ช่วงนี้หลายคนอาจจะสังเกตตัวเองว่า ทำไมกินอาหารเท่าไหร่ น้ำหนักก็ไม่ขึ้น แถมยังมีอาการท้องอืด ท้องเสียเรื้อรัง หรือรู้สึกอ่อนเพลียไม่มีแรงอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอนั่น อาหารดีวิตามินแพงแค่ไหนที่เราตั้งใจเลือกกินเข้าไป อาจจะกำลังสูญเปล่าไปทั้งหมด เพราะร่างกายของเราไม่สามารถดึงสารอาหารเหล่านั้นไปใช้ได้จริง
ทำความเข้าใจระบบย่อยอาหาร: ทำไมกินเข้าไปแล้วสารอาหารถึงหายไปไหนหมด?
ปกติแล้วร่างกายของเราเปรียบเสมือนโรงงานรีไซเคิลขนาดใหญ่ เมื่อเราเคี้ยวและกลืนอาหารลงไป กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กจะทำหน้าที่ย่อยอาหารเหล่านี้ให้กลายเป็นอนุภาคที่เล็กที่สุด จากนั้นผนังลำไส้เล็กจะมีหน้าที่ดูดซึมวิตามิน แร่ธาตุ ไขมัน และโปรตีนเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่กระบวนการนี้เกิดความขัดข้อง ไม่ว่าจะเป็นจากตัวลำไส้เอง น้ำย่อยจากตับอ่อนไม่พอ หรือความผิดปกติของผนังลำไส้ อาหารที่เรากินเข้าไปก็จะถูกขับออกทางอุจจาระโดยที่ร่างกายไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกภาวะนี้ว่าภาวะการดูดซึมสารอาหารผิดปกติ
สำรวจตัวเองด่วน สัญญาณเตือนแบบนี้แปลว่าลำไส้กำลังส่งเสียงขอความช่วยเหลือ
อาการของภาวะนี้ไม่ได้แสดงออกแค่ที่ท้องเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบกับร่างกายทั่วทั้งตัว สังเกตง่ายๆ จากอาการเหล่านี้
- ระบบขับถ่ายมีปัญหาเรื้อรัง: ท้องเสียบ่อย อุจจาระมีลักษณะเหลวเป็นน้ำ มีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือสังเกตเห็นคราบมันลอยอยู่บนผิวน้ำในโถส้วม ซึ่งเกิดจากไขมันที่ไม่ถูกดูดซึม
- น้ำหนักลดฮวบโดยไม่ทราบสาเหตุ: ทั้งที่กินอาหารตามปกติหรือกินจุมากกว่าเดิม แต่น้ำหนักกลับลดลงเรื่อยๆ ร่างกายดูผอมแห้งแรงน้อย
- ร่างกายขาดสารอาหาร: เริ่มมีอาการซีดจากภาวะขาดธาตุเหล็กหรือวิตามินบี 12 ผมร่วง เล็บเปราะง่าย ผิวแห้งกร้าน หรือมีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเหนื่อยล้า: รู้สึกหมดเรี่ยวแรง กล้ามเนื้อลีบเล็กลง เพราะร่างกายขาดโปรตีนและพลังงานไปหล่อเลี้ยง
สาเหตุที่ทำให้ลำไส้พาลไม่ยอมดูดซึมอาหาร
ความผิดปกตินี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีตัวการเบื้องหลังที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน
- ความเสียหายที่ผนังลำไส้เล็ก: อาจเกิดจากการอักเสบเรื้อรัง โรคแพ้กลูเตน (Celiac Disease) หรือเคยผ่าตัดตัดลำไส้บางส่วนออกไป
- เอนไซม์หรือน้ำย่อยไม่พอ: ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังทำให้ผลิตน้ำย่อยออกมาย่อยไขมันและโปรตีนไม่ได้ หรือภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมไม่ได้
- ความผิดปกติของแบคทีเรียในลำไส้: มีแบคทีเรียเจริญเติบโตมากเกินไปในลำไส้เล็ก ซึ่งไปแย่งดูดซึมวิตามินสำคัญก่อนที่ร่างกายจะทันได้ใช้
- การใช้ยาบางชนิดเป็นเวลานาน: ยาบางตัวอาจรบกวนการทำงานของเยื่อบุลำไส้และการดูดซึมวิตามินบางชนิด
วิธีรักษาและการดูแลตัวเองเมื่อลำไส้ดูดซึมผิดปกติ
ข่าวดีคือภาวะนี้สามารถรักษาและฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้ หากเราหาสาเหตุที่แท้จริงเจอและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างถูกวิธี
- รักษาที่โรคต้นเหตุ: หากเกิดจากการอักเสบหรือโรคประจำตัว แพทย์จะให้ยาเพื่อควบคุมโรคและลดการอักเสบในทางเดินอาหาร
- ปรับรูปแบบการกินอาหาร: เน้นอาหารที่ย่อยง่าย ย่อยสลายได้ดี หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการท้องเสีย และแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ หลายๆ มื้อต่อวัน เพื่อลดภาระการทำงานของลำไส้
- เสริมวิตามินและแร่ธาตุทดแทน: ในช่วงที่ลำไส้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แพทย์อาจพิจารณาให้วิตามิน เกลือแร่ หรือแคลเซียมทดแทนในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย เช่น การฉีดวิตามินเข้ากล้ามเนื้อ
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
หากคุณมีอาการท้องเสียเรื้อรังนานเกินสองสัปดาห์ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ หรือมีอาการอ่อนเพลียร่วมกับภาวะซีด แนะนำว่าไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือซื้อวิตามินมากินเอง เพราะนอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังอาจทำให้เสียเวลาทองในการรักษา ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือส่องกล้องทางเดินอาหาร เพื่อหาต้นตอที่แท้จริงและคืนสุขภาพลำไส้ให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง