หลายครั้งเวลาที่พาสาวๆ เข้ามาคุยกันเรื่องตรวจภายใน สิ่งแรกที่จะเห็นคือรอยยิ้มแห้งๆ พร้อมกับคำถามเดิมในใจว่า มันเจ็บไหม น่ากลัวหรือเปล่า และทำไมหมอถึงต้องย้ำนักย้ำหนาให้มาตรวจทุกปี ยิ่งพอพูดถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีแปปสมียร์ หลายคนยิ่งพับโครงการนี้เก็บเข้าลิ้นชักเพราะความเขินอายและความกลัว
ในฐานะหมอที่นั่งตรวจคนไข้อยู่ทุกวัน หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีที่สุดเลยครับ มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่น่ากลัวก็จริง แต่มันมีข้อดีตรงที่เป็นไม่กี่โรคที่เราสามารถตรวจจับความผิดปกติตั้งแต่ยังไม่ทันเป็นมะเร็งได้เลย การตรวจแปปสมียร์นี่แหละคือพระเอกของเรา
แปปสมียร์คืออะไร และมันช่วยชีวิตเราได้อย่างไร
พูดกันแบบเข้าใจง่ายๆ การตรวจแปปสมียร์ (Pap Smear) คือการที่คุณหมอใช้อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ไปปาดเซลล์บริเวณเยื่อบุปากมดลูกเบาๆ แล้วเอาเซลล์พวกนั้นไปส่องกล้องดูว่ามีความผิดปกติอะไรแอบแฝงอยู่ไหม เซลล์ตรงนี้มันไม่ได้เปลี่ยนจากปกติเป็นมะเร็งในวันเดียว แต่มันค่อยๆ เปลี่ยนแปลงผ่านขั้นตอนก่อนเป็นมะเร็งอยู่หลายปี
ถ้าเราตรวจเจอความผิดตั้งแต่เนิ่นๆ เปรียบเสมือนเราเห็นขโมยกำลังปีนรั้วบ้านตั้งแต่ยังไม่ทันงัดประตูบ้าน เราก็จัดการแก้ไขได้ทันควัน โอกาสหายขาดคือร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มโดยที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่หรือรักษาตัวด้วยวิธีน่ากลัวเลย
ใครบ้างที่ควรนอนขึ้นขาหยั่งเพื่อตรวจแปปสมียร์
คำถามยอดฮิตคือยังไม่มีสามี หรือไม่ได้มีเพศสัมพันธ์มานานแล้ว ต้องตรวจไหม หมอขอสรุปให้เข้าใจง่ายตามนี้:
- ผู้หญิงทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรเริ่มตรวจแปปสมียร์เมื่ออายุครบ 25 ปีเป็นต้นไป
- แม้ว่าจะแต่งงานมานาน มีลูกแล้ว หรือมีคู่นอนคนเดียว ก็ยังต้องตรวจสม่ำเสมอ เพราะเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ที่เป็นตัวการหลัก ติดต่อได้จากการสัมผัส
- คนที่อายุเกิน 65 ปีแล้ว และผลตรวจย้อนหลังปกติสม่ำเสมอ สามารถปรึกษาหมอเพื่อหยุดตรวจได้ แต่ถ้ายังไม่เคยตรวจเลยก็ต้องมาเช็กดูสักครั้ง
เตรียมตัวอย่างไรไม่ให้ตื่นเต้นก่อนมาตรวจภายใน
ความลับคือการเตรียมตัวไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมทำตามนี้แล้วการตรวจจะราบรื่นขึ้นเยอะ:
- หลีกเลี่ยงการตรวจในช่วงที่มีประจำเดือน เพราะเลือดจะบังเซลล์ ทำให้หมออ่านผลไม่ได้ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือหลังประจำเดือนหมดไปแล้ว 1-2 สัปดาห์
- งดการมีเพศสัมพันธ์ งดการสวนล้างช่องคลอด หรือการเหน็บยาใดๆ ล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพราะสิ่งเหล่านี้อาจไปชะล้างเซลล์ที่ผิดปกติออกไปหมด ทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน
- ทำใจให้สบาย ปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเข้าห้องตรวจ จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลานอนบนเตียง
ความรู้สึกตอนตรวจจริง เจ็บไหมและใช้เวลานานแค่ไหน
ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงหนาทีด้วยซ้ำ คุณหมอจะใส่เครื่องมือพลาสติกหรือสแตนเลสขนาดเล็กเพื่อเปิดช่องคลอดเบาๆ แล้วใช้ไม้กวาดจิ๋วหรือแปรงนุ่มๆ ปาดเซลล์ที่ปากมดลูก
ความรู้สึกอาจจะเหมือนมีอะไรมาสะกิดเบาๆ หรือหน่วงๆ ท้องน้อยนิดหน่อยแบบเวลาปวดประจำเดือนช่วงวันแรก มันไม่ได้เจ็บกรี๊ดอย่างที่หลายคนจินตนาการไว้เลยครับ ถ้ารู้สึกเกร็ง ให้หายใจเข้าลึกๆ ยาวๆ แล้วบอกตัวเองว่าปล่อยตัวตามสบาย ยิ่งเกร็งจะยิ่งเจ็บ
ผลตรวจออกมาแล้วบอกอะไรเราบ้าง
หลังจากตรวจเสร็จ อีกประมาณ 1-2 สัปดาห์ ผลตรวจก็จะส่งมาถึงมือหมอ ซึ่งผลจะแบ่งออกเป็นหลักๆ ดังนี้:
- ผลปกติ: โล่งใจได้ เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่ำมาก นัดหมายมาตรวจซ้ำตามรอบปีหน้าหรือทุก 3 ปีตามคำแนะนำของแพทย์
- ผลผิดปกติขั้นต้น: แปลว่าเจอเซลล์หน้าตาแปลกปลอม ซึ่งไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป อาจเกิดจากการอักเสบติดเชื้อธรรมดา หมออาจจะแค่นัดมาตรวจซ้ำเร็วกว่ากำหนด หรือตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวีซ้ำเพื่อความชัวร์
การตรวจแปปสมียร์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือน่าอายอย่างที่คิดเลยครับ มันคือของขวัญชิ้นสำคัญที่สุดที่คุณผู้หญิงจะมอบให้กับร่างกายของตัวเองได้ ลองเปิดใจคุยกับคุณหมอ แล้วเดินเข้าห้องตรวจด้วยความมั่นใจเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาว