กังวลเรื่องสเตียรอยด์พ่นคออยู่หรือเปล่า หมอมีคำตอบให้
หลายครั้งที่คนไข้โรคหืดเดินเข้ามาในห้องตรวจแล้วบอกหมอด้วยความกังวลใจว่า ไม่อยากใช้ยาพ่นเพราะกลัวติดยา กลัวผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์ หรือคิดว่าใช้แค่ตอนมีอาการเหนื่อยก็พอ หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ เพราะคำว่าสเตียรอยด์มักมาพร้อมกับภาพจำที่ไม่ค่อยดีนักในความรู้สึกของหลายคน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว การพ่นยาสเตียรอยด์ชนิดสูดเพื่อ ควบคุมโรคหืดในระยะยาวนั้น แตกต่างจากการกินยาสเตียรอยด์เม็ดที่เราคุ้นเคยกันมาก ยาพ่นตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ตรงจุดที่หลอดลมของเรากำลังอักเสบอยู่ โดยมีปริมาณยาเข้าสู่ร่างกายน้อยมากๆ ทำให้ปลอดภัยและเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาโรคหืดให้สงบได้ในระยะยาว
ทำไมต้องพ่นยาสเตียรอยด์ทุกวัน แม้ในวันที่หายใจโล่งดี?
คนไข้หลายคนมักหยุดยาเองเมื่ออาการเริ่มดีขึ้น ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้โรคหืดกำเริบกลับมาใหม่ หมออยากให้ลองจินตนาการว่า หลอดลมของคนที่เป็นโรคหืดมีความไวผิดปกติ มีภาวะอักเสบเรื้อรังอยู่ข้างใน เปรียบเสมือนแผลไฟไหม้ที่ยังไม่หายดี ต่อให้วันนี้ไม่แสบ แต่ถ้าไปโดนสะเก็ดไฟนิดเดียวก็สามารถลุกไหม้ขึ้นมาใหม่ได้
การใช้การพ่นยาสเตียรอยด์ชนิดสูดเพื่อ ลดการอักเสบเรื้อรังนี้ จึงไม่ใช่การรักษาเฉพาะหน้าเพื่อแก้ขัดเวลาเหนื่อย แต่เป็นการเข้าไปซ่อมแซมและลดความไวของหลอดลมในระยะยาว ทำให้หลอดลมแข็งแรงขึ้น ไม่ตอบสนองไวต่อฝุ่น ควัน หรืออากาศเย็น เหมือนตอนที่ยังไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
เทคนิคพ่นยาอย่างไรให้ยาเข้าปอดและออกฤทธิ์ได้เต็มที่
หมอมักจะเจอคนไข้พ่นยาผิดวิธีอยู่บ่อยครั้ง เช่น พ่นแล้วกลั้นหายใจไม่นาน หรือกดพ่นกับจังหวะหายใจไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งทำให้ยาไปติดอยู่แค่ที่คอและช่องปาก แทนที่จะลงไปถึงหลอดลมฝอยในปอด
- ตั้งตัวตรงหรือยืนขึ้นเพื่อเปิดช่องทางเดินหายใจให้โล่ง
- หายใจออกให้สุดปอดก่อนเริ่มพ่นยา
- อมปากกระบอกพ่นให้สนิทแล้วกดพ่นยาพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ
- กลั้นหายใจไว้ประมาณ 10วินาที หรือนานเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ยาตกลงสู่เนื้อเยื่อปอด
- บ้วนปากและบ้วนคอด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังพ่นยาเสร็จ เพื่อป้องกันเชื้อราในปากและอาการเสียงแหบ
ผลข้างเคียงที่หลายคนกลัวและวิธีป้องกันง่ายๆ
เมื่อพูดถึงสเตียรอยด์ คนมักนึกถึงหน้าบวม น้ำหนักขึ้น หรือกระดูกพรุน แต่สำหรับการพ่นยาสเตียรอยด์ชนิดสูดเพื่อ ควบคุมโรคนั้น ปริมาณยาที่ดูดซึมเข้ากระแสเลือดมีน้อยมากจนแทบไม่มีผลกระทบต่อร่างกายส่วนอื่น
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ที่พบได้มักเป็นอาการเฉพาะที่ในช่องปาก เช่น ระคายคอ เสียงแหบ หรือเกิดคราบขาวจากเชื้อรา ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ง่ายๆ เพียงแค่แปรงฟันหรือบ้วนปากและกลั้วคอด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังพ่นยา เพียงเท่านี้ก็หมดกังวลเรื่องผลข้างเคียงไปได้เลยครับ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าโรคหืดเริ่มคุมไม่อยู่
แม้จะใช้ยาพ่นสม่ำเสมอ แต่บางครั้งร่างกายก็อาจมีสิ่งกระตุ้นที่ทำให้โรคกำเริบได้ หมออยากให้สังเกตอาการเหล่านี้ หากเริ่มเกิดขึ้นบ่อยๆ ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินปรับแผนการรักษา
- ต้องใช้ยาขยายหลอดลมฉุกเฉินบ่อยขึ้น เช่น เกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
- มีอาการแน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด หรือไอตอนกลางคืนจนตื่นนอนบ่อยๆ
- สมรรถภาพการทำงานของปอดลดลง เป่าเครื่องวัดสมรรถภาพปอดได้ค่าต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ
- รู้สึกเหนื่อยง่ายเวลาทำกิจวัตรประจำวันปกติที่เคยทำได้
ปรึกษาหมอเพื่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โรคหืดเป็นโรคเรื้อรังที่คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ เรียน ทำงาน และออกกำลังกายได้เทียบเท่าคนทั่วไป หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ การยึดมั่นในการใช้การพ่นยาสเตียรอยด์ชนิดสูดเพื่อ ควบคุมอาการ จะช่วยให้หลอดลมสงบ ไม่กำเริบฉุกเฉินจนต้องนอนโรงพยาบาล หากใครยังมีข้อสงสัยเรื่องวิธีใช้ยาหรือกังวลเรื่องอาการข้างเคียง สามารถเข้ามาพูดคุยปรึกษากับหมอที่คลินิกได้เลยนะครับ หมอยินดีช่วยดูแลให้ทุกคนกลับมาหายใจได้โล่งเต็มปอดอีกครั้ง