ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตับของเรากำลังพยายามบอกอะไร เมื่อเนื้อเยื่อเริ่มแข็งตัวขึ้นเรื่อยๆ

เวลาตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลเลือดเกี่ยวกับตับเริ่มสูงขึ้นนิดหน่อย หลายคนมักจะนิ่งนอนใจคิดว่าเป็นเรื่องปกติจากการพักผ่อนน้อยหรือกินอาหารมันๆ ในช่วงก่อนตรวจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตับเป็นอวัยวะที่มีความอดทนสูงมาก ต่อให้เนื้อเยื่อภายในเริ่มอักเสบหรือเสียหายสะสมมานานแค่ไหน ตับก็ยังทำงานต่อไปได้โดยแทบไม่แสดงอาการเจ็บป่วยให้เห็น จนกระทั่งวันหนึ่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นขึ้นมาหนาแน่นกลายเป็นภาวะพังผืดในตับ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบดูแล ก็อาจเดินทางไปสู่โรคตับแข็งที่รักษายากในที่สุด

ทำความรู้จักตับกับจุดเริ่มต้นของรอยแผลเป็นในร่างกาย

ตามปกติแล้ว เมื่อตับได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นจากการดื่มแอลกอฮอล์ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือไขมันที่สะสมพอกพูนอยู่ในเนื้อตับ เซลล์ตับจะเกิดการอักเสบและตายลง ร่างกายจึงต้องส่งกระบวนการซ่อมแซมเข้ามาเยียวยาด้วยการสร้างโปรตีนกลุ่มคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนส่วนที่เสียหาย เปรียบเสมือนเวลาที่เราเกิดแผลถลอกที่ผิวหนังแล้วตกสะเก็ดเป็นแผลเป็น แต่ปัญหาคือถ้าตับต้องซ่อมแซมตัวเองซ้ำๆ จากความอักเสบเรื้อรัง แผลเป็นเหล่านี้จะขยายวงกว้างและเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นพังผืด ทำให้เนื้อตับที่เคยนิ่มและยืดหยุ่นดี กลับมีความแข็งกระด้าง เลือดไหลเวียนผ่านได้ยากขึ้น และการทำงานของตับก็เริ่มถดถอยลงทีละน้อย

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการสะสมพังผืดในเนื้อตับโดยไม่รู้ตัว

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะพังผืดในตับไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องการดื่มสุราอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มีกลุ่มพฤติกรรมและโรคประจำตัวหลายอย่างที่เป็นตัวการสำคัญ ดังนี้

  • โรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์: กลุ่มคนที่มีน้ำหนักเกิน มีภาวะอ้วนลงพุง ไขมันในเลือดสูง หรือเป็นเบาหวาน ซึ่งเนื้อตับที่มีไขมันแทรกอยู่มากจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและกล ายเป็นพังผืดได้ง่าย
  • การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรัง: เชื้อไวรัสเหล่านี้แอบแฝงตัวและทำลายเซลล์ตับอยู่เป็นเวลาหลายปีโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว จนเกิดการอักเสบสะสมและกลายเป็นพังผืดในที่สุด
  • การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานาน: แอลกอฮอล์เป็นพิษโดยตรงต่อเซลล์ตับ เร่งกระบวนการอักเสบและขัดขวางการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย
  • การได้รับสารพิษหรือยาบางชนิด: การใช้ยาบางประเภทติดต่อกันเป็นเวลานานเกินความจำเป็น หรือการรับสารเคมีบางชนิดสะสมในร่างกาย

สัญญาณเตือนร่างกายที่บอกว่าตับกำลังทำงานหนักเกินไป

ความน่ากลัวของภาวะพังผืดในตับในระยะเริ่มต้นคือไม่มีอาการเตือนใดๆ ทั้งสิ้น คนไข้ส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติ กินได้นอนหลับดี จนกระทั่งพังผืดเริ่มลุกลามจนตับสูญเสียการทำงานไปมาก จึงเริ่มมีอาการเหล่านี้ปรากฏให้เห็น

  • รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยง่ายอย่างไร้สาเหตุ ทั้งที่นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ
  • แน่นท้อง ท้องอืดง่าย หรือรู้สึกตึงบริเวณชายโครงด้านขวา
  • น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ เบื่ออาหาร หรือคลื่นไส้เวลาได้กลิ่นอาหารมันๆ
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือมีอาการคันตามผิวหนังทั่วร่างกาย
  • สังเกตเห็นรอยฟกช้ำง่าย หรือมีเลือดออกตามไรฟันบ่อยครั้ง

ตรวจเช็กความยืดหยุ่นของตับด้วยวิธีทางการแพทย์สมัยใหม่

ในอดีตการจะรู้ว่าตับมีพังผืดมากแค่ไหนจำเป็นต้องใช้เข็มเจาะเนื้อตับออกมาตรวจ ซึ่งทั้งเจ็บและมีความเสี่ยง แต่ในปัจจุบันการแพทย์มีความก้าวหน้าไปมาก เรามีเครื่องมือตรวจวัดความแข็งของตับและปริมาณไขมันในตับที่ไม่เจ็บตัวเลย ใช้เวลาตรวจเพียงไม่กี่นาทีก็ทราบผลทันที ช่วยให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของภาวะพังผืดในตับได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งวางแผนการรักษาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างตรงจุด

วิธีดูแลตัวเองเพื่อชะลอและฟื้นฟูเนื้อตับให้กลับมาแข็งแรง

ข่าวดีคือ ในระยะแรกของการเกิดพังผืด ตับมีความสามารถในการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองสูงมาก หากเราหยุดยั้งสาเหตุที่ทำให้ตับอักเสบได้ทันเวลา พังผืดเหล่านั้นอาจลดลงหรือหยุดลุกลามได้ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่แนะนำดังนี้

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน: ลดอาหารหวานจัด แป้งขัดขาว และไขมันอิ่มตัว หันมาเน้นผักผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนคุณภาพดี เพื่อลดไขมันที่สะสมในตับ
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน: สำหรับคนที่มีภาวะไขมันพอกตับ การลดน้ำหนักลงเพียงร้อยละห้าถึงสิบของน้ำหนักตัว ก็สามารถช่วยลดการอักเสบและลดปริมาณพังผืดในตับได้อย่างชัดเจน
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด: เพื่อตัดวงจรการทำลายเซลล์ตับและเปิดโอกาสให้ตับได้ซ่อมแซมตัวเอง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอร่วมกับการสร้างกล้ามเนื้อช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินและปรับระบบเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการซื้อยาและอาหารเสริมกินเอง: เพราะตับต้องทำหน้าที่ขับสารเหล่านี้ หากไม่จำเป็นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down