หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาที่คลินิกด้วยความแปลกใจ เมื่อผลตรวจสุขภาพประจำปีบอกว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบอยู่ในร่างกาย ทั้งที่ตัวเองรู้สึกแข็งแรงดีมาตลอด ไม่มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปวดท้องเลยแม้แต่น้อย นี่คือความน่ากลัวของโรคนี้ เพราะตับเป็นอวัยวะที่อดทนมาก ต่อให้เกิดความเสียหายขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ไม่ค่อยส่งเสียงร้องเรียนจนกว่าจะถึงขั้นวิกฤต การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันด่านแรก ที่ช่วยให้เรามองเห็นภัยเงียบนี้ได้ก่อนที่ตับจะอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ
เชื้อไวรัสตับอักเสบตัวร้ายที่พบบ่อย: ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
เวลาพูดถึงไวรัสตับอักเสบ หลักๆ แล้วเรามักจะเจอตัวละครสำคัญอยู่สองตัว คือ ชนิดบีและชนิดซี ซึ่งมีความร้ายกาจตรงที่สามารถแอบแฝงอยู่ในร่างกายได้เป็นสิบปีโดยไม่แสดงอาการ
ไวรัสตับอักเสบชนิดบี: ติดจากแม่สู่ลูกและสารคัดหลั่ง
เชื้อตัวนี้ติดต่อกันผ่านทางเลือด เพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูกในตอนคลอด คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อตั้งแต่เด็กมักจะไม่รู้ตัว และปล่อยให้เชื้ออยู่ในร่างกายจนตับอักเสบเรื้อรัง หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ เซลล์ตับจะถูกทำลายและกลายเป็นพังผืดทีละน้อย
ไวรัสตับอักเสบชนิดซี: ภัยเงียบทางกระแสเลือดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
ต่างจากชนิดบีตรงที่ไวรัสตับอักเสบชนิดซีติดต่อผ่านทางเลือดเป็นหลัก เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสัก หรือการทำฟันในอดีตที่เครื่องมืออาจไม่ได้มาตรฐาน แม้ปัจจุบันยา การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ และยารักษากลุ่มใหม่จะสามารถหายขาดได้สูงมากแล้ว แต่การตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด
ตรวจเลือดแค่ครั้งเดียว รู้เรื่องอะไรบ้างในร่างกายเรา
การตรวจคัดกรองไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ ใช้เพียงการเจาะเลือดปริมาณน้อยเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยแพทย์จะดูเครื่องหมายสำคัญหลักๆ ดังนี้
- ดูว่าตอนนี้มีเชื้ออยู่ในตัวไหม: เพื่อเช็คว่าเรากำลังป่วยเรื้อรังอยู่หรือเปล่า
- ดูว่าเคยได้รับเชื้อและหายAแล้วหรือยัง: บางคนเคยติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว แต่ร่างกายกำจัดออกไปได้เองและมีภูมิคุ้มกันแล้ว
- ดูว่ามีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนหรือยัง: สำหรับคนที่อยากรู้ว่าฉีดวัคซีนตับอักเสบ B ครบแล้ว ภูมิขึ้นดีแค่ไหน
ใครควรเข้ารับการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบโดยด่วน
แม้ว่าการตรวจสุขภาพประจำปีจะเป็นเรื่องดี แต่กลุ่มคนเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจคัดกรองอย่างละเอียดทันที
- ผู้ที่เกิดก่อนยุคที่ประเทศไทยบรรจุวัคซีนตับอักเสบ B ไว้ในโปรแกรมฉีดวัคซีนพื้นฐานของเด็กแรกเกิด
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังหรือมะเร็งตับ
- ผู้ที่เคยรับเลือดหรือส่วนประกอบของเลือดก่อนปี พ.ศ. 2535
- ผู้ที่มีประวัติใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์
- ผู้ที่มีค่าเอนไซม์ตับสูงจากการตรวจสุขภาพประจำปีโดยหาสาเหตุ
ผลตรวจออกมาแล้วบอกอะไรเราบ้าง และต้องทำอย่างไรต่อไป
เมื่อผลตรวจออกมา หมอจะแบ่งคนไข้กลุ่มใหญ่ออกเป็นสามกลุ่มหลัก เพื่อวางแผนดูแลรักษาที่แตกต่างกัน
กลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันแล้ว
ยินดีด้วยครับ แปลว่าร่างกายคุณปลอดภัยจากเชื้อตัวนั้นแล้ว สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ก็ยังต้องดูแลสุขภาพตับด้วยการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการกินยาพร่ำเพรื่อ
กลุ่มที่ยังไม่มีภูมิและไม่มีเชื้อ
กลุ่มนี้หมอจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกัน โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบชนิดบี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เพราะปล่อยไว้ก็มีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อเข้ามาในอนาคต
กลุ่มที่พบเชื้ออยู่ในร่างกาย
อย่าเพิ่งตื่นตระหนกครับ การพบเชื้อไม่ได้แปลว่าจะต้องแย่เสมอไป หมอจะต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูปริมาณไวรัสและความรุนแรงของการอักเสบที่เนื้อตับ บางคนแค่นัดติดตามอาการทุก 6 เดือน แต่บางคนอาจจะต้องเริ่มกินยาต้านไวรัสเพื่อกดเชื้อไม่ให้ไปทำลายตับเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ยาสามารถควบคุมโรคได้ดีและใช้ชีวิตได้ยืนยาวเหมือนคนปกติเลยทีเดียว