ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเมื่อต้องอยู่กับโรคเรื้อรัง

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้ในห้องตรวจ ไม่ใช่แค่เรื่องของค่าน้ำตาลในเลือดหรือความดันที่ผิดปกติเท่านั้น แต่หมอมักเห็นแววตาของความกังวลหรือความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ เมื่อเราได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาไม่ใช่แค่การปรับยาหรือเปลี่ยนการกิน แต่คือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมด ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลต่อสภาพจิตใจและความสัมพันธ์รอบตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทำไมการเจ็บป่วยถึงกระทบใจได้ลึกซึ้งกว่าที่คิด

ผลกระทบทางจิตสังคมและการปรับตัว เป็นสิ่งที่หมออยากให้ทุกคนมองเป็นเรื่องปกติ เพราะการที่ร่างกายทำงานไม่เหมือนเดิมมักนำมาซึ่งความรู้สึกหลายรูปแบบ:

  • ความรู้สึกสูญเสียการควบคุมชีวิต: การต้องพึ่งพายาหรือตารางการรักษาที่เข้มงวด ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง
  • ความกังวลเรื่องภาระ: บางครั้งเราอาจรู้สึกผิดที่ทำให้คนใกล้ชิดต้องมาคอยดูแล หรือกังวลว่าจะเป็นภาระของครอบครัวในอนาคต
  • การแยกตัวจากสังคม: เมื่อทำกิจกรรมที่เคยชอบไม่ได้ หรือรู้สึกไม่มั่นใจในร่างกายตัวเอง ก็มีโอกาสที่จะเลี่ยงการพบปะผู้คน ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตมากขึ้นไปอีก

ปรับมุมมองใหม่ให้ใจแข็งแรงขึ้น

การปรับตัวไม่ได้หมายถึงการฝืนใจยอมรับทุกอย่าง แต่คือการหาจุดสมดุลใหม่ หมอแนะนำว่าเราควรเริ่มต้นจาก:

  • การยอมรับความรู้สึกตัวเอง: ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา การรู้สึกเศร้าหรือโกรธบ้างเป็นเรื่องปกติของการสูญเสียความเป็นปกติไป
  • ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ควบคุมได้: แทนที่จะโฟกัสว่าโรคนี้จะทำให้เราแย่ลงแค่ไหน ลองหันมาโฟกัสว่าวันนี้เราทำอะไรได้บ้างเพื่อดูแลตัวเองให้ดีขึ้น
  • สื่อสารกับคนรอบข้างให้ชัดเจน: บอกครอบครัวว่าเราต้องการกำลังใจแบบไหน หรืออยากให้ช่วยอะไรบ้าง ความเข้าใจคือหัวใจสำคัญของการรักษา

เปลี่ยนวิถีชีวิตให้เข้ากับโรคอย่างเป็นมิตร

การใช้ชีวิตกับโรคเรื้อรังเปรียบเสมือนการมีเพื่อนร่วมทางคนใหม่ที่เราไม่ค่อยอยากจะรู้จักเท่าไหร่ แต่เมื่อต้องอยู่ด้วยกันไปนานๆ การสร้างข้อตกลงร่วมกันเป็นสิ่งที่ช่วยได้:

ปรับกิจกรรมให้เข้ากับร่างกายในแต่ละวัน

อย่าพยายามฝืนทำกิจกรรมที่หนักเกินไปจนร่างกายรับไม่ไหว ลองปรับลดความคาดหวังลงและเลือกทำในสิ่งที่ให้ความสุขและไม่เหนื่อยเกินไป การทำงานอดิเรกเบาๆ หรือการฝึกหายใจช่วยลดความตึงเครียดได้ดีมาก

หาเครือข่ายสนับสนุนที่เข้าใจ

การพูดคุยกับคนที่เผชิญปัญหาเดียวกัน หรือการเข้ากลุ่มผู้ป่วย จะช่วยให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้สู้อยู่คนเดียว ประสบการณ์จากคนอื่นมักจะเป็นบทเรียนและกำลังใจที่ดีที่สุดในการปรับตัว

เมื่อไหร่ที่ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

หากความกังวลเริ่มรบกวนการนอน การกิน หรือความรู้สึกเศร้าหมองนั้นยาวนานเกินกว่าสองสัปดาห์ หมอแนะนำว่าอย่าเก็บไว้คนเดียว การพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องของคนอ่อนแอ แต่เป็นการหาตัวช่วยเพื่อให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง เพราะสุขภาพกายและใจนั้นแยกจากกันไม่ได้ หากใจเราแข็งแรง ร่างกายก็จะตอบสนองต่อการรักษาได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down