ช่วงนี้เวลาเดินไปไหนมาไหนแล้วได้กลิ่นบุหรี่ หรือตอนเช้าตื่นมาเจอฝุ่นพิษหนาแน่นจนแสบจมูก หมอดักฟังเสียงหายใจของเด็กๆ ที่คลินิกแล้วรู้สึกใจหายทุกทีครับ ยิ่งเป็นเด็กทารกตัวเล็กๆ ที่เพิ่งลืมตาดูโลก ปอดของเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ เปรียบเสมือนฟองน้ำผืนใหม่ที่บอบบางและพร้อมดูดซับทุกอย่างที่ลอยอยู่ในอากาศรอบตัวเข้ามาไว้ข้างในทั้งหมด
ทำไมปอดของทารกถึงบอบบางและรับสารพิษได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า?
เวลาที่เราพูดถึงเรื่องอากาศเป็นพิษ หลายคนมักคิดว่าเด็กก็เหมือนผู้ใหญ่ย่อส่วน แค่ตัวเล็กกว่าเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ ปอดของทารกแรกเกิดยังมีถุงลมขนาดเล็กจำนวนมากที่กำลังเติบโต และเยื่อบุทางเดินหายใจก็ยังบางมากๆ
ที่สำคัญคือ อัตราการหายใจของทารกเร็วกว่าผู้ใหญ่เกือบสองเท่าในหนึ่งนาที นั่นหมายความว่า ถ้าในอากาศมีสารพิษหรือฝุ่นละออง ทารกจะรับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เข้าไปในปริมาณที่มากกว่าเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว และด้วยความที่ระบบภูมิคุ้มกันในทางเดินหายใจยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ร่างกายจึงยังขับของเสียหรือสารระคายเคืองออกไปได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้สารพิษเหล่านี้ตกค้างและทำลายเนื้อเยื่อปอดในระยะยาวได้ง่ายมาก
ภัยเงียบจากควันบุหรี่มือสองในบ้านที่คนใกล้ชิดมักมองข้าม
หลายครอบครัวมีความเชื่อที่ว่า แค่เดินออกไปสูบบุหรี่นอกบ้าน หรือสูบที่ระเบียงแล้วเป่าควันออกไป ก็จะไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยในบ้านแล้ว หมอต้องขออธิบายตรงนี้เลยว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและอันตรายมากครับ
ควันบุหรี่ไม่ได้หายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย แต่มันยังมีสิ่งที่เรียกว่า ควันบุหรี่มือสาม (Third-hand smoke) ซึ่งหมายถึงคราบสารพิษจากบุหรี่ที่ตกลงและฝังตัวอยู่ตามเสื้อผ้า ผ้าม่านโซฟา พรม และของเล่น หากคุณพ่อหรือคนในบ้านสูบบุหรี่ แม้จะไม่ได้สูบต่อหน้าเด็ก สารพิษเหล่านี้ก็จะติดมากับเสื้อผ้าผิวหนัง และเมื่อเราอุ้มลูกหรือให้ลูกเข้าใกล้ ลูกก็จะสูดดมและสัมผัสสารก่อมะเร็งเหล่านั้นเข้าไปโดยตรง
สำหรับผลกระทบที่หมอพบได้บ่อยในเด็กที่ต้องเผชิญกับควันบุหรี่ ได้แก่:
- โรคหลอดลมฝอยอักเสบและปอดบวม: ทารกจะหายใจมีเสียงครืดคราด ไอเรื้อรัง และเหนื่อยหอบจนต้องนอนโรงพยาบาล
- โรคหอบหืดกำเริบ: เด็กที่มีพันธุกรรมภูมิแพ้อยู่แล้ว อาการจะรุนแรงขึ้นทันทีเมื่อโดนควันบุหรี่กระตุ้น
- พัฒนาการของปอดหยุดชะงัก: ทำให้ความจุของปอดลดลงไปตลอดชีวิต แม้ว่าโตขึ้นจะไม่สูบบุหรี่เลยก็ตาม
มหันตภัยฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศที่ลอยอยู่รอบตัวลูกน้อย
นอกจากควันบุหรี่แล้ว ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 และก๊าซพิษจากการเผาไหม้บนท้องถนน ก็เป็นอีกหนึ่งจำเลยสังคมที่ทำร้ายปอดของเด็กๆ อย่างเงียบๆ ฝุ่นจิ๋วเหล่านี้มีขนาดเล็กมากจนหน้ากากอนามัยธรรมดาไม่สามารถกรองได้ และเมื่อทารกสูดดมเข้าไป มันจะเดินทางผ่านหลอดลมฝอยและทะลุเข้าสู่กระแสเลือดได้เลย
ผลกระทบระยะสั้นที่เรามักจะสังเกตเห็นได้ทันทีคือ ลูกจะมีอาการคัดจมูก น้ำใสไหล ไอแห้งๆ หรือมีอาการระคายเคืองตาและผิวหนัง แต่ในระยะยาว หากเด็กต้องเติบโตท่ามกลางอากาศที่เป็นพิษต่อเนื่องหลายปี โครงสร้างการทำงานของปอดจะถูกทำลาย เซลล์เนื้อเยื่อปอดเกิดการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคระบบทางเดินหายใจเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
วิธีปกป้องลูกน้อยจากมลพิษและควันบุหรี่รอบตัว
ในฐานะคนเป็นหมอและคนเป็นพ่อแม่ด้วยกัน เราคงห้ามไม่ให้โลกนี้มีมลพิษไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราสามารถสร้างเกราะป้องกันให้ลูกรักที่บ้านได้ด้วยวิธีเหล่านี้ครับ
- เด็ดขาดเรื่องควันบุหรี่: หากในบ้านมีผู้สูบบุหรี่ ควรงดสูบเด็ดขาด หรือหากจำเป็นต้องเลิกจริงๆ ควรไปปรึกษาคลินิกเลิกบุหรี่ และผู้ที่สูบต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างมือ อาบน้ำทุกครั้งก่อนที่จะเข้ามาอุ้มหรือสัมผัสตัวทารก
- เช็กค่าฝุ่นและจัดการอากาศในบ้าน: ติดตามรายงานคุณภาพอากาศทุกวัน หากวันไหนค่าฝุ่นสูง ควรงดพาเด็กออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง และควรลงทุนติดตั้งเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA ในห้องนอนของลูก
- ปิดบ้านให้มิดชิดในช่วงวิกฤต: หลีกเลี่ยงการเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติในช่วงที่มลพิษหนาแน่น และทำความสะอาดบ้านด้วยการเช็ดถูด้วยผ้าเปียกแทนการกวาด เพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย
- สังเกตสัญญาณเตือนภัย: หากลูกมีอาการหายใจเร็วกว่าปกติ ซี่โครงบุ๋มเวลาหายใจ หายใจมีเสียงหวีด หรือมีไข้ร่วมด้วย ควรรีบพามาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการทางเดินหายใจทันที อย่าปล่อยไว้ให้รุนแรง