ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ใจเครียดแล้วกายป่วยจริงไหม

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดท้องเรื้อรัง หรือปวดหัวตุบๆ จนแทบใช้ชีวิตไม่ได้ พอกินยาไปก็ดีขึ้นแค่ชั่วคราวแล้วก็กลับมาเป็นใหม่ ซึ่งเมื่อเราลองเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง บ่อยครั้งพบว่ามันไม่ได้เริ่มจากโรคทางกายเพียงอย่างเดียว แต่มีเรื่องของความเครียดสะสมเป็นตัวกระตุ้นหลัก ร่างกายและจิตใจเราแยกจากกันไม่ได้ เมื่อใจรับภาระหนัก ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนผ่านกลไกทางสรีรวิทยาที่น่าสนใจและทรงพลังอย่างยิ่ง

กลไกความเครียดที่สั่งงานร่างกายแบบไม่รู้ตัว

เวลาที่เราเครียด สมองจะสั่งการให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนออกมา ฮอร์โมนเหล่านี้ไม่ได้แค่ทำให้เราตื่นตัว แต่มันส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานทั่วร่างกาย เช่น ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัว ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ และความดันโลหิตสูงขึ้น หากเราปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานาน ความเครียดที่เคยเป็นเพียงความรู้สึกจะเปลี่ยนเป็นพยาธิสภาพทางกายที่จับต้องได้

ปวดท้องบ่อยๆ หรือจะเป็นเพราะโรคกระเพาะจากความเครียด

คนไข้หลายรายมาด้วยอาการจุกเสียด แน่นท้อง หรือปวดท้องใต้ลิ้นปี่ ทั้งที่ตรวจส่องกล้องแล้วไม่พบเชื้อหรือแผลรุนแรง นั่นเพราะเมื่อเราเครียด กระเพาะอาหารจะหลั่งกรดออกมามากกว่าปกติ ในขณะที่การบีบตัวของกระเพาะและลำไส้ก็แปรปรวนไปจากเดิม ความเครียดยังทำให้เยื่อบุป้องกันกระเพาะอาหารอ่อนแอลง ทำให้เรารู้สึกปวดแสบปวดร้อนได้ง่ายกว่าคนทั่วไป นี่คือสิ่งที่เรียกว่าโรคกระเพาะอาหารที่สัมพันธ์กับความเครียด ซึ่งการรักษาไม่ใช่แค่การกินยาลดกรด แต่ต้องจัดการที่ต้นเหตุของความกังวลใจด้วย

ทำไมปวดหัวถึงหนีไม่พ้นเมื่อเราแบกความเครียดไว้เต็มบ่า

อาการปวดหัวจากความเครียด หรือ Tension-type headache เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด ลักษณะคือเหมือนมีอะไรมาบีบรัดรอบศีรษะหรือขมับทั้งสองข้าง เกิดจากการที่กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่เกร็งตัวค้างไว้นานๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว ยิ่งเครียดก็ยิ่งเกร็ง ยิ่งเกร็งก็ยิ่งปวด เป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น หากปล่อยทิ้งไว้นานเข้า ความปวดนี้จะกลายเป็นปวดเรื้อรังที่รบกวนประสิทธิภาพการทำงานและการนอนหลับอย่างรุนแรง

วิธีจัดการความเครียดเพื่อหยุดวงจรความป่วย

การจะหายจากอาการเหล่านี้ได้ ต้องเริ่มจากการยอมรับว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ:

  • ฝึกหายใจให้เป็นระบบ: การหายใจเข้าลึกๆ ช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลและสั่งให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อน
  • ปรับทัศนคติต่อปัญหา: การฝึกมองปัญหาในมุมที่เล็กลงหรือการปรึกษาใครสักคนช่วยลดภาระทางใจได้มาก
  • ขยับตัวคลายกล้ามเนื้อ: หมั่นยืดเหยียดคอและบ่าระหว่างวัน เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อสะสมความตึงเครียดไว้จนเป็นสาเหตุของอาการปวดหัว
  • จัดเวลาพักผ่อนที่แท้จริง: การนอนหลับที่มีคุณภาพสำคัญที่สุดในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอจากการใช้งานของสมอง

หากอาการปวดท้องหรือปวดหัวเริ่มรุนแรงขึ้น หรือยาที่เคยได้ผลกลับใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป อย่าเพิ่งรีบซื้อยาแรงขึ้นมากินเอง ควรเข้ามาตรวจประเมินกับแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด เพราะบางครั้งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนจากโรคที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบมากกว่าแค่การจัดการความเครียด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down