ช่วงนี้กระแสรักสุขภาพและการออกกำลังกายหนักๆ กำลังมาแรง หลายคนฮึดสู้ ตั้งใจรีดไขมันและสร้างกล้ามเนื้อกันแบบจัดเต็ม แต่บางครั้งความตั้งใจที่เกินพอดีก็อาจส่งผลเสียร้ายแรงจนคาดไม่ถึง โดยเฉพาะเมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือนผ่านอาการปวดเมื่อยผิดปกติที่ลามไปถึงปัสสาวะเปลี่ยนสี ซึ่งอาจเป็นภัยเงียบที่ชื่อว่า ภาวะกล้ามเนื้อลายสลายตัว ที่อันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทัน
ภาวะกล้ามเนื้อลายสลายตัว คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด ภาวะนี้คือการที่กล้ามเนื้อลาย ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อโครงร่างที่เราใช้ขยับแขนขา เกิดการบาดเจ็บรุนแรงจนเซลล์กล้ามเนื้อแตกตัวสลายออก ภายในเซลล์กล้ามเนื้อจะมีสารสำคัญตัวหนึ่งชื่อว่าไมโอโกลบิน (Myoglobin) รวมถึงเกลือแร่ต่างๆ เมื่อเซลล์แตก สารเหล่านี้ก็จะทะลักเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว
ปัญหาใหญ่ก็คือ เจ้าไมโอโกลบินตัวนี้มีขนาดโมเลกุลค่อนข้างใหญ่ เมื่อมันไหลไปตามเลือดเพื่อเตรียมถูกขับออกทางไต ไตของเราจะต้องทำงานหนักมากในการกรองสารเหล่านี้ จนสุดท้ายไตอาจเกิดการอุดตันและพังเสียหาย กลายเป็นภาวะไตวายเฉียบพลันตามมาได้ในที่สุด
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้กล้ามเนื้อพังโดยไม่รู้ตัว
ในชีวิตประจำวัน สาเหตุที่เราพบได้บ่อยที่สุดในห้องตรวจมีอยู่ไม่กี่อย่าง โดยเฉพาะกลุ่มคนรักการออกกำลังกาย ดังนี้
- ออกกำลังกายหนักเกินขีดจำกัด: เช่น การเข้าคลาสเวทเทรนนิ่งหนักๆ วิ่งมาราธอนโดยไม่ได้ซ้อม หรือการทำท่า Crossfit ที่หักโหมเกินกว่าความแข็งแรงเดิมของร่างกายจะรับไหว
- การขาดน้ำอย่างรุนแรง: เมื่อร่างกายสูญเสียเหงื่อมาก เลือดจะมีความเข้มข้นสูง การไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อทำได้ไม่ดี ทำให้เซลล์ขาดออกซิเจนและตายง่ายขึ้น
- อุบัติเหตุและการถูกกดทับเป็นเวลานาน: เช่น คนไข้ที่เป็นลมหมดสติแล้วนอนทับแขนขาตัวเองนิ่งๆ หลายชั่วโมง กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะขาดเลือดและสลายตัว
- ยาและสารเสพติดบางชนิด: การใช้ยาลดไขมันในกลุ่มสแตตินบางตัวร่วมกับการออกกำลังกายหนัก หรือการใช้แอลกอฮอล์และสารเสพติดบางประเภท
สัญญาณเตือนภัยแบบไหน ที่แปลว่ากล้ามเนื้อกำลังสลาย?
อาการปวดเมื่อยหลังออกกำลังกายทั่วไปกับอาการของโรคนี้มีความคล้ายกัน แต่มีจุดสังเกตที่ต่างกันอย่างชัดเจน อาการที่ต้องระวังมีดังนี้
- ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงผิดปกติ: ไม่ใช่แค่อาการระบมกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย (DOMS) ที่ค่อยๆ ดีขึ้นในสองสามวัน แต่จะปวดบวมตึงมากจนขยับแขนขาแทบไม่ได้
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด: รู้สึกว่าแรงหายไปดื้อๆ ยกของไม่ขึ้น หรือเดินไม่ไหว
- ปัสสาวะเปลี่ยนสี: นี่คือสัญญาณเตือนสีแดงที่สำคัญที่สุด ปัสสาวะจะมีสีเข้มจัดเหมือนน้ำโค้ก หรือสีชาเข้ม ซึ่งเกิดจากเม็ดเลือดแดงหรือสารไมโอโกลบินที่รั่วไหลออกมานั่นเอง
วิธีรักษาเมื่อมาถึงมือแพทย์
หากพบว่ามีอาการเข้าข่าย ภาวะกล้ามเนื้อลายสลายตัว จะต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที การรักษาหลักๆ แพทย์จะเน้นไปที่การช่วยชีวิตและป้องกันไตวาย โดยมีแนวทางดังนี้
- ให้น้ำเกลือปริมาณมากทางหลอดเลือดดำ: เพื่อไปเจือจางความเข้มข้นของสารไมโอโกลบินในเลือด และช่วยขับสารพิษออกจากไตอย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนการเปิดน้ำไล่ตะกอนในท่อระบายน้ำ
- การปรับสมดุลเกลือแร่: เนื่องจากเซลล์กล้ามเนื้อที่แตกจะปล่อยโปแตสเซียมออกมาจำนวนมาก ซึ่งอาจอันตรายต่อหัวใจ แพทย์จึงต้องเจาะเลือดตรวจและปรับเกลือแร่ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
- การฟอกไตชั่วคราว: ในรายที่มีอาการรุนแรงมากจนไตวายและไม่ตอบสนองต่อน้ำเกลือ อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องไตเทียมช่วยกรองของเสียจนกว่าการทำงานของไตจะฟื้นตัว
วิธีป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อพังจากการออกกำลังกาย
การป้องกันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการออกกำลังกายอย่างพอดีและรู้จักฟังเสียงของร่างกาย
- ค่อยเป็นค่อยไป: เพิ่มความหนักของการออกกำลังกายทีละน้อย อย่าหักโหมก้าวกระโดดโดยเฉพาะในคนที่เพิ่งเริ่มต้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: จิบน้ำระหว่างออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่ารอให้รู้สึกกระหายน้ำมากๆ
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในที่อากาศร้อนจัด: เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียเหงื่อและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรกและกล้ามเนื้อสลายตัวร่วมกัน
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ให้เวลากล้ามเนื้อได้ซ่อมแซมตัวเอง อย่าฝืนออกกำลังกายหนักติดต่อกันทุกวัน
การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ แต่ทุกอย่างต้องมีความพอดี หากเริ่มรู้สึกปวดกล้ามเนื้อผิดปกติร่วมกับปัสสาวะสีเข้ม อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและรับการรักษาอย่างทันท่วงทีก่อนที่ไตจะเสียหายถาวร