ลูกตื่นมาคัดจมูกบ่อยและนอนไม่สนิท อาจเป็นเพราะอากาศในห้องนอน
เวลาเดินเข้าไปในห้องนอนลูกน้อยตอนดึกๆ หลายคนอาจคิดว่าอากาศข้างในนั้นสะอาดดีแล้ว เพราะเราก็เปิดแอร์นอนกันปกติ ปิดประตูหน้าต่างมิดชิดเพื่อกันฝุ่นนอกบ้าน แต่ในฐานะหมอที่ตรวจเด็กๆ เป็นประจำ ยิ่งช่วงนี้ปัญหาฝุ่นละอองและเชื้อโรคในอากาศแย่ลงเรื่อยๆ ทำให้พ่อแม่หลายคนพาลูกมาหาด้วยอาการภูมิแพ้ กำเริบ น้ำใสไหล ไอจามตอนเช้ามืด หรือตื่นมาแล้วนอนขยี้ตา
หนึ่งในคำถามที่หมอโดนถามบ่อยที่สุดจากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่คือ เราควรหาเครื่องฟอกอากาศมาไว้ในห้องนอนเด็กดีไหม และจะเลือกแบรนด์ไหน สเปกแบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกรักจริงๆ เพราะปอดของเด็กๆ ยังเล็กและบอบบางมาก การหายใจเอาอากาศที่ไม่สะอาดเข้าไปเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลต่อพัฒนาการทางเดินหายใจในระยะยาว วันนี้หมอเลยขอรวบรวมเทคนิคการเลือกเครื่องฟอกอากาศสำหรับห้องนอนเด็กแบบเข้าใจง่าย มาเล่าให้ฟังกันครับ
ทำไมห้องนอนเด็กเล็กถึงจำเป็นต้องมีเครื่องฟอกอากาศเป็นพิเศษ
เด็กๆ ไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก ระบบทางเดินหายใจของพวกเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ อัตราการหายใจต่อนาทีเร็วกว่าผู้ใหญ่ นั่นหมายความว่า ถ้าในห้องมีฝุ่นละออง ไรฝุ่น หรือสารก่อภูมิแพ้ ลูกจะสูดดมสิ่งเหล่านี้เข้าไปในปริมาณที่มากกว่าเราเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว นอกจากนี้ เด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในห้องนอนวันละสิบสองถึงสิบสี่ชั่วโมง การลงทุนกับอากาศบริสุทธิ์ในห้องนอน จึงเป็นการลงทุนกับสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด
สเปกสำคัญที่พ่อแม่ต้องดูให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ
เวลาเดินไปดูเครื่องฟอกอากาศตามห้าง เราจะเจอตัวเลือกละลานตาไปหมด มีทั้งราคาหลักพันยันทหลักหมื่น ฟังก์ชันสารพัดอย่าง แต่สำหรับห้องนอนเด็ก หมอแนะนำให้โฟกัสที่จุดสำคัญเหล่านี้เป็นหลักครับ
ระบบกรองอากาศต้องได้มาตรฐาน HEPA แท้เท่านั้น
หัวใจสำคัญของเครื่องฟอกอากาศคือแผ่นกรอง สำหรับห้องนอนเด็กต้องเลือกใช้เครื่องที่มีแผ่นกรอง HEPA (High-Efficiency Particulate Air) เกรด True HEPA ขึ้นไป เพราะสามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กจิ๋วได้ถึงศูนย์จุดสามไมครอน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM 2.5 ละอองเกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรือแม้แต่เชื้อแบคทีเรียบางชนิด ถ้าเป็นแผ่นกรองเกรดต่ำกว่านี้ อาจจะกรองได้แค่ฝุ่นตัวใหญ่ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับเด็กที่เป็นภูมิแพ้
ขนาดห้องกับกำลังเครื่องต้องสัมพันธ์กัน
การเลือกเครื่องฟอกอากาศอย่าดูแค่ความสวยงาม ให้ดูค่า CADR หรืออัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ (Clean Air Delivery Rate) ให้เหมาะสมกับขนาดห้องนอนของลูกด้วย วิธีคำนวณง่ายๆ คือ ขนาดห้องคูณด้วยความสูง แล้วเลือกเครื่องที่มีกำลังครอบคลุมพื้นที่มากกว่าขนาดห้องจริงเล็กน้อย เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเร่งพัดลมจนเกิดเสียงดังรบกวนเวลานอน
เสียงการทำงานต้องเงียบสนิทไม่รบกวนการนอน
เด็กๆ ต้องการการนอนหลับลึกเพื่อหลั่งโกรทฮอร์โมนและเสริมสร้างพัฒนาการ เครื่องฟอกอากาศในห้องนอนเด็กจึงต้องมีโหมดนอนหลับ (Sleep Mode) ที่เสียงการทำงานต้องเบามาก ไม่ควรเกินสามสิบเดซิเบล เพื่อไม่ให้เสียงมอเตอร์หรือเสียงลมมารบกวนการนอนของลูกน้อยในยามวิกาล
หลีกเลี่ยงระบบที่ปล่อยสารเคมีหรือโอโซนสู่อากาศ
ปัจจุบันมีเครื่องฟอกอากาศหลายรุ่นที่มีฟังก์ชันเสริม เช่น ระบบปล่อยประจุไอออน ระบบฆ่าเชื้อด้วยโอโซน หรือแสงอัลตราไวโอเลตบางประเภท สำหรับห้องนอนเด็ก หมอแนะนำให้เลี่ยงฟังก์ชันที่อาจก่อให้เกิดก๊าซโอโซน เพราะก๊าซนี้แม้จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ถ้าระดับความเข้มข้นสูงเกินไป อาจไปกระตุ้นเยื่อบุทางเดินหายใจ ทำให้ลูกระคายเคืองคอ ไอ หรือกระตุ้นอาการหอบหืดกำเริบได้ ระบบกรองทางกายภาพด้วยแผ่นกรอง HEPA และคาร์บอนบริสุทธิ์ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กครับ
การดูแลรักษาความสะอาดหัวใจสำคัญที่ห้ามมองข้าม
ต่อให้เราซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาแพงแค่ไหน แต่ถ้าไม่เคยดูแลรักษาความสะอาดเลย เครื่องนั้นก็แทบไม่มีประโยชน์แถมยังอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคเสียเอง คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นถอดแผ่นกรองชั้นนอกมาดูดฝุ่นทำความสะอาดทุกสองถึงสัปดาห์ และที่สำคัญที่สุดคือต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง HEPA ตามอายุการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปคือทุกหกถึงสิบสองเดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณฝุ่นในห้องและการใช้งาน
ท้ายที่สุดนี้ เครื่องฟอกอากาศเป็นเพียงตัวช่วยเสริมในการทำให้อากาศในห้องสะอาดขึ้น แต่การดูแลความสะอาดภายในห้องนอน เช่น การซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนด้วยน้ำร้อนเพื่อกำจัดไรฝุ่น การลดการสะสมของตุ๊กตาผ้าขนฟู และการเปิดระบายอากาศในช่วงที่Mอากาศภายนอกปลอดโปร่ง ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำควบคู่กันไป เพื่อให้ลูกน้อยมีสุขภาพทางเดินหายใจที่แข็งแรงและนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มทุกคืนครับ