ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

จากเด็กที่เคยร่าเริง พูดเก่ง ชอบเล่นสนุกสนาน จู่ๆ ก็กลับกลายเป็นคนเก็บตัว เงียบขรึม ขังตัวเองอยู่ในห้องนอน หรือบางครั้งก็ระเบิดอารมณ์ก้าวร้าวใส่คนในครอบครัวจนหลายคนมองว่าเป็นเด็กดื้อ พฤติกรรมเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่การต่อต้านตามวัย แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น ที่กำลังกัดกินหัวใจดวงน้อยๆ ของพวกเขาอยู่

ในฐานะหมอที่ดูแลคนไข้เด็กและครอบครัวมาหลายเคส หมออยากบอกว่าความเจ็บปวดทางใจในวัยเด็กและวัยรุ่นเป็นเรื่องจริงที่จับต้องได้ และพวกเขากำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด

เมื่อเด็กซึมเศร้า ไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ซึมเศร้า: สังเกตความต่างอย่างไร?

ภาพจำของคนทั่วไปเวลาพูดถึงอาการซึมเศร้า มักจะเป็นภาพของคนนั่งร้องไห้ เศร้าหมอง และไม่อยากทำอะไร แต่สำหรับ โรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น นั้น อาการแสดงอาจแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง บางครั้งอาการไม่ได้แสดงออกด้วยความโศกเศร้า แต่แสดงออกด้วยความหงุดหงิด ฉุนเฉียว และพฤติกรรมก้าวร้าวแทน นั่นเป็นเพราะสมองส่วนการควบคุมอารมณ์ของเขายังพัฒนาไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ ทำให้เมื่อเผชิญกับความรู้สึกอึดอัดขัดข้องใจ จึงแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมต่อต้านภายนอก

สัญญาณเตือนที่บอกว่า ลูกรักกำลังส่งเสียงขอความช่วยเหลือ

พ่อแม่และผู้ปกครองคือคนใกล้ชิดที่สุดที่จะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ โดยสัญญาณเตือนสำคัญที่ต้องใส่ใจมีดังนี้

1. อารมณ์แปรปรวนง่ายและก้าวร้าวขึ้นผิดปกติ

เด็กบางคนอาจจะไม่ได้ดูเศร้าซึม แต่จะกลายเป็นคนโกรธง่าย อารมณ์เสียกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทะเลาะกับเพื่อนหรือคนในบ้านบ่อยขึ้น ซึ่งนี่คือหน้ากากของความเศร้าที่ซ่อนอยู่ข้างใน

2. ละทิ้งสิ่งที่เคยชอบทำ

หากสังเกตเห็นว่าลูกเลิกเล่นเกมที่เคยชอบ เลิกวาดรูป เลิกซ้อมดนตรี หรือไม่อยากออกไปเจอเพื่อนสนิทที่เคยเล่นด้วยกันทุกวัน ความรู้สึกไม่อยากทำอะไรเลยและหมดสนุกกับชีวิตนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนมาก

3. ผลการเรียนตกต่ำลงอย่างกะทันหัน

สมาธิที่สั้นลง ความคิดที่เชื่องช้าลงจากสารเคมีในสมองที่เสียสมดุล จะส่งผลต่อการเรียนโดยตรง ลูกอาจจะจำเนื้อหาที่เรียนไม่ได้ ทำงานส่งไม่ทัน หรือไม่มีสมาธิในห้องเรียนจนส่งผลให้คะแนนสอบดิ่งลง

4. พฤติกรรมการกินและการนอนเปลี่ยนไป

บางคนอาจจะนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายตลอดคืน หรือในทางกลับกันคือเอาแต่นอนทั้งวัน ไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไร เรื่องการกินก็อาจจะเบื่ออาหารจนน้ำหนักลด หรือหันมากินจุบจิบตลอดเวลาเพื่อชดเชยความเครียด

ทำไมลูกเราถึงเป็น? ชวนเข้าใจต้นตอและสาเหตุที่แท้จริง

หลายครั้งที่พ่อแม่มักโทษตัวเองว่าเลี้ยงลูกไม่ดี หรือคนรอบข้างอาจมองว่าเด็กอ่อนแอเกินไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น เกิดจากหลากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง

  • สารเคมีในสมองเสียสมดุล: สารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์ เช่น เซโรโทนิน และนอร์อะดรีนาลีน ทำงานลดลง ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกโดยตรง
  • พันธุกรรม: ครอบครัวที่มีประวัติคนใกล้ชิดเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวล อาจส่งผลให้เด็กมีความเปราะบางทางอารมณ์ได้ง่ายขึ้น
  • ความเครียดและสภาพแวดล้อม: การกดดันเรื่องการเรียน ความสัมพันธ์กับเพื่อน การถูกกลั่นแกล้ง (Bullying) ทั้งที่โรงเรียนและบนโลกออนไลน์ รวมไปถึงความขัดแย้งภายในครอบครัว

ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก: พ่อแม่จะโอบกอดและเยียวยาลูกได้อย่างไร?

เมื่อทราบแล้วว่าลูกอาจกำลังเผชิญกับภาวะนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือความเข้าใจและการสนับสนุนจากครอบครัว หมอมีแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ที่สามารถเริ่มทำได้ทันทีดังนี้

เปิดใจรับฟังด้วยหูและหัวใจ โดยปราศจากการตัดสิน

เมื่อลูกยอมเปิดปากพูดถึงความรู้สึกของตัวเอง อย่าเพิ่งรีบสอน สั่ง หรือบอกให้เขาคิดบวก แต่ให้เน้นการรับฟังอย่างตั้งใจ แสดงความเห็นอกเห็นใจ และทำให้เขารู้สึกว่า ไม่ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร พ่อแม่จะยังคงยืนอยู่เคียงข้างเขาเสมอ

สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยในบ้าน

ลดแรงกดดันเรื่องผลการเรียนหรือความคาดหวังลงชั่วคราว เปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ลูกสามารถแสดงความอ่อนแอออกมาได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนตำหนิหรือซ้ำเติม

จับมือลูกไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

การพาลูกไปพบแพทย์ไม่ได้หมายความว่าลูกมีอาการป่วยทางจิตขั้นรุนแรง หรือพ่อแม่ล้มเหลวในการเลี้ยงดู แต่คือการพาลูกไปรับการรักษาที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับการพาไปหาหมอเมื่อเป็นไข้หวัด การบำบัดทางจิตวิทยาและการใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์จะช่วยให้สารเคมีในสมองกลับมาสมดุลและช่วยให้ลูกกลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง

สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่า โรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น สามารถรักษาให้หายดีและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง ขอเพียงแค่เราสังเกตเห็นสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่นๆ และพร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อมกับเขาด้วยความเข้าใจและรักอย่างไม่มีเงื่อนไข

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down