ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมร่างกายถึงชอบส่งสัญญาณเตือนด้วยความปวดตึง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยผ่านประสบการณ์นั่งทำงานนานๆ แล้วรู้สึกเหมือนบ่าไหล่แบกโลกไว้ทั้งใบ หรือการออกกำลังกายที่หนักเกินไปจนร่างกายประท้วงด้วยความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความรำคาญ แต่เป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อของเรากำลังทำงานหนักเกินกำลังจนเกิดภาวะเกร็งค้าง การรู้จัก เทคนิคการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นทักษะการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันเบาสบายขึ้น

กลไกความตึงเครียดที่หมออยากให้เข้าใจ

กล้ามเนื้อของเราเปรียบเสมือนยางยืดที่มีความสามารถในการยืดและหดตัว เมื่อเราใช้งานท่าเดิมซ้ำๆ หรืออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมนานเกินไป เส้นใยกล้ามเนื้อจะเกิดการเกร็งตัวต่อเนื่องจนเลือดไปเลี้ยงได้ไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดของเสียสะสมในกล้ามเนื้อ และนี่คือจุดเริ่มต้นของอาการปวดเมื่อยที่คุณกำลังเผชิญอยู่

เทคนิคการเกร็งและคลายกล้ามเนื้อทีละส่วน

หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการฝึกรับรู้ความรู้สึกของร่างกาย โดยเริ่มจาก:

  • หาที่สงบและนอนในท่าที่สบายที่สุด
  • เริ่มเกร็งกล้ามเนื้อทีละส่วน เช่น กำหมัดให้แน่นที่สุดเท่าที่ทำได้เป็นเวลา 5 วินาที
  • ปล่อยมือออกทันทีและสังเกตความรู้สึกเบาสบายที่แล่นเข้ามาแทนที่
  • ทำซ้ำกับกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ไล่ตั้งแต่เท้าขึ้นมาถึงใบหน้า วิธีนี้จะช่วยให้สมองจดจำความแตกต่างระหว่างภาวะกล้ามเนื้อตึงกับกล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ดีขึ้น

ยืดเหยียดอย่างไรให้กล้ามเนื้อคลายตัวจริงๆ

การยืดเหยียดเป็นเทคนิคคลาสสิกที่ได้ผลเสมอ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ความช้าและต่อเนื่อง:

หลักการยืดกล้ามเนื้อที่ถูกต้องและปลอดภัย

อย่าใช้วิธีการกระชากหรือโยกตัว เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการบาดเจ็บแทน ให้ค่อยๆ ยืดจนรู้สึกตึงเพียงเล็กน้อยแล้วค้างไว้ประมาณ 20-30 วินาที หายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อให้ร่างกายส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทว่าถึงเวลาพักแล้ว

กิจกรรมผ่อนคลายด้วยน้ำและอุณหภูมิ

การใช้ความร้อนเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดสู่กล้ามเนื้อที่ตึงตัว การอาบน้ำอุ่นหรือใช้แผ่นประคบร้อนวางบริเวณที่มีอาการตึง จะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและพาออกซิเจนไปซ่อมแซมส่วนที่ล้าได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเป็นการอักเสบเฉียบพลันจากการบาดเจ็บในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก การใช้ความเย็นประคบจะเหมาะสมกว่าเพื่อลดอาการบวมและอักเสบ

เมื่อไหร่ที่การผ่อนคลายเองอาจไม่เพียงพอ

หากลองทำตามเทคนิคข้างต้นอย่างสม่ำเสมอแล้วอาการยังคงอยู่ หรือมีอาการปวดรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ปวดร้าวลงขา ชาตามปลายนิ้ว หรือมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณที่บอกว่าควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ลึกกว่าความล้าทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของแนวกระดูกหรือเส้นประสาทที่ถูกกดทับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down