หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ลื่นล้ม หัวโขกขอบเตียง หรืออุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่คิดว่าไม่น่ามีอะไร รอยโนแค่แป๊บเดียวก็ยุบลงไปแล้ว แต่ทำไมผ่านไปสักพักถึงเริ่มมีอาการปวดหัว มึนงง หรือบางคนอาการทรุดหนักลงเรื่อยๆ จนน่าตกใจ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ เพราะอุบัติเหตุที่ศีรษะสามารถซ่อนความอันตรายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอย่างภาวะเลือดคั่งในสมองเอาไว้ได้ วันนี้ผมอยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบง่ายๆ เหมือนหมอมานั่งเล่าให้ฟังครับว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเราต้องสังเกตตัวเองหรือคนใกล้ตัวอย่างไรบ้าง
หัวกระแทกแล้วเกิดอะไรขึ้นข้างในกะโหลกศีรษะของเรา
เวลาที่ศีรษะของเราไปกระแทกกับอะไรแรงๆ สมองที่ลอยตัวอยู่ของเหลวภายในกะโหลกศีรษะจะเกิดการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว กระแทกเข้ากับผนังกระโหลกแข็งๆ ด้านใน แม้ภายนอกเราอาจจะเห็นแค่แผลแตกหรือรอยโนธรรมดา แต่หลอดเลือดฝอยหรือเส้นเลือดดำที่อยู่ระหว่างผิวสมองและเยื่อหุ้มสมองอาจจะฉีกขาดได้ เมื่อเส้นเลือดฉีก เลือดก็จะค่อยๆ ไหลซึมออกมาสะสมเรื่อยๆ จนกลายเป็นก้อนเลือดไปกดทับเนื้อสมองส่วนสำคัญ ซึ่งสร้างปัญหาใหญ่ตามมาได้ แม้ว่าตอนแรกจะดูปกติดีทุกอย่างก็ตาม
เลือดคั่งในสมองมีกี่แบบ และต่างกันอย่างไร
ในทางการแพทย์ เรามักจะแบ่งประเภทของภาวะนี้ตามตำแหน่งและความเร็วในการแสดงอาการ ซึ่งช่วยให้หมอวางแผนรักษาได้ทันท่วงทีครับ
เลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมอง: อันตรายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ประเภทนี้มักเกิดจากการกระทบกระเทือนรุนแรง เช่น อุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ได้สวมหมวกกันน็อค เส้นเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดทำให้เลือดออกเร็วมาก ผู้ป่วยอาจจะหมดสติไปชั่วขณะ แล้วฟื้นขึ้นมาพูดคุยได้ปกติช่วงสั้นๆ ที่เรียกว่า Lucid Interval ก่อนที่อาการจะทรุดฮวบลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงเพราะแรงดันในสมองสูงขึ้นมาก
เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง: ภัยเงียบที่มักเจอในผู้สูงอายุ
แบบนี้จะต่างออกไปตรงที่เลือดมักจะค่อยๆ ซึมออกจากเส้นเลือดดำ ใช้เวลาเป็นวันหรือเป็นสัปดาห์กว่าอาการจะแสดง บางทีคุณลุงคุณป้าหกล้มหัวฟาดพื้นเมื่ออาทิตย์ก่อน ไม่มีแผลใหญ่โตก็เลยไม่ได้สนใจ แต่ผ่านไปเป็นเดือนเริ่มจำอะไรไม่ได้ เดินเซ หรือซึมลง นั่นเป็นเพราะเลือดที่สะสมค่อยๆ เพิ่มปริมาณจนไปเบียดสมองทีละน้อยนั่นเองครับ
สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่แปลว่าเลือดกำลังทับสมอง
นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่อยากให้ทุกคนจำให้ขึ้นใจครับ เพราะถ้าเจออาการเหล่านี้หลังโดนกระแทกที่ศีรษะ ห้ามรอเด็ดขาด
- ปวดศีรษะรุนแรงมากแบบไม่เคยเป็นมาก่อนและกินยาไม่หายคลื่นไส้ อาเจียนพุ่งออกมาโดยไม่มีอาการท้องเสียร่วมด้วยซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือพูดจาสับสนไม่รู้เรื่องแขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง หรือเดินเซทรงตัวไม่ได้ตามัว เห็นภาพซ้อน หรือรูม่านตาขยายไม่เท่ากันมีเลือดหรือน้ำใสๆ ไหลออกจากจมูกหรือหู
ช่วงเวลาทองยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกต้องเฝ้าระวังอะไรบ้าง
สำหรับใครเพิ่งประสบอุบัติเหตุหัวกระแทกมาใหม่ๆ ช่วง 24 ชั่วโมงแรกคือช่วงเวลาที่ต้องระวังเป็นพิเศษครับ ควรให้คนใกล้ชิดช่วยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด แม้กระทั่งตอนนอนหลับก็ควรปลุกขึ้นมาถามไถ่พูดคุยกันบ้างเพื่อดูว่ายังมีสติรู้ตัวดีอยู่ไหม หลีกเลี่ยงการนอนหลับยาวติดต่อกันนานเกินไปโดยไม่มีใครดูแล และที่สำคัญคือห้ามซื้อยานอนหลับหรือยาแก้ปวดกลุ่มที่กดประสาทมารับประทานเองเด็ดขาด เพราะมันจะไปบังคับอาการและทำให้เราแยกแยะไม่ออกว่าอาการซึมนั้นมาจากตัวยาหรือมาจากเลือดที่กำลังคั่งในสมองกันแน่
เมื่อไหร่ที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
ถ้าพบว่ามีอาการตามหัวข้อสัญญาณเตือนภัยที่พูดถึงไปเมื่อสักครู่ หรือแม้แต่รู้สึกแค่ว่ามีอาการมึนงง ปวดหัวไม่หาย ร่วมกับมีประวัติการกระแทกศีรษะที่ค่อนข้างแรง ไม่ควรลังเลใจเด็ดขาดครับ ควรรีบเดินทางไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือซีทีสแกน (CT Scan) เพราะการรู้เร็วและรักษาได้ทันเวลา จะช่วยชีวิตและลดโอกาสเกิดความเสียหายถาวรต่อสมองได้อย่างมากครับ