ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงเวลาแรกหลังจากที่เจ้าตัวเล็กคลอดออกมาลืมตาดูโลก นอกเหนือจากเสียงร้องแรกที่ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่โล่งใจแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คุณหมอเด็กและพยาบาลในห้องคลอดจะรีบตรวจเช็กทันทีก็คือ การดูว่าทารกขับถ่ายอุจจาระแรกหรือที่เรียกกันว่า ขี้เทา ออกมาภายใน 24 ชั่วโมงแรกหรือไม่ และตรวจเช็กบริเวณก้นของลูกอย่างละเอียดเพื่อมองหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในครรภ์ นั่นก็คือ ภาวะรูทวารหนักตีบตันหรือผิดปกติแต่กำเนิด

แม้ภาวะนี้จะฟังดูน่าตกใจสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ แต่ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบันและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมกุมารศัลยแพทย์ ลูกน้อยของคุณสามารถเข้ารับการรักษาและเติบโตขึ้นมามีชีวิตที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้ หมอจึงอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะนี้อย่างลึกซึ้ง เพื่อเตรียมความพร้อมและลดความกังวลใจกัน

เข้าใจภาวะรูทวารหนักตีบตันหรือผิดปกติแต่กำเนิด: เมื่อการขับถ่ายก้าวแรกของลูกไม่เป็นไปตามปกติ

ในทางการแพทย์ ภาวะรูทวารหนักตีบตันหรือผิดปกติแต่กำเนิด (Anorectal Malformations - ARM) คือความผิดปกติของการพัฒนาช่องทางเดินอาหารส่วนปลายและทวารหนักในระหว่างที่ทารกเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์มารดา ส่งผลให้ทารกแรกเกิดไม่มีช่องเปิดของรูทวารหนักตามปกติ หรือมีช่องเปิดแต่ตีบแคบมากจนไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระออกมาได้

ความผิดปกตินี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การไม่มีรูทวารเท่านั้น แต่บางรายอาจมีทางเชื่อมต่อที่ผิดปกติ (Fistula) ระหว่างลำไส้ใหญ่ส่วนปลายกับระบบสืบพันธุ์หรือระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น มีรูรั่วไปเปิดที่ช่องคลอดในทารกเพศหญิง หรือไปเปิดที่ท่อปัสสาวะในทารกเพศชาย ทำให้มีขี้เทาไหลปนออกมากับปัสสาวะหรือทางช่องคลอดได้

ทำไมร่างกายของลูกน้อยถึงสร้างทวารหนักไม่สมบูรณ์

หมอมักจะได้รับคำถามจากคุณพ่อคุณแม่เสมอว่า เกิดจากอะไร? เป็นเพราะช่วงตั้งครรภ์ทำอะไรผิดพลาดไปหรือไม่? หมออยากให้อุ่นใจว่า ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในการใช้ชีวิตประจำวันของคุณแม่เลย หากแต่เป็นความผิดปกติในขั้นตอนการแยกตัวของระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินปัสสาวะในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ถึง 12 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ซับซ้อนมาก หากการแบ่งตัวนี้ดำเนินไปไม่สมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้ทวารหนักและอวัยวะข้างเคียงเกิดการเชื่อมต่อที่ผิดปกติหรือสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์นั่นเอง

สัญญาณเตือนที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกต: ลูกน้อยไม่มีรูทวารจริงหรือไม่?

โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณหมอเด็กจะตรวจพบภาวะนี้ทันทีตั้งแต่แรกคลอดจากการตรวจร่างกายทั่วไป แต่ในบางกรณีที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกกลับบ้านแล้ว หรือความผิดปกติเป็นชนิดที่สังเกตได้ยาก เช่น รูทวารตีบแคบมากแต่พอมีช่องเล็กๆ ให้ไหลผ่านได้ สิ่งที่ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิดมีดังนี้

  • ไม่ถ่ายขี้เทาภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก: ปกติเด็กแรกเกิดต้องถ่ายอุจจาระสีดำอมเขียวเหนียวๆ ออกมาภายในวันแรกหลังคลอด
  • ท้องอืดตึงอย่างเห็นได้ชัด: เนื่องจากไม่มีทางระบายอุจจาระและลม ทำให้แก๊สสะสมในท้องจนท้องป่องและตึง
  • มีอาการอาเจียน: ลูกจะเริ่มกินนมได้น้อยลง และอาเจียนออกมาเป็นนมหรือมีน้ำดีสีเขียวๆ ปน
  • อุจจาระออกผิดทาง: พบขี้เทาเหนียวๆ ซึมออกมาทางช่องคลอดในเด็กผู้หญิง หรือมีปัสสาวะปนสีดำเขียวของขี้เทาในเด็กผู้ชาย
  • เบ่งอุจจาระด้วยความลำบาก: ในรายที่รูทวารตีบแคบ ลูกจะเบ่งจนหน้าดำหน้าแดง แต่อุจจาระออกมาเป็นเส้นเล็กๆ หรือไม่ออกเลย

คุณหมอจำแนกความผิดปกติอย่างไรเพื่อวางแผนการรักษา

เมื่อตรวจพบว่ามีความผิดปกติ คุณหมอจะทำการประเมินลักษณะของความผิดปกติทันที โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ตามตำแหน่งของลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่อยู่เหนือกล้ามเนื้อหูรูดก้น:

1. ชนิดต่ำ (Low Anomaly)

เป็นชนิดที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายอยู่ใกล้กับผิวหนังบริเวณก้นมาก หรือมีเพียงแผ่นผิวหนังบางๆ ปิดกั้นอยู่ การรักษาชนิดนี้มักจะไม่ซับซ้อนมากนัก คุณหมอสามารถทำการผ่าตัดแก้ไขเพื่อเปิดรูทวารใหม่จากด้านล่างได้โดยตรง

2. ชนิดสูงหรือชนิดก้ำกึ่ง (High or Intermediate Anomaly)

ในกลุ่มนี้ ลำไส้ส่วนปลายจะอยู่สูงขึ้นไปในอุ้งเชิงกราน และมักจะมีทางเชื่อมต่อ (Fistula) ไปยังระบบปัสสาวะหรือระบบสืบพันธุ์ การรักษาจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ต้องอาศัยการผ่าตัดเป็นขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อย

ขั้นตอนการรักษาด้วยการผ่าตัด: คืนคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างหนทางขับถ่ายใหม่ให้ลูกรัก

การรักษาหลักของภาวะรูทวารหนักตีบตันคือการผ่าตัด โดยกุมารศัลยแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละคน ซึ่งในกรณีที่เป็นชนิดสูง การรักษาจะแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: การผ่าตัดเปิดลำไส้ใหญ่ทางหน้าท้อง (Colostomy)
คุณหมอจะทำการผ่าตัดนำลำไส้ใหญ่ส่วนหนึ่งมาเปิดไว้ที่หน้าท้อง เพื่อเป็นช่องทางให้อุจจาระขับถ่ายออกมาก่อนชั่วคราว วิธีนี้ช่วยลดความดันในท้อง ลดโอกาสติดเชื้อ และทำให้ลูกน้อยสามารถกินนมและเติบโตได้อย่างปลอดภัยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผ่าตัดใหญ่ขั้นต่อไป

ขั้นตอนที่ 2: การผ่าตัดสร้างรูทวารหนักใหม่ (Anorectoplasty)
เมื่อลูกน้อยเติบโตขึ้น แข็งแรงพอ และมีน้ำหนักตัวตามเกณฑ์ (มักจะทำในช่วงอายุ 3-6 เดือน) คุณหมอจะทำการผ่าตัดสร้างหูรูดและดึงลำไส้ใหญ่ส่วนปลายลงมาเย็บเปิดเป็นรูทวารใหม่ในตำแหน่งที่ถูกต้องอย่างละเอียดประณีต

ขั้นตอนที่ 3: การปิดลำไส้ใหญ่ทางหน้าท้อง (Closure of Colostomy)
หลังจากที่แผลผ่าตัดสร้างรูทวารใหม่สมานตัวดีและผ่านการขยายรูทวารจนได้ขนาดที่เหมาะสมแล้ว คุณหมอจะทำการผ่าตัดครั้งสุดท้ายเพื่อปิดลำไส้ที่หน้าท้อง ให้ระบบทางเดินอาหารกลับมาทำงานสมบูรณ์ และลูกน้อยสามารถขับถ่ายออกทางรูทวารใหม่ได้ตามปกติ

การดูแลหลังผ่าตัดและการฝึกขยายรูทวารหนัก: ขั้นตอนสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำด้วยความใส่ใจ

หลังการผ่าตัดสร้างรูทวารใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันไม่ให้รูทวารใหม่ตีบตันซ้ำก็คือ "การขยายรูทวารหนัก" (Anal Dilation) ซึ่งคุณหมอจะสอนวิธีทำให้คุณพ่อคุณแม่นำกลับไปทำที่บ้าน

การขยายรูทวารจะใช้เครื่องมือแท่งโลหะเรียบกลมขนาดต่างๆ ค่อยๆ สอดเข้าไปขยายรูทวารอย่างนุ่มนวลตามตารางเวลาที่คุณหมอกำหนดอย่างเคร่งครัด แม้ในช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้สึกเกร็งหรือสงสารลูก แต่หมออยากให้ระลึกเสมอว่า ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่ออนาคตการขับถ่ายของลูก เพื่อให้แผลที่หายดีไม่หดรั้งจนตีบตันอีกครั้ง

นอกจากนี้ การดูแลความสะอาดผิวหนังรอบๆ รูทวารใหม่หรือรอบทวารเทียมที่หน้าท้องก็สำคัญมาก ควรล้างด้วยน้ำสะอาด ซับให้แห้งสนิท และทาครีมเคลือบผิวเพื่อป้องกันผื่นผ้าอ้อมและการระคายเคืองจากกรดในอุจจาระ

คำแนะนำจากหมอถึงคุณพ่อคุณแม่

การตรวจพบว่าลูกรักมีภาวะรูทวารหนักตีบตันหรือผิดปกติแต่กำเนิดอาจนำความกังวลใจมาสู่ครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่ด้วยการดูแลรักษาโดยกุมารศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญ ร่วมกับความเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิดจากคุณพ่อคุณแม่ในการขยายรูทวารและฝึกฝนการขับถ่าย ทารกส่วนใหญ่สามารถเติบโตขึ้นมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ มีสุขอนามัยที่ดี และขับถ่ายได้อย่างมีความสุขในที่สุด หากมีข้อสงสัยหรือสังเกตเห็นความผิดปกติในการขับถ่ายของลูก ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางทันทีเพื่อการดูแลที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down