ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงวัยเปลี่ยนผ่าน เสียงที่เคยคุ้นเคยทำไมถึงเพี้ยนและควบคุมไม่ได้

เวลาที่เด็กผู้ชายก้าวเข้าสู่วัยรุ่น การเปลี่ยนแปลงของร่างกายมักมาพร้อมกับความประหลาดใจหลายอย่าง และหนึ่งในเรื่องที่สร้างความกังวลใจมากที่สุดคือเรื่องของเสียงพูด อยู่ดีๆ เสียงที่เคยใสแจ๋วก็เกิดอาการแหบพร่า ควบคุมระดับเสียงไม่ได้ เดี๋ยวทุ้มต่ำเดี๋ยวแหลมสูงจนกลายเป็นเสียงแตกกลางประโยค อาการเหล่านี้เกิดขึ้นจากฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่าเทสโทสเตอโรน เริ่มหลั่งออกมามากขึ้น ส่งผลให้กล่องเสียงและสายเสียงมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สายเสียงจะหนาและยาวขึ้น ทำให้โทนเสียงเปลี่ยนจากเสียงเด็กกลายเป็นเสียงผู้ใหญ่

ในมุมมองทางการแพทย์ นี่คือพัฒนาการตามธรรมชาติที่ปกติมากๆ แต่ในมุมมองของเจ้าของเสียง มันคือความน่าอึดอัดใจ โดยเฉพาะเวลาต้องออกไปพูดหน้าห้องเรียน หรือคุยกับเพื่อนฝูงแล้วเสียงเกิดหลุดแหลมขึ้นมากลางคัน ความรู้สึกเขินอายและไม่อยากเปล่งเสียงพูดจึงตามมา

เมื่อความกังวลเรื่องเสียงเริ่มขโมยความมั่นใจไปทีละน้อย

เสียงแตกไม่ใช่แค่เรื่องกายภาพ แต่มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อจิตใจและปัญหาความมั่นใจในตนเองจากเสียง หลายคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม จากเด็กที่เคยร่าเริงกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่กล้าแสดงออก หลีกเลี่ยงการพรีเซนต์งานหน้าชั้นเรียน หรือแม้แต่เวลาสั่งอาหารที่ร้านค้าก็ยังไม่กล้าพูดเสียงดัง กลัวว่าคนอื่นจะได้ยินเสียงที่ตัวเองไม่มั่นใจ ความรู้สึกที่ว่าทุกคนกำลังจับผิดเสียงของเรา กลายเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้เด็กวัยรุ่นหลายคนเก็บตัวและมีความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว

วิธีปรับตัวและรับมือเมื่อต้องเผชิญกับช่วงเสียงเปลี่ยน

ในฐานะหมอที่เคยเจอคนไข้และวัยรุ่นปรึกษาเรื่องนี้บ่อยๆ อยากบอกว่าอาการเสียงแตกนี้เป็นเพียงช่วงเวลาชั่วคราวเท่านั้น ร่างกายและกล่องเสียงแค่ต้องการเวลาสักพักในการปรับตัวให้เข้ากับขนาดใหม่ และนี่คือวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างสบายใจขึ้น

วิธีดูแลเส้นเสียงและฝึกพูดในช่วงที่เสียงกำลังเปลี่ยน

  • ดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอ: ความชุ่มชื้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับสายเสียง การจิบน้ำอุ่นตลอดวันช่วยลดการระคายเคืองและทำให้เส้นเสียงยืดหยุ่นดีขึ้น
  • เลิกพยายามดัดเสียง: หลายคนพยายามบังคับเสียงให้ต่ำลงหรือแหลมขึ้นตลอดเวลา ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็งและยิ่งทำให้เสียงเพี้ยนหนักกว่าเดิม ปล่อยให้มันออกไปตามธรรมชาติคือทางออกที่ดีที่สุด
  • ฝึกหายใจจากช่องท้อง: การหายใจลึกๆ ใช้ลมจากท้องช่วยพูด จะช่วยลดภาระการทำงานหนักของสายเสียง ทำให้เสียงมีความนุ่มนวลและควบคุมได้ง่ายขึ้น
  • พักผ่อนเสียงเมื่อรู้สึกเจ็บคอ: ถ้าวันไหนรู้สึกว่าเสียงแหบมากเป็นพิเศษ ควรลดการตะโกนหรือการพูดคุยเป็นเวลานาน เพื่อให้กล่องเสียงได้ฟื้นฟูตัวเอง

เสียงที่เปลี่ยนไปคือหลักฐานของการเติบโต ไม่ใช่ปมด้อยที่ต้องอาย

การมีปัญหาความมั่นใจในตนเองจากเสียงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ไม่อยากให้เด็กๆ หรือคุณพ่อคุณแม่มองว่ามันคือความผิดปกติที่ต้องกังวลใจจนเกินเหตุ ช่วงเวลาที่เสียงแตกเป็นแค่สะพานเชื่อมระหว่างวัยเด็กกับความเป็นผู้ใหญ่ เมื่อผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ กล่องเสียงจะเข้าที่และเราจะมีเสียงที่นุ่มทุ้มเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง การยอมรับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในทุกๆ ด้าน จะช่วยให้เราก้าวผ่านช่วงวัยรุ่นไปได้อย่างมีความสุขและมั่นใจในแบบที่เป็นตัวเอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down