ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการแสบร้อนกลางอกที่มากกว่าแค่จุกเสียด

หลายคนที่มาปรึกษาผมที่คลินิกมักเริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่ารู้สึกแสบร้อนบริเวณกลางหน้าอกหรือมีรสเปรี้ยวขมย้อนขึ้นมาที่คอ หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการกรดไหลย้อนทั่วไปที่กินยาแล้วก็น่าจะหาย แต่ในทางการแพทย์หากเราปล่อยให้กรดไหลย้อนขึ้นมาสัมผัสกับผนังหลอดอาหารบ่อยครั้งจนเกินไป จะนำไปสู่ ภาวะหลอดอาหารอักเสบจากกรดไหลย้อน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เนื้อเยื่อหลอดอาหารเริ่มถูกทำลายจากการกัดกร่อนของน้ำย่อยอย่างต่อเนื่อง

กลไกการเกิดอาการอักเสบที่ควรรู้

หลอดอาหารของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทนต่อกรดที่มีความเป็นกรดสูงจากกระเพาะอาหารได้ดีเท่ากับตัวกระเพาะเอง เมื่อหูรูดบริเวณรอยต่อระหว่างกระเพาะและหลอดอาหารทำงานผิดปกติ หรือเปิดปิดไม่สนิท กรดและน้ำย่อยจะไหลย้อนขึ้นมาสร้างความระคายเคือง เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ผนังด้านในของหลอดอาหารจะเกิดการบวมแดง ถลอก หรือแม้กระทั่งเป็นแผล ทำให้เกิดความเจ็บปวดทุกครั้งที่กลืนอาหาร หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนติดอยู่ในลำคอ

สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่าหลอดอาหารเริ่มมีปัญหา

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการที่ชัดเจนจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หากคุณมีอาการเหล่านี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ:

  • แสบร้อนหน้าอกอย่างรุนแรงหลังมื้ออาหารหรือเวลานอนราบ
  • เจ็บหน้าอกคล้ายอาการโรคหัวใจแต่สัมพันธ์กับการกินอาหาร
  • กลืนอาหารลำบาก หรือรู้สึกเหมือนอาหารติดค้างในอก
  • ไอเรื้อรัง เจ็บคอ หรือเสียงแหบโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • อาเจียนปนเลือดหรือถ่ายดำ (เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ด่วน)

วิธีรักษาและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต

การรักษาภาวะหลอดอาหารอักเสบจากกรดไหลย้อนไม่ได้จบลงแค่การทานยาเพื่อลดกรดเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมควบคู่กันไปอย่างจริงจัง ดังนี้

การใช้ยาช่วยบรรเทาอาการ

ยาในกลุ่มลดการหลั่งกรด (PPIs) มักเป็นตัวเลือกแรกที่ผมจ่ายให้คนไข้เพื่อช่วยให้แผลในหลอดอาหารมีโอกาสสมานตัว นอกจากนี้ยังมียาที่ช่วยเคลือบกระเพาะหรือยาปรับการเคลื่อนตัวของทางเดินอาหาร ซึ่งต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อให้ได้รับปริมาณที่เหมาะสม

ปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยง

การปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาในระยะยาว:

  • เลี่ยงอาหารมื้อดึกและไม่ควรนอนทันทีหลังทานอาหาร ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  • แบ่งทานมื้อย่อยแทนการทานมื้อใหญ่เพื่อไม่ให้กระเพาะทำงานหนักเกินไป
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นกรด เช่น ของทอด ของมัน อาหารรสจัด ช็อกโกแลต คาเฟอีน และแอลกอฮอล์
  • หนุนหัวเตียงให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อลดโอกาสที่กรดจะไหลย้อนกลับขึ้นมาตอนนอน

เมื่อไหร่ที่ต้องส่องกล้องตรวจดูให้แน่ชัด

หากกินยาต่อเนื่องหลายสัปดาห์แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการกลืนลำบากร่วมด้วย ผมมักแนะนำให้คนไข้เข้ารับการส่องกล้องทางเดินอาหาร (EGD) เพื่อประเมินความรุนแรงของแผลในหลอดอาหารและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจคัดกรองมะเร็งหลอดอาหารหรือภาวะหลอดอาหารเปลี่ยนสภาพ (Barrett's esophagus) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากการปล่อยให้อักเสบเรื้อรัง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down