ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนมักตกใจและกังวลใจอย่างมากเมื่อบังเอิญคลำพบตุ่มเนื้อเล็กๆ ผิวขรุขระบริเวณจุดซ่อนเร้นหรือรอบทวารหนัก ความวิตกกังวลมักตามมาด้วยคำถามมากมายว่าเรากำลังเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่ ความจริงแล้ว อาการเหล่านี้มีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีและการเกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยมากในเวชปฏิบัติประจำวัน หมออยากบอกว่าโรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากเราทำความเข้าใจและเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี

ทำความรู้จักตัวการร้าย: ไวรัส HPV สายพันธุ์ไหนที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่?

ไวรัสเอชพีวี (Human Papillomavirus: HPV) มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่หมอมักจะแบ่งกลุ่มง่ายๆ เป็นสองกลุ่มหลัก คือ กลุ่มสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงที่ก่อให้เกิดมะเร็ง และกลุ่มสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำที่ก่อให้เกิดหูด

สำหรับหูดหงอนไก่นั้น เกือบ 90% เกิดจากไวรัส HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ สายพันธุ์ 6 และ 11 ไวรัสกลุ่มนี้จะไม่พัฒนาไปเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งช่องคลอด แต่จะกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นตุ่มเนื้อที่มีลักษณะเฉพาะตัว

ติดต่อกันได้อย่างไร? ทำไมถุงยางอนามัยถึงป้องกันได้ไม่ 100%

คำถามที่หมอมักโดนถามบ่อยที่สุดคือ "ป้องกันด้วยการใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ทำไมยังติดเชื้อได้?" หมอต้องอธิบายว่า ไวรัส HPV ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนัง (Skin-to-skin contact) ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือแม้กระทั่งการใช้ปาก

เนื่องจากถุงยางอนามัยไม่ได้ครอบคลุมผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศทั้งหมด เช่น บริเวณขาหนีบ ถุงอัณฑะ หรือรอบทวารหนัก หากผิวหนังบริเวณที่ไม่มีการป้องกันไปสัมผัสกับเชื้อ ไวรัสก็สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยถลอกเล็กๆ บนผิวหนังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้เช่นกัน ดังนั้น ถุงยางอนามัยจึงช่วยลดความเสี่ยงได้ดี แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด

สังเกตตัวเองอย่างไร? ลักษณะอาการที่ฟ้องว่านี่คือหูดหงอนไก่

หูดหงอนไก่มีระยะฟักตัวที่ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน หรือบางรายอาจใช้เวลาเป็นปีกว่าอาการจะแสดงออก โดยมีลักษณะเด่นที่สังเกตได้ดังนี้

  • มีตุ่มเนื้อสีชมพูอ่อน สีเนื้อ หรือสีน้ำตาลเข้ม โผล่ขึ้นมาบริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ หรือรอบทวารหนัก
  • ตุ่มอาจมีลักษณะเรียบในระยะแรก ก่อนจะค่อยๆ ขยายตัวและรวมกันเป็นกลุ่ม มีผิวขรุขระ ขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่
  • ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บ แต่อาจรู้สึกคัน ระคายเคือง หรือมีเลือดออกซึมๆ ได้หากเกิดการเสียดสีกับเสื้อผ้าชั้นใน

ในผู้หญิง หูดมักขึ้นบริเวณแคมเล็ก แคมใหญ่ ปากช่องคลอด หรือลึกเข้าไปข้างในช่องคลอดและปากมดลูก ส่วนในผู้ชายมักพบที่บริเวณปลายอวัยวะเพศ หนังหุ้มปลาย หรือถุงอัณฑะ

วิธีรักษาเมื่อเป็นหูดหงอนไก่ มีวิธีไหนบ้างที่หมอแนะนำ?

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ การรักษาหูดหงอนไก่เป็นการกำจัดรอยโรคหรือตุ่มหูดให้หมดไป แต่อาจไม่ได้ทำให้เชื้อไวรัส HPV หมดไปจากร่างกายในทันที ร่างกายจำเป็นต้องใช้ภูมิคุ้มกันของตัวเองในการกำจัดเชื้อออกไปตามธรรมชาติ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาตามขนาด จำนวน และตำแหน่งของหูด

1. การทายาเฉพาะที่

เหมาะสำหรับหูดที่มีขนาดเล็กและมีจำนวนไม่มาก ยาที่ใช้มักเป็นกลุ่มยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายเนื้อเยื่อหูด หรือยาที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่เพื่อให้ร่างกายกำจัดหูดออกไปเอง การใช้ยาเหล่านี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรซื้อยามาทาเองเนื่องจากอาจทำให้ผิวหนังโดยรอบไหม้และเกิดแผลรุนแรงได้

2. การทำหัตถการโดยแพทย์

หากหูดมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก หรือไม่ตอบสนองต่อยาทา แพทย์อาจเลือกใช้วิธีการรักษาเหล่านี้

  • การจี้เย็น (Cryotherapy): การใช้ไนโตรเจนเหลวแช่แข็งเนื้อเยื่อหูด เพื่อให้หูดฝ่อและหลุดออกไปเอง
  • การจี้ไฟฟ้า (Electrosurgery): การใช้กระแสไฟฟ้าตัดและทำลายเนื้อหูด
  • การผ่าตัด (Surgical Excision): การผ่าตัดเอาตุ่มหูดออก เหมาะสำหรับหูดขนาดใหญ่มาก
  • การเลเซอร์ (Laser Therapy): การใช้แสงเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ทำลายหูด มักใช้ในกรณีที่หูดอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก

วิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยและห่างไกลจากไวรัสตัวนี้

แม้ว่าหูดหงอนไก่จะเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าการตามรักษาเสมอ วิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบันมีดังนี้

การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV เป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ หรือ 9 สายพันธุ์ ซึ่งครอบคลุมการป้องกันสายพันธุ์ 6 และ 11 ที่เป็นสาเหตุหลักของหูดหงอนไก่ได้มากกว่า 90% หมอแนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุยังน้อยและก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เพื่อให้วัคซีนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด แต่สำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว การฉีดวัคซีนก็ยังคงมีประโยชน์ในการป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยได้รับ

นอกเหนือจากการฉีดวัคซีนแล้ว การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้อย่างมาก รวมถึงการหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย และการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายพร้อมที่จะต่อสู้และกำจัดไวรัสออกไปได้เองตามธรรมชาติ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down