ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก ลูกหลานหรือแม้แต่ตัวเราเองเริ่มมีอาการไอ จาม น้ำมูกไหลวนเวียนกันไม่จบไม่สิ้น เวลาพาคนที่บ้านมาหาที่คลินิก คำถามยอดฮิตที่หมอได้ยินบ่อยมากคือ ตกลงนี่เป็นไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ หรือว่าเจ้าไวรัสอาร์เอสวีกันแน่ เพราะอาการเริ่มต้นมันช่างคล้ายกันเสียเหลือเกิน
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้อยู่ทุกวัน หมออยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจและสังเกตอาการกันให้ชัดเจน เพราะแม้เชื้อทั้งสองตัวนี้จะทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจเหมือนกัน แต่ดีกรีความรุนแรงและวิธีรับมือมีความต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่และไวรัสอาร์เอสวีที่คนเป็นพ่อแม่หรือผู้ดูแลผู้สูงควรต้องรู้ไว้เพื่อความปลอดภัย
ไข้หวัดใหญ่ตัวร้าย มาเร็ว ไข้สูงปรี๊ด ปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด
ถ้าพูดถึงไข้หวัดใหญ่ สิ่งแรกที่หมอมักจะนึกถึงคือความรวดเร็วในการเล่นงานร่างกาย จู่ๆ คนไข้ก็จะมีไข้สูงขึ้นอย่างฉับพลัน บางคนไข้แตะสามสิบเก้าหรือสี่สิบองศาภายในไม่กี่ชั่วโมง พร้อมกับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามตัวอย่างรุนแรง เหมือนโดนรถชน ไม่มีแรง และมักจะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย
เชื้อไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัสอินฟลูเอนซา ซึ่งมักจะระบาดหนักในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว ในเด็กเล็กอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วยได้ จุดสังเกตที่สำคัญคือเพลียมาก ลุกไม่ขึ้น และไอแห้งๆ ติดกันหลายวัน
ไวรัสอาร์เอสวีหน้าตาเป็นอย่างไร ทำไมเด็กเล็กถึงน่าเป็นห่วง
ขยับมาTี่ตัวแสบอีกตัวอย่างไวรัสอาร์เอสวี หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าอาร์เอสวี (RSV) เชื้อตัวนี้ในผู้ใหญ่อาจจะทำให้มีอาการเหมือนหวัดทั่วไป เจ็บคอ น้ำมูกไหล หายใจ Lอกปกติแล้วก็หายได้เอง แต่ถ้าเกิดขึ้นในเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่าสองปี หรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว มันคือภัยเงียบที่น่ากลัวมาก
ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่และไวรัสอาร์เอสวีที่เห็นได้ชัดเจนในแง่ของอาการคือ อาร์เอสวีมักจะทำให้เกิดเสมหะปริมาณมากเหนียวข้น เด็กๆ จะมีอาการไอโขลกๆ เสียงแหบ หายใจหอบเหนื่อย จนบางครั้งเราได้ยินเสียงหายใจดังวี๊ดจากปอด เพราะหลอดลมฝอยเกิดการอักเสบและตีบแคบลงจากเสมหะที่อัดแน่น
วิธีสังเกตอาการแยกโรคให้ชัดเจนในบ้าน
เวลาลูกหลานไม่สบาย หมอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตองค์ประกอบเหล่านี้ร่วมกัน
- ไข้สูงเฉียบพลัน: มักนึกถึงไข้หวัดใหญ่มากกว่าอาร์เอสวี
- เสมหะเยอะ หายใจครืดคราด: มักเป็นสัญญาณเตือนของอาร์เอสวี
- อาการซึมและไม่ยอมกินนมหรืออาหาร: เกิดได้จากทั้งสองโรค แต่ถ้าอาร์เอสวีมักมาพร้อมกับการหายใจลำบากซี่โครงบุ๋ม
อย่างไรก็ตาม การแยกโรคด้วยตาเปล่าทำได้ยากร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะอาการช่วงแรกทับซ้อนกันมาก ปัจจุบันที่คลินิกหรือโรงพยาบาลมีชุดตรวจคัดกรองแบบแท่งเดียวรู้ผลเร็ว (Rapid Test) ที่สามารถป้ายจมูกตรวจหาทั้งสองเชื้อนี้ได้ภายในเวลาสิบห้าสิบนาที ทำให้หมอวางแผนรักษาได้ตรงจุดมากขึ้นว่าควรใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือไม่ หรือเน้นพ่นยาขยายหลอดลมและดูดเสมหะในกรณีอาร์เอสวี
วิธีดูแลรักษาและการป้องกันเบื้องต้น
ไม่ว่าจะเป็นโรคไหน หลักการรักษาเบื้องต้นคือการประคับประคองตามอาการ กินยาลดไข้ เช็ดตัวลดความร้อน ดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ และสำหรับไข้หวัดใหญ่ หากมาพบแพทย์เร็วภายในสิบสองถึงสี่สิบแปดชั่วโมงแรก เรามียาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ช่วยลดความรุนแรงและย่นระยะเวลาการป่วยให้หายไวขึ้นได้ แต่สำหรับอาร์เอสวียังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะ ต้องรักษาตามอาการและเฝ้าระวังเรื่องการหายใจอย่างใกล้ชิด
สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกัน ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี และสำหรับอาร์เอสวีในปัจจุบันก็เริ่มมีภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Monoclonal Antibody) สำหรับฉีดป้องกันในเด็กกลุ่มเสี่ยงแล้ว รวมถึงการล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในที่แออัดช่วงที่มีการระบาด ช่วยลดโอกาสรับเชื้อไปได้เยอะมากครับ