ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หมอเชื่อว่าหลายคนเคยเจอประสบการณ์ที่อยู่ๆ ก็คลำเจอติ่งเนื้อเล็กๆ ผิวขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำตรงบริเวณจุดซ่อนเร้นหรือรอบทวารหนัก ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นมักไม่ใช่แค่อาการเจ็บหรือคัน แต่เป็นความกังวลใจ ความอาย และคำถามที่พรั่งพรูเข้ามาในหัวว่าเราไปติดโรคร้ายแรงมาหรือไม่ แท้จริงแล้ว ปัญหาเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นมาจากสิ่งที่เราอาจคุ้นหูกันดี นั่นคือ การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีและการเกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถรักษาให้หายได้ และไม่ควรปล่อยให้ความกังวลใจมาบดบังการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง

เมื่อเจอติ่งเนื้อแปลกปลอมในที่ลับ: อาการแบบไหนที่เรียกว่าหูดหงอนไก่

หูดหงอนไก่ มักปรากฏตัวในลักษณะของตุ่มหรือติ่งเนื้อนุ่มๆ สีชมพูหรือสีเนื้อ ผิวสัมผัสค่อนข้างขรุขระคล้ายกับดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่ ตุ่มเหล่านี้อาจขึ้นเพียงตุ่มเดียวเดี่ยวๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ตามบริเวณที่บอบบาง เช่น แคมเล็ก แคมใหญ่ ช่องคลอด ปากมดลูก ปลายอวัยวะเพศชาย ถุงอัณฑะ หรือแม้กระทั่งรอบๆ และภายในรูทวารหนัก

ในระยะแรก ตุ่มเหล่านี้อาจมีขนาดเล็กมากจนแทบสังเกตไม่เห็น และส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเจ็บเลย ทำให้หลายคนละเลยไป จนกระทั่งหูดเริ่มขยายขนาดขึ้นหรือมีจำนวนมากขึ้น บางรายอาจรู้สึกคัน ระคายเคือง หรือมีเลือดออกซิบๆ หลังการมีเพศสัมพันธ์เนื่องจากผิวสัมผัสของหูดค่อนข้างเปราะบางและฉีกขาดได้ง่าย

ไวรัส HPV ตัวร้าย: ติดต่อและก่อตัวเป็นหูดได้อย่างไร

จุดเริ่มต้นของหูดหงอนไก่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า เอชพีวี (Human Papillomavirus) ซึ่งติดต่อกันผ่านการสัมผัสทางผิวหนังโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างการมีกิจกรรมทางเพศ ไม่จำเป็นต้องเป็นการร่วมเพศแบบสอดใส่เพียงอย่างเดียว แค่การสัมผัสกันของผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศภายนอกที่มีเชื้อ ก็สามารถส่งผ่านไวรัสตัวนี้ได้แล้ว

เมื่อเชื้อไวรัสเอชพีวีเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยถลอกหรือแผลขนาดเล็กที่มองไม่เห็นบนผิวหนัง มันจะเข้าไปอาศัยอยู่ในเซลล์ผิวหนังชั้นล่างสุด จากนั้นไวรัสจะเข้าไปควบคุมและเปลี่ยนแปลงการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังบริเวณนั้น ทำให้เซลล์เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วผิดปกติจนงอกเงยออกมากลายเป็นติ่งเนื้อที่เราเรียกว่าหูด

สายพันธุ์ไหนทำให้เกิดหูด และสายพันธุ์ไหนที่ต้องระวังมะเร็ง

ไวรัสเอชพีวีมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่กลุ่มที่ส่งผลต่อบริเวณอวัยวะเพศจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ตามความรุนแรงดังนี้

  • กลุ่มความเสี่ยงต่ำ (Low-risk HPV): เป็นตัวการหลักในการก่อให้เกิดหูดหงอนไก่ โดยเฉพาะสายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหูดอวัยวะเพศถึงร้อยละ 90 ข้อดีคือสายพันธุ์กลุ่มนี้แทบจะไม่พัฒนาไปเป็นมะเร็งเลย
  • กลุ่มความเสี่ยงสูง (High-risk HPV): เช่น สายพันธุ์ 16 และ 18 กลุ่มนี้เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งในช่องปาก แม้จะไม่ได้ทำให้เกิดหูดหงอนไก่โดยตรง แต่ก็มีโอกาสที่ร่างกายจะได้รับเชื้อร่วมกันทั้งสองกลุ่มได้

ทำไมบางคนติดเชื้อแล้วมีอาการ แต่บางคนกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เรื่องที่น่าสนใจคือ ไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับเชื้อไวรัสเอชพีวีแล้วจะต้องเป็นหูดหงอนไก่ทันที ร่างกายของเรามีระบบภูมิคุ้มกันคอยต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมอยู่ตลอดเวลา ในรายที่ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันที่ดี ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถควบคุมและกำจัดเชื้อไวรัสออกไปได้เองตามธรรมชาติภายในระยะเวลา 1-2 ปี โดยที่ไม่มีอาการใดๆ ปรากฏขึ้นเลย

ในทางกลับกัน หากร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเครียดสะสม หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไวรัสที่ซ่อนตัวอยู่ก็จะเริ่มแบ่งตัวและแสดงอาการออกมาเป็นหูด โดยระยะฟักตัวอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์ ไปจนถึงหลายเดือนหรือเป็นปีหลังจากได้รับเชื้อ ทำให้ระบุได้ยากว่าได้รับเชื้อมาจากตอนไหนหรือจากใครกันแน่

วิธีรักษาเมื่อตรวจพบหูดหงอนไก่: มีวิธีไหนบ้าง

เมื่อรู้ตัวว่าเป็นหูดหงอนไก่ สิ่งแรกที่หมออยากเน้นย้ำคือ ห้ามซื้อยาทาแก้หูดทั่วไปตามร้านค้ามาทาเองเด็ดขาด เนื่องจากผิวหนังบริเวณจุดซ่อนเร้นมีความบอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงมาก ยาทาหูดทั่วไปที่มีฤทธิ์เป็นกรดรุนแรงจะทำให้ผิวหนังไหม้และเกิดการอักเสบติดเชื้อซ้ำซ้อนได้ การรักษาที่ถูกต้องควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองแนวทางหลัก

การทายาด้วยตัวเองกับการจี้โดยแพทย์ แตกต่างกันอย่างไร

แนวทางการรักษามักขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และจำนวนของหูด โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินวิธีที่เหมาะสมที่สุด

  • การใช้ยาทาเฉพาะจุด: แพทย์อาจจ่ายยาชนิดทาเฉพาะจุดที่มีความปลอดภัยสูงสำหรับผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ เช่น ยาที่ออกฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อหูด หรือยาที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่เพื่อให้ร่างกายกำจัดหูดออกไปเอง วิธีนี้เหมาะสำหรับหูดที่มีขนาดเล็กและมีจำนวนไม่มาก โดยคนไข้ต้องทายาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • การรักษาด้วยหัตถการโดยแพทย์: หากหูดมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก หรืออยู่ในบริเวณที่ทายายาก แพทย์มักแนะนำการรักษาที่เห็นผลเร็ว เช่น การจี้ด้วยไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy) เพื่อให้เนื้อเยื่อหูดฝ่อและหลุดออก การจี้ด้วยไฟฟ้า การใช้เลเซอร์ หรือการผ่าตัดดึงรอยโรคออกไป วิธีเหล่านี้ช่วยกำจัดติ่งเนื้อหูดออกได้อย่างรวดเร็ว แต่อาจต้องทำซ้ำหลายครั้งขึ้นอยู่กับความหนาของตัวโรค

วิธีป้องกันและดูแลตัวเอง ไม่ให้หูดหงอนไก่กลับมาเป็นซ้ำ

เนื่องจากหูดหงอนไก่เป็นการติดเชื้อไวรัส แม้จะรักษาติ่งเนื้อหูดภายนอกจนหายดีแล้ว แต่ตัวเชื้อไวรัสอาจยังคงแฝงตัวอยู่ในเซลล์ผิวหนังรอบๆ และพร้อมจะกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหากร่างกายอ่อนแอ การดูแลตัวเองในระยะยาวจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้หายขาดได้

  • สร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนเอชพีวี: การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี โดยเฉพาะชนิด 4 สายพันธุ์ หรือ 9 สายพันธุ์ ถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ 6 และ 11 ที่เป็นสาเหตุหลักของหูดหงอนไก่ได้เป็นอย่างดี
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์: แม้การใช้ถุงยางอนามัยจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เนื่องจากเชื้ออาจอยู่บริเวณผิวหนังรอบๆ ที่ถุงยางครอบคลุมไม่ถึง แต่ก็ช่วยลดโอกาสการรับเชื้อและการแพร่กระจายเชื้อได้อย่างมาก
  • ปรับพฤติกรรมชีวิตเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน: การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จัดการกับความเครียด และที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เนื่องจากมีงานวิจัยระบุชัดเจนว่าการสูบบุหรี่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเฉพาะที่อ่อนแอลง ส่งผลให้หูดหงอนไก่หายช้าและมีอัตราการกลับมาเป็นซ้ำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down