ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกด้วยท่าทีเหนียมอาย อึกอักอยู่นานกว่าจะยอมเล่าให้ฟังว่า เจอติ่งเนื้อแปลกๆ คล้ายผิวขรุขระขึ้นบริเวณจุดซ่อนเร้น ความกังวลแรกที่แล่นเข้ามาในหัวของทุกคนมักจะเป็นเรื่องโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง แต่หลังจากที่หมอได้ตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว ส่วนใหญ่ปัญหานี้มักมีสาเหตุมาจากเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด นั่นคือการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีและการเกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในห้องตรวจของหมอ

ทำความรู้จักตัวการร้าย: ไวรัส HPV เกี่ยวอะไรกับติ่งเนื้อขรุขระ?

ก่อนอื่นหมออยากชวนมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ไวรัสเอชพีวี หรือ Human Papillomavirus (HPV) นั้นมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่กลุ่มที่ทำให้เกิดปัญหาในมนุษย์จะถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักๆ คือ สายพันธุ์ความเสี่ยงสูงที่อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็ง และสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำที่ก่อให้เกิดเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง

สำหรับการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีและการเกิดหูดหงอนไก่นั้น เกือบทั้งหมดเกิดจากไวรัส HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะสายพันธุ์ 6 และสายพันธุ์ 11 ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งช่องคลอดโดยตรง แต่เจ้าไวรัสสองตัวนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนักเจริญเติบโตผิดปกติ จนกลายเป็นติ่งเนื้อนุ่มๆ ที่เราเรียกว่าหูดหงอนไก่นั่นเอง

ติดเชื้อมาได้อย่างไร? เรื่องจริงของช่องทางการติดต่อที่หลายคนเข้าใจผิด

คำถามยอดฮิตที่หมอมักจะโดนถามอยู่เสมอคือ "หมอครับ/ค่ะ แฟนเพิ่งเป็นหูดหงอนไก่ แปลว่าเขาต้องไปนอกใจมาใช่ไหม?" หมออยากชี้แจงตรงนี้เลยว่า ไม่เสมอไป เพราะกลไกการแพร่เชื้อของไวรัสชนิดนี้มีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่านั้น

  • ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังโดยตรง: ไวรัส HPV ไม่ได้ติดต่อผ่านสารคัดหลั่งเหมือนโรคเอดส์ แต่อาศัยการเสียดสีและการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ ดังนั้น แม้จะสวมถุงยางอนามัยก็ยังไม่สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะถุงยางไม่ได้ครอบคลุมผิวหนังทั้งหมดบริเวณขาหนีบหรือรอบถุงอัณฑะ
  • ระยะฟักตัวที่ยาวนานจนคาดเดาไม่ได้: หลังจากได้รับเชื้อมาแล้ว ไวรัสอาจจะนอนสงบนิ่งอยู่ในร่างกายได้นานหลายเดือน หรือบางรายอาจนานเป็นปีๆ โดยไม่มีอาการใดๆ เลย จนกระทั่งร่างกายอ่อนแอลง ภูมิคุ้มกันตก หูดถึงจะแสดงตัวออกมา ดังนั้น การพบหูดในวันนี้ไม่ได้แปลว่าเพิ่งได้รับเชื้อมาเมื่อสัปดาห์ก่อนเสมอไป

หน้าตาของหูดหงอนไก่เป็นอย่างไร? ชวนมาสังเกตอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง

หากลองคลำหรือสังเกตบริเวณจุดซ่อนเร้นแล้วพบสิ่งผิดปกติ ต่อไปนี้คือลักษณะเฉพาะของหูดหงอนไก่ที่หมออยากใหลองเช็กดู

ลักษณะภายนอกที่สังเกตได้ง่าย

หูดจะมีลักษณะเป็นติ่งเนื้อนุ่มๆ สีเนื้อ สีชมพู หรือสีน้ำตาลเข้ม ผิวสัมผัสขรุขระ คล้ายกับผิวของดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่ อาจขึ้นเป็นติ่งเดี่ยวๆ หรือขึ้นรวมกันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่

ตำแหน่งที่พบบ่อย

  • ในผู้หญิง: มักพบบริเวณแคมเล็ก แคมใหญ่ รอบปากช่องคลอด ปากมดลูก และรอบรูทวารหนัก
  • ในผู้ชาย: มักพบบริเวณปลายอวัยวะเพศ ใต้หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ ถุงอัณฑะ และรอบรูทวารหนัก

ในบางรายอาจไม่มีอาการเจ็บเลย แต่อาจรู้สึกคัน ระคายเคือง หรือมีเลือดออกซึมๆ หลังจากมีเพศสัมพันธ์เนื่องจากการเสียดสี

เมื่อเป็นแล้วรักษาอย่างไร? เจาะลึกวิธีจัดการหูดหงอนไก่ให้อยู่หมัด

หมอต้องบอกตามตรงว่า ปัจจุบันยังไม่มีความสามารถในการกำจัดเชื้อไวรัส HPV ให้หมดไปจากร่างกายได้โดยตรงด้วยยาตัวใดตัวหนึ่ง แต่ร่างกายของเรามีระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถกำจัดเชื้อออกไปได้เองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่หมอทำได้ในปัจจุบันคือการรักษาตัวรอยโรคหรือหูดที่ปรากฏขึ้นมา ซึ่งมีวิธีหลักๆ ดังนี้

1. การใช้ยาทาเฉพาะที่

วิธีนี้เหมาะสำหรับหูดที่มีขนาดเล็กและเพิ่งเริ่มเป็น โดยหมอจะใช้ยาแต้มที่มีฤทธิ์กัดทำลายเนื้อเยื่อหูด หรือจ่ายยาประเภทครีมปรับภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ให้คนไข้กลับไปทาเองที่บ้าน สิ่งสำคัญคือห้ามซื้อยามาแต้มเองโดยเด็ดขาด เพราะยากลุ่มนี้มีความเข้มข้นสูง หากทาพลาดไปโดนผิวหนังปกติที่บอบบางรอบๆ อาจทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรงได้

2. การรักษาด้วยวิธีทางกายภาพ

สำหรับรายที่หูดมีขนาดใหญ่ หรือใช้ยาทาแล้วไม่ได้ผล หมอจะแนะนำวิธีรักษาที่รวดเร็วกว่า ได้แก่

  • การจี้เย็น (Cryotherapy): การใช้ไนโตรเจนเหลวที่มีความเย็นจัดจี้ไปที่ตัวหูดเพื่อให้เซลล์หูดตายและหลุดลอกออกไปเอง
  • การจี้ด้วยไฟฟ้าหรือเลเซอร์ (Electrocautery / Laser Therapy): วิธีนี้จะสะดวกรวดเร็ว หมอจะฉีดยาชาเฉพาะจุดก่อน แล้วใช้กระแสไฟฟ้าหรือแสงเลเซอร์ทำลายเนื้อเยื่อหูด
  • การผ่าตัดตัดออก (Excision): ใช้ในกรณีที่หูดมีขนาดใหญ่มากจนรวมกันเป็นก้อนหนา

ป้องกันไว้ดีกว่าแก้: วิธีลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อแบบได้ผลจริง

การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีและการเกิดหูดหงอนไก่เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ หากเราปรับพฤติกรรมและเตรียมตัวรับมืออย่างถูกวิธีตามคำแนะนำต่อไปนี้

ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV: นี่คือเครื่องมือที่ดีที่สุดในปัจจุบัน วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์สามารถครอบคลุมสายพันธุ์ 6 และ 11 ที่เป็นสาเหตุหลักของหูดหงอนไก่ได้สูงถึง 90% และยังช่วยป้องกันสายพันธุ์ก่อมะเร็งได้อีกด้วย สามารถฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป

ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง: แม้จะไม่สามารถป้องกันการสัมผัสได้ทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอสามารถลดโอกาสการติดเชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง: พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงความเครียด เพราะระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงคือปราการด่านสำคัญในการจำกัดไม่ให้เชื้อไวรัสแสดงอาการออกมา

สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่าหากสังเกตพบติ่งเนื้อผิดปกติ อย่าเพิ่งตกใจหรือรู้สึกอายจนไม่กล้ามาพบแพทย์ การเข้ามาตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การรักษาง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และเจ็บตัวน้อยลงอย่างแน่นอน

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down