ก้มหน้าเล่นมือถือจนคอเคล็ด หรือนี่คือสัญญาณเตือนของโรคร้าย
เวลาตื่นนอนแล้วรู้สึกปวดคอ หันซ้ายหันขวาไม่สุด หลายคนมักคิดว่าเป็นเพราะนอนตกหมอน หรือไม่ก็คิดว่ากล้ามเนื้ออักเสบจากการก้มหน้าดูมือถือตลอดยาวนาน แต่ถ้าอาการปวดนี้ไม่ได้หายไปเองแถมยังลามลงไปที่แขน มีอาการชาแปล๊บๆ หรือรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตวิ่งลงไปที่ปลายนิ้ว นั่นอาจไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนจาก ภาวะหมอนรองกระดูกคอเคลื่อนทับไขสันหลัง ที่กำลังคุกคามสุขภาพของคุณอยู่โดยไม่รู้ตัว
หมอนรองกระดูกคอหลุดมาทับเส้นประสาทได้อย่างไร
เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด ลองนึกภาพกระดูกคอของเราแต่ละปล้องที่มีหมอนรองกระดูกทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพ คอยรับแรงกระแทกและช่วยให้คอขยับเขยื้อnได้อย่างยืดหยุ่น เจ้าหมอนตัวนี้ประกอบด้วยเปลือกด้านนอกที่เหนียวและไส้ด้านในที่นิ่มเหมือนเจล แต่พอเราใช้งานคอมพิวเตอร์นานๆ นั่งทำงานผิดท่า หรืออายุมากขึ้น เปลือกนอกนี้จะเริ่มเสื่อมและปริแตก ทำให้เจลข้างในทะลักออกมาด้านหลัง ซึ่งในโพรงกระดูกคอนี้มีไขสันหลังและเส้นประสาทเส้นใหญ่เดินผ่านอยู่ เมื่อหมอนรองกระดูกเจ้ากรรมดันทะลักไปตรงจุดสำคัญนี้ มันจึงไปเบียดทับไขสันหลังเข้าอย่างจัง ส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติทั่วทั้งร่างกาย ไม่ใช่แค่ที่คออีกต่อไป
เช็คลิสต์ด่วน: อาการแบบนี้ใช่เลยหรือเปล่าที่ต้องระวัง
การที่ไขสันหลังถูกกดทับนั้นมีความรุนแรงกว่าการทับเส้นประสาทธรรมดามาก เพราะไขสันหลังเปรียบเสมือนสายไฟหลักของร่างกาย ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่
- อาการปวดต้นคอเรื้อรังที่ร้าวลงสะบัก หัวไหล่ หรือแขน เหมือนมีเข็มทิ่มตลอดเวลา
- รู้สึกชาตามมือและนิ้วมือ มือหยิบจับของชิ้นเล็กๆ ไม่ค่อยถนัด ทำของหล่นบ่อย หรือติดกระดุมเสื้อยากขึ้น
- เดินแล้วรู้สึกขาแข็ง ก้าวขาไม่ออก ทรงตัวได้ไม่ดี เดินเซเหมือนคนเมา หรือรู้สึกเหมือนใส่รองเท้าหนาตลอดเวลา
- ในเคสที่เป็นมาก อาจมีปัญหาเรื่องการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระร่วมด้วย
ทำไมหมอถึงต้องบอกว่าปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด
คนไข้หลายคนมาพบหมอเมื่อสายเกินไป เพราะคิดว่าแค่นวดแผนโบราณ กินยาแก้ปวด หรือทำกายภาพบำบัดเบาๆ เดี๋ยวก็หาย แต่ความจริงคือ หากปล่อยให้ไขสันหลังถูกกดทับเป็นเวลานาน เซลล์ประสาทข้างในจะเกิดการขาดเลือดและเสียหายอย่างถาวร ต่อให้ผ่าตัดเอาส่วนที่กดทับออกทีหลัง อาการชาก็อาจจะไม่หายเป็นปกติ การตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการทำ MRI จึงช่วยให้แพทย์วางแผนรักษาได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่ความเสียหายจะลามไปถึงขั้นเดินไม่ได้
วิธีรักษาตั้งแต่ปรับพฤติกรรมไปจนถึงการผ่าตัด
ข่าวดีคือ ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นโรคนี้จะต้องผ่าตัดเสมอไป แนวทางการรักษาจะแบ่งตามความรุนแรงของอาการ
- กลุ่มอาการน้อย: เน้นการพักผ่อน หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้คอก้มหรือเงยมากเกินไป การทำกายภาพบำบัดเพื่อดึงคอและบริหารกล้ามเนื้อรอบคอ รวมถึงการใช้ยาเพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาท
- กลุ่มอาการมากหรือมีภาวะไขสันหลังถูกกดทับชัดเจน: หากมีอาการมืออ่อนแรง เดินเซ หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการผ่าตัดเพื่อเอาหมอนรองกระดูกส่วนที่ปลิ้นออกไปทับไขสันหลังออก และใส่หมอนรองกระดูกเทียมหรือเชื่อมข้อกระดูกคอ เพื่อคืนพื้นที่ให้กับไขสันหลังกลับมาทำงานได้ตามปกติ
วิธีดูแลตัวเองไม่ให้หมอนรองกระดูกคอพังก่อนวัย
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ เริ่มต้นง่ายๆ ตั้งแต่วันนี้ด้วยการปรับท่านั่งทำงาน หน้าจอคอมพิวเตอร์ต้องอยู่ในระดับสายตาเพื่อไม่ให้ต้องก้มคอมองตลอดเวลา หมั่นลุกขึ้นยืดเหยียดคอทุกๆ หนึ่งชั่วโมง เลือกใช้หมอนหนุนนอนที่รองรับส่วนโค้งของคอได้พอดี ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป และที่สำคัญที่สุดคือลดการก้มหน้าเล่นมือถือเป็นเวลานานๆ เพราะคอของเราต้องแบกรับน้ำหนักมหาศาลในทุกๆ องศาที่คุณก้มลงไป หากเริ่มมีอาการปวดร้าวผิดปกติ อย่าปล่อยทิ้งไว้ รีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ใจจะดีที่สุด