีไข้เรื้อรัง มันมักจะส่งสัญญาณอื่นๆ ร่วมด้วยเสมอ ลองเช็กตัวเองดูครับว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่:
- น้ำหนักลดฮวบโดยไม่ได้ตั้งใจ: ถ้าไม่ได้คุมอาหารหรือออกกำลังกายหนัก แต่น้ำหนักลดลงไปมากกว่าร้อยละห้าของน้ำหนักตัวเดิมภายในไม่กี่สัปดาห์ อันนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ
- เหงื่อออกชุ่มตอนกลางคืน: ตื่นมาแล้วพบว่าเสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทั้งที่ห้องไม่ได้เปิดแอร์ร้อน
- คลำเจอต่อมน้ำโต: บริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ มีก้อนนิ่มๆ หรือแข็งโผล่ขึ้นมาและไม่ยอมยุบ
- มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง: บางครั้งไข้เรื้อรังอาจซ่อนโรคภูมิคุ้มกันตัวเองไว้ ซึ่งมักจะมีผื่นแปลกๆ ร่วมด้วย
สาเหตุที่พบบ่อยเบื้องหลังความร้อนที่ซ่อนอยู่
หลายคนชอบถามว่าไข้เรื้อรังเกิดจากอะไรได้บ้าง ความจริงแล้วสาเหตุมีตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวไปจนถึงโรคที่ซับซ้อนครับ แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
การติดเชื้อเรื้อรังที่ซ่อนอยู่ลึก
บางครั้งร่างกายเราติดเชื้อแบคทีเรียหรือวัณโรคในอวัยวะภายใน เช่น ในปอด ในตับ หรือแม้กระทั่งติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ เชื้อเหล่านี้หลบซ่อนเก่งทำให้ภูมิคุ้มกันกำจัดได้ไม่หมด และส่งผลให้มีไข้ต่ำๆ เรื้อรังได้ตลอดเวลา
โรคภูมิคุ้มกันเนื้อเยื่ออักเสบ
กลุ่มโรคที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ หันมาทำลายเนื้อเยื่อของตัวเอง เช่น โรคพุ่มพวงหรือโรคเอสแอลอี โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเหล่านี้มักมาพร้อมกับอาการปวดข้อ อ่อนเพลียเรื้อรัง และมีไข้ต่ำๆ เป็นๆ หายๆ
โรคมะเร็งบางชนิด
อันนี้คือสิ่งที่หลายคนกังวลมากที่สุด โรคมะเร็งบางประเภท เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว มักจะมีอาการไข้เรื้อรังร่วมกับอาการอ่อนเพลียและน้ำหนักลดเป็นสัญญาณเตือนภัยแรกๆ
การเตรียมตัวก่อนมาพบแพทย์เพื่อให้ได้คำตอบไวขึ้น
ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการไข้เรื้อรัง สิ่งที่ดีที่สุดคือการมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดครับ เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการรักษา หมอแนะนำให้เตรียมข้อมูลเหล่านี้มาเล่าให้ฟังด้วย:
- จดบันทึกอุณหภูมิร่างกายในแต่ละวัน ว่าช่วงไหนไข้ขึ้นสูงเป็นพิเศษ
- ประวัติการเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา
- ประวัติการกินยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรทั้งหมดที่ใช้อยู่
- อาการผิดปกติอื่นๆ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น ท้องเสีย เบื่ออาหาร หรือปวดเมื่อยตามตัว
อาการแบบไหนที่ห้ามรอช้าต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
แม้ว่าจะเป็นไข้เรื้อรังมานาน แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน ไม่ควรรอให้ครบกำหนดสัปดาห์ครับ:
- มีอาการซึมลง สับสน หรือพูดจาไม่รู้เรื่อง
- หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บแน่นหน้าอก
- มีอาการคอแข็ง ก้มคอไม่ลงร่วมกับปวดหัวรุนแรง
- มีจุดจ้ำเลือดขึ้นตามผิวหนัง หรือมีเลือดออกผิดปกติ
ไข้เรื้อรังไม่ใช่โรค แต่เป็นเสียงสะท้อนจากร่างกายว่ากำลังมีความผิดปกติบางอย่างซ่อนอยู่ การสังเกตตัวเองให้ละเอียดและการมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด เอ็กซเรย์ปอด หรือตรวจหาเชื้อเพิ่มเติม จะช่วยให้เราเจอต้นตอของปัญหาและรักษาได้อย่างตรงจุดครับ อย่าปล่อยให้ความชะล่าใจทำให้โรคร้ายลุกลามนะครับ