ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมหัวกระแทกแล้วต้องระวังภาวะเลือดคั่งในสมอง

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการหัวโน หรือแค่ชนขอบประตูแรงๆ แล้วรู้สึกมึนงงเล็กน้อย หลายคนมักจะชะล่าใจคิดว่าแค่พักสักครู่เดี๋ยวก็หาย แต่ในมุมมองของหมอ อุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนศีรษะมีความเสี่ยงซ่อนอยู่ โดยเฉพาะ ภาวะเลือดคั่งในสมองจากการบาดเจ็บ ซึ่งเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่อาจไม่แสดงอาการทันทีในนาทีแรกที่เกิดเหตุ

กลไกการเกิดเลือดคั่งในกะโหลกศีรษะ

เวลาศีรษะได้รับการกระแทกอย่างแรง เส้นเลือดที่อยู่ระหว่างกะโหลกกับเนื้อสมอง หรือภายในเนื้อสมองเองอาจเกิดการฉีกขาดได้ เมื่อมีเลือดไหลออกมาสะสมในพื้นที่จำกัดอย่างกะโหลกศีรษะ เลือดก้อนนี้จะเริ่มเบียดเนื้อสมอง ส่งผลให้เกิดแรงดันในกะโหลกสูงขึ้น ซึ่งถ้าร่างกายระบายแรงดันนี้ไม่ทัน จะทำให้การทำงานของสมองส่วนต่างๆ ผิดปกติไป

สังเกตอาการเตือนภัยที่ห้ามละเลยเด็ดขาด

การหมั่นสังเกตอาการหลังเกิดอุบัติเหตุคือเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะในระยะ 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน:

  • อาการปวดศีรษะที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และไม่ทุเลาลงแม้กินยาแก้ปวด
  • อาเจียนพุ่งโดยไม่มีอาการคลื่นไส้มาก่อน
  • ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป เช่น พูดจาสับสน จำเหตุการณ์ไม่ได้ หรือปลุกให้ตื่นยาก
  • มีอาการอ่อนแรงของแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง
  • เห็นภาพซ้อน หรือมีอาการตาพร่ามัวผิดปกติ

ทำไมบางคนดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่กลับทรุดลงกะทันหัน

นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยที่สุด ภาวะนี้มีสิ่งที่เรียกว่า Lucid Interval หรือช่วงที่ดูเหมือนคนไข้ปกติดีทุกอย่างหลังจากได้รับบาดเจ็บ เพราะก้อนเลือดที่ค่อยๆ ซึมออกมายังไม่ใหญ่พอที่จะไปกดทับสมองส่วนสำคัญ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เลือดที่สะสมมากขึ้นจะเริ่มออกแรงกด จนกระทั่งอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจึงเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้รักษาได้ทันท่วงที

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่หมอต้องทำ

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หมอจะทำการประเมินระบบประสาทเบื้องต้น หากมีความเสี่ยง เครื่องมือที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) เพื่อดูว่ามีก้อนเลือดกดทับเนื้อสมองหรือไม่ ซึ่งการตรวจนี้รวดเร็วและแม่นยำ ทำให้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาเพื่อลดอาการบวม หรือการผ่าตัดเพื่อระบายก้อนเลือดออกในกรณีที่จำเป็น

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นหากประสบอุบัติเหตุ

หากเพิ่งเกิดอุบัติเหตุและยังมีสติอยู่ ควรประคบเย็นบริเวณที่โนหรือช้ำเพื่อลดการอักเสบ งดกิจกรรมที่ต้องออกแรงหนักหรือใช้สมองเคร่งเครียดในช่วง 2-3 วันแรก และที่สำคัญคือห้ามกินยาแก้ปวดกลุ่มที่ทำให้เลือดหยุดยาก เช่น แอสไพริน หรือไอบูโพรเฟน โดยเด็ดขาดจนกว่าแพทย์จะยืนยันว่าไม่มีภาวะเลือดออกในสมอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down