ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ยุงลายตัวเล็กๆ กับอันตรายที่หลายคนมองข้าม

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อโรคซิกามาบ้าง หรือบางคนอาจจะคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาที่หายเองได้ แต่สำหรับคุณแม่ที่กำลังวางแผนจะมีลูก หรือคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ โรคนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย เพราะไวรัสชนิดนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับตัวคุณแม่เท่านั้น แต่ความน่ากลัวที่แท้จริงคือการที่เชื้อสามารถผ่านจากแม่ไปสู่ลูกในครรภ์ จนอาจก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาวต่อพัฒนาการของเด็กได้อย่างคาดไม่ถึง

โรคซิกาไวรัสติดต่อกันได้อย่างไรบ้าง

พาหะหลักของโรคนี้คือยุงลายตัวเดิมที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา โดยเมื่อยุงไปกัดคนที่ได้รับเชื้อไวรัสซิกา แล้วมากัดเราต่อ เราก็มีโอกาสรับเชื้อนั้นมาทันที แต่ความพิเศษและน่ากังวลของซิกาคือการติดต่ออีกรูปแบบหนึ่งที่อาจไม่ถูกพูดถึงบ่อยนัก ได้แก่

  • การติดต่อจากแม่สู่ลูก: เชื้อไวรัสสามารถผ่านรกไปสู่ทารกในครรภ์ได้ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
  • การติดต่อทางเพศสัมพันธ์: เชื้อซิกาสามารถคงอยู่ในสารคัดหลั่งได้นานกว่าไวรัสชนิดอื่น ทำให้เกิดการแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้แม้จะไม่มีอาการแสดง

ทำไมซิกาถึงน่ากลัวสำหรับลูกในครรภ์

เมื่อเชื้อซิกาหลุดรอดเข้าไปในครรภ์ ไวรัสจะเข้าไปโจมตีระบบประสาทส่วนกลางของทารกโดยตรง โดยเฉพาะเซลล์สมองที่กำลังเติบโตและแบ่งตัวอย่างรวดเร็วในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดและเป็นที่รู้จักกันดีคือ ภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด ซึ่งนำไปสู่ความผิดปกติทางพัฒนาการในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลกระทบต่อพัฒนาการที่ต้องเตรียมใจรับมือ

ทารกที่ได้รับเชื้อซิกาจากครรภ์มารดาอาจไม่แสดงอาการที่รุนแรงทันทีหลังคลอด แต่เมื่อเวลาผ่านไป พ่อแม่จะเริ่มสังเกตเห็นปัญหาเรื่องพัฒนาการที่ล่าช้ากว่าเด็กวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด เช่น

  • พัฒนาการทางสมองและสติปัญญา: มีความบกพร่องในการเรียนรู้ สมาธิสั้น หรือภาวะสมองพิการ
  • ปัญหาด้านการมองเห็นและการได้ยิน: อาจพบความผิดปกติของจอประสาทตา หรือการรับเสียงที่ตอบสนองช้ากว่าปกติ
  • ภาวะกล้ามเนื้อตึงตัวผิดปกติ: เด็กอาจมีอาการเกร็งหรืออ่อนแรง ซึ่งส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการทรงตัวในอนาคต
  • ปัญหาการชัก: ระบบประสาทที่เสียหายจากไวรัสอาจนำไปสู่ภาวะลมชักได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

วิธีป้องกันตัวเองและลูกน้อยให้ปลอดภัย

การป้องกันยุงกัดคือหัวใจสำคัญที่สุดในตอนนี้ โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการระบาดและปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง: ทำลายภาชนะที่มีน้ำขังรอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้มุ้งหรือสเปรย์กันยุง: การนอนในมุ้งหรือใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงที่ปลอดภัยสำหรับคนท้องถือเป็นเรื่องจำเป็น
  • ใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด: เลือกเสื้อผ้าสีอ่อนที่สามารถปกป้องผิวหนังจากการถูกยุงกัดได้
  • พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการ: หากมีไข้ มีผื่นแดง ตาแดง หรือปวดตามข้อหลังจากถูกยุงกัด ต้องรีบมาพบหมอเพื่อตรวจเลือดทันที อย่าซื้อยาทานเองเด็ดขาด

ถึงแม้เรื่องนี้จะดูน่ากังวล แต่หากเราเข้าใจและป้องกันอย่างถูกวิธี โอกาสที่ลูกจะเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรงก็ยังมีอยู่สูงครับ การหมั่นสังเกตอาการและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down