ช่วงนี้มีคนไข้หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลใจ ถือชุดตรวจตั้งครรภ์มาบ้าง หรือเอาใบผลตรวจเลือดจากห้องปฏิบัติการมาให้ดู พร้อมกับคำถามคาใจว่า ทำไมผลตรวจถึงออกมาไม่ตรงกับความเป็นจริง บางคนขึ้นสองขีดจางๆ แต่พอนับวันดูแล้วไม่น่าจะใช่ หรือบางคนตรวจเลือดแล้วเจอผลบวกแต่พอลองอัลตราซาวนด์กลับไม่เจอถุงการตั้งครรภ์ ความสงสัยเหล่านี้มักจะวนกลับมาที่เรื่องใกล้ตัวมากๆ นั่นก็คือ ยาที่เรากำลังกินอยู่นี่เอง
ตรวจการตั้งครรภ์จากเลือด ดูอะไรกันแน่?
ก่อนจะไปคุยกันเรื่องยา หมออยากพาทำความเข้าใจสั้นๆ ก่อนว่า การตรวจเลือดหาการตั้งครรภ์นั้น ทางห้องปฏิบัติการเขาไม่ได้สุ่มตรวจหาสารอะไรลอยๆ แต่เป็นการตรวจหาฮอร์โมนตัวจริงเสียงจริงที่มีชื่อว่า ฮอร์โมนเอชซีจี (hCG) หรือที่หลายคนคุ้นหูกับคำว่าฮอร์โมนตั้งครรภ์ ฮอร์โมนตัวนี้ปกติจะเริ่มสร้างขึ้นมาจากรกหลังจากการปฏิสนธิผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ การตรวจเลือดมีความแม่นยำสูงมากเพราะสามารถตรวจจับปริมาณฮอร์โมนที่มีความเข้มข้นน้อยมากๆ ได้ แม้กระทั่งก่อนที่จะถึงกำหนดรอบเดือนมาด้วยซ้ำ แต่ปัญหาคือ ฮอร์โมนตัวนี้ไม่ได้ถูกกระตุ้นให้ขึ้นสูงเฉพาะเวลาตั้งครรภ์อย่างเดียว เพราะมีตัวยาบางกลุ่มที่ออกฤทธิ์คล้ายคลึงกัน หรือไปรบกวนกระบวนการตรวจวิเคราะห์ จนทำให้ผลตรวจเลือดรวนได้เหมือนกัน
กลุ่มยาแก้แพ้และยาลดกรด: ตัวการเงียบที่ทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน
หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่ายาที่ซื้อกินเองตามร้านขายยาทั่วไปอย่างยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก หรือยารักษาโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน จะมีผลกระทบกับเขาด้วย ตัวยาในกลุ่มแอนติฮิสตามีนบางตัว หรือยาลดกรดในกระเพาะอาหารที่มีส่วนผสมบางประเภท สามารถเข้าไปทำปฏิกิริยากับน้ำยาเคมีที่ใช้ตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บได้ ทำให้เครื่องตรวจอ่านค่าผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง กลายเป็นผลบวกปลอมที่สร้างความดีใจเก้อ หรือในทางกลับกันก็อาจทำให้ความเข้มข้นของฮอร์โมนที่ควรจะโชว์ กลับถูกกดเอาไว้จนดูเหมือนไม่ได้ตั้งครรภ์
ยากล่อมประสาทและยาคลายเครียด มีผลกับฮอร์โมนแค่ไหน?
สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับภาวะเครียด วิตกกังวล หรือมีอาการนอนไม่หลับ แล้วต้องทานยากลุ่มไพโคโทรปิก ยาลดความวิตกกังวล หรือยากล่อมประสาทบางชนิด ยาเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลางและระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ผลิตและควบคุมฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย เมื่อฤทธิ์ยาเข้าไปรบกวนการทำงานตรงจุดนี้ จึงอาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในกระแสเลือดเกิดความแปรปรวน และบางครั้งก็ไปรบกวนกระบวนการทางเคมีเวลาที่เจ้าหน้าที่ห้องแล็บนำเลือดไปปั่นตรวจหาค่าเอชซีจี ทำให้แพทย์ต้องมานั่งพิจารณาประวัติการใช้ยาร่วมด้วยทุกครั้ง เพื่อแยกแยะว่านี่คือฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์จริงๆ หรือเป็นผลพลอยได้มาจากฤทธิ์ยา
ยากลุ่มฮอร์โมนและยารักษาโรคเฉพาะทางที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มสุดท้ายที่หมอต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษคือ ยากลุ่มฮอร์โมนเสริม ยารักษาโรคภาวะมีบุตรยาก หรือยาบางชนิดที่ใช้ในการรักษาโรคต่อมไร้ท่อ หากใครที่กำลังอยู่ในกระบวนการรักษาทางการแพทย์แล้วมีการฉีดหรือทานฮอร์โมนเสริมเข้าไป ฮอร์โมนตัวนั้นจะวิ่งอยู่ในกระแสเลือดโดยตรงอยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ผลตรวจเลือดโชว์ค่าบวกได้อย่างชัดเจน ดังนั้น ถ้าคุณหมอจ่ายยาเหล่านี้ให้ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวตั้งครรภ์หรือการรักษาโรคอื่นๆ หากต้องไปตรวจเลือดเช็กการตั้งครรภ์ จำเป็นต้องแจ้งประวัติการใช้ยาให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องแล็บทราบล่วงหน้าทุกครั้ง
วิธีเตรียมตัวให้ชัวร์ ก่อนเดินเข้าห้องแล็บตรวจเลือด
เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและไม่ต้องเจาะเลือดซ้ำหลายรอบ หมอมีคำแนะนำง่ายๆ สำหรับการเตรียมตัวก่อนไปตรวจเลือดตั้งครรภ์ดังนี้
- ลิสต์รายชื่อยา อาหารเสริม และวิตามินทั้งหมดที่กำลังกินอยู่ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาพกติดตัวไปด้วย
- หากกำลังกินยาประจำตัวชนิดใดอยู่ ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดโดยไม่ปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้
- แจ้งประวัติการใช้ยาให้พยาบาลหรือนักเทคนิคการแพทย์ฟังก่อนเจาะเลือดทุกครั้ง
- หากผลตรวจออกมาแล้วรู้สึกว่าไม่ตรงกับอาการทางร่างกาย ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการอัลตราซาวนด์ซ้ำเพื่อความมั่นใจ