เวลามีอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หรือสูญเสียเหงื่อมากๆ จนร่างกายเริ่มอ่อนเพลีย สิ่งแรกที่เรามักจะนึกถึงก็คือเกลือแร่ซองๆ ที่ชงดื่มกันใช่ไหม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าแค่วิ่งไปร้านขายยา หยิบซองเกลือแร่รสชาติที่ชอบมาผสมน้ำดื่มก็พอแล้ว แต่ในทางการแพทย์ เรื่องนี้มีรายละเอียดมากกว่านั้น โดยเฉพาะหลักการที่เรียกว่า แนว 1 การให้สารละลายเกลือแร่โอ ซึ่งเป็นแนวทางมาตรฐานในการช่วยชีวิตคนไข้ที่มีภาวะขาดน้ำจากการสูญเสียเกลือแร่และน้ำในร่างกายได้อย่างปลอดภัยและตรงจุด
เกลือแร่ซองๆ ที่เรากินกันอยู่ มันต่างกันอย่างไรระหว่าง ORS กับเกลือแร่ออกกำลังกาย?
หมอต้องขอเคลียร์ความเข้าใจผิดยอดฮิตก่อนเลยครับ เพราะนี่คือจุดที่คนไข้หลายคนสับสนบ่อยที่สุด เกลือแร่ที่เราเห็นตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปกับเกลือแร่ซองที่ขายในร้านขายยา (ORS) นั้น ไม่เหมือนกัน
เกลือแร่ออกกำลังกายถูกออกแบบมาสำหรับคนที่เสียเหงื่อจากการเล่นกีฬา มีปริมาณน้ำตาลสูงและโซเดียมต่ำ เพื่อเติมพลังงานอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเอามาให้เด็กหรือผู้ใหญ่ที่กำลังท้องเสีย ท้องร่วง ดื่มแทนน้ำ จะยิ่งทำให้อาการแย่ลงไปอีก เพราะน้ำตาลที่สูงเกินไปจะดึงน้ำเข้าลำไส้ ทำให้ถ่ายเหลวมากขึ้นไปอีก
ส่วนสารละลายเกลือแร่โออาร์เอส หรือ ORS (Oral Rehydration Salts) ถูกพัฒนาขึ้นตามสูตรขององค์การอนามัยโลก มีสัดส่วนของเกลือแร่และน้ำตาลกลูโคสที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้เยื่อบุลำไส้ดูดซึมน้ำและเกลือแร่กลับเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วเวลาที่เราท้องเสียหรืออาเจียนอย่างหนัก
วิธีชงเกลือแร่ ORS ให้ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ป้องกันโรคแทรกซ้อน
การชงเกลือแร่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าทำผิดสัดส่วน ประสิทธิภาพในการรักษาจะลดลงทันที หรืออาจเกิดอันตรายตามมาได้
- ใช้น้ำสะอาดในปริมาณที่กำหนด: อ่านฉลากข้างซองให้ละเอียดว่าซองนั้นๆ ต้องผสมกับน้ำปริมาณเท่าไร โดยมากมักจะเป็นน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว หรือน้ำอุณหภูมิห้องปริมาตร 150 ถึง 200 ซีซี ตามที่ระบุไว้ ห้ามกะปริมาณเอาเองเด็ดขาด
- ห้ามผสมกับน้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อน: ความร้อนอาจไปทำลายโครงสร้างของตัวยาและเกลือแร่บางชนิดในซอง ทำให้ฤทธิ์ของยาเปลี่ยนไป
- ดื่มให้หมดภายในเวลาที่กำหนด: เมื่อผสมแล้วควรดื่มให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง หากทิ้งไว้ข้ามวันอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนและไม่ควรนำมาดื่มต่อ
- ห้ามผสมเครื่องดื่มอื่น: ไม่ควรผสมเกลือแร่ ORS กับน้ำอัดลม นม หรือเกลือแร่ชนิดอื่นเด็ดขาด เพราะจะเสียสมดุลความเข้มข้นที่ร่างกายควรได้รับ
เทคนิคการจิบน้ำเกลือแร่เมื่อมีอาการท้องเสียรุนแรง
เวลาท้องเสีย อาเจียน หลายคนกระหายน้ำแล้วซัดโฮกแก้วใหญ่รวดเดียวหมด วิธีนี้ผิดถนัดครับ การดื่มน้ำหรือเกลือแร่เร็วเกินไปจะไปกระตุ้นกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้อาเจียนพุ่งออกมาอีกรอบ
หลักการที่ถูกต้องคือ ให้ใช้วิธี จิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง จิบทุกๆ 1-2 นาที ปล่อยให้ร่างกายค่อยๆ ดูดซึมน้ำและเกลือแร่เข้าไปชดเชยส่วนที่สูญเสียไป หากมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ให้รอสัก 10-15 นาทีแล้วค่อยเริ่มจิบใหม่ด้วยปริมาณที่น้อยลง
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บ่งบอกว่าการกินเกลือแร่ที่บ้านเอาไม่อยู่แล้ว?
แม้ว่าการให้สารละลายเกลือแร่โออาร์เอสจะช่วยแก้ปัญหาการขาดน้ำเบื้องต้นได้ดี แต่บางครั้งอาการก็รุนแรงเกินกว่าจะดูแลเองที่บ้าน หากสังเกตพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน
- ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำรุนแรงติดต่อกันหลายชั่วโมง หรือมีมูกเลือดปน
- อาเจียนทุกอย่างที่กินเข้าไป แม้แต่น้ำเปล่าหรือเกลือแร่ก็เก็บไว้ไม่ได้
- มีอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง หน้ามืด วิงเวียนศีรษะเวลาลุกยืน
- ปัสสาวะไม่ออกเลย หรือปัสสาวะมีสีเข้มจัดติดต่อกันหลายชั่วโมง
- ในเด็กเล็ก จะสังเกตเห็นกระหม่อมยุ๋ม ตาโหล และเวลา ร้องไห้ไม่มีน้ำตา
การเข้าใจและปฏิบัติถูกต้องตามแนว 1 การให้สารละลายเกลือแร่โออาร์เอส (ORS) จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตยามท้องเสียหรือสูญเสียน้ำได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงกับภาวะช็อกจากการขาดน้ำครับ