ลูกน้อยแรกเกิดมีอาการฟอดแฟด คัดจมูก แบบนี้เรียกว่าภูมิแพ้หรือเปล่า?
เวลาเห็นลูกน้อยแรกเกิดมีอาการหายใจเสียงดัง ฟุดฟิด หรือจามบ่อยๆ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าลูกกำลังป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อากาศหรือเปล่า ในฐานะหมอเด็ก ต้องบอกก่อนเลยว่าในเด็กทารกช่วงแรกเกิดจริงๆ นั้น โรคภูมิแพ้อากาศแทบจะยังไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของน้องยังพัฒนาไม่เต็มที่และยังไม่ค่อยได้เผชิญหน้ากับสิ่งกระตุ้นภายนอกมากนัก
อาการจามหรือคัดจมูกที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในเบบี๋ตัวน้อย จึงมักมาจากสาเหตุอื่นมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเยื่อบุจมูกบวมตามธรรมชาติ หรือฝุ่นละอองในบ้าน แต่เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลและเข้าใจวิธีสังเกตอาการ วันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยแยกโรคภูมิแพ้อากาศในทารกแรกเกิดกันแบบละเอียดยิบ ว่าอาการแบบไหนใช่ภูมิแพ้ แบบไหนแค่น้ำมูกธรรมดา หรือแบบไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ทำความรู้จักระบบทางเดินหายใจของทารกแรกเกิด ทำไมถึงหายใจคร่อกแคร่บตลอดเวลา?
ก่อนจะไปถึงเรื่องภูมิแพ้ เรามาทำความเข้าใจธรรมชาติของเด็กแรกเกิดกันก่อนครับ รูจมูกของทารกนั้นเล็กมาก ทางเดินหายใจก็สั้นและแคบสุดๆ เวลาที่มีน้ำมูกหรือเสมหะเพียงนิดเดียวติดอยู่ น้องจึงส่งเสียงหายใจคร่อกแคร่บออกมาให้เราได้ยินชัดเจน ซึ่งอาการนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เกิดจากโรคภูมิแพ้เสมอไป
นอกจากนี้ ต่อมสร้างเมือกในจมูกของเด็กแรกเกิดยังทำงานค่อนข้างไวต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง แค่อากาศเย็นลงนิดหน่อย หรืออยู่ในห้องแอร์ที่แห้งเกินไป ก็ทำให้น้องมีน้ำมูกใสๆ ออกมาได้แล้ว ดังนั้น การเจออาการแบบนี้ในวันแรกๆ จึงยังไม่ใช่สัญญาณฟันธงของโรคภูมิแพ้อากาศ
ส่องอาการจริงของโรคภูมิแพ้อากาศในเด็กเล็ก ต่างจากหวัดธรรมดาอย่างไร?
แม้ว่าโรคภูมิแพ้อากาศในทารกแรกเกิดจะพบได้น้อยมากๆ แต่ถ้าลูกเริ่มโตขึ้นเข้าสู่ช่วงขวบปีแรกและมีสิ่งกระตุ้นสะสม อาการของโรคภูมิแพ้อากาศมักจะมีลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ไม่ยาก ดังนี้ครับ
- จามติดๆ กันหลายครั้ง: โดยเฉพาะเวลาตื่นนอนตอนเช้าหรือเวลาเจอฝุ่น
- น้ำมูกใสไหลไม่หยุด: มักจะเป็นน้ำมูกใสแจ๋วเหมือนน้ำ ไม่เหนียวข้นเหมือนเวลาเป็นหวัดติดเชื้อ
- คันจมูก ขยี้จมูก: ในเด็กโตหน่อยจะเริ่มเอามือถูจมูกบ่อยๆ แต่ถ้าเป็นทารกอาจจะแสดงออกด้วยการหงุดหงิดเวลาเอาผ้าอ้อมโดนหน้า
- ไม่มีไข้: จุดสำคัญที่ช่วยแยกโรคภูมิแพ้อากาศออกจากโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่คือ น้องจะร่าเริงดี กินนมได้ปกติ และไม่มีไข้ร่วมด้วย
โรคอื่นๆ ที่ต้องเอามาวินิจฉัยแยกโรค เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าเป็นภูมิแพ้
เวลาที่คุณพ่อคุณหมอตรวจวินิจฉัยเด็กที่มีอาการทางจมูก เราไม่ได้มองแค่ภูมิแพ้อย่างเดียว แต่ต้องคอยแยกโรคอื่นๆ ออกไปด้วย เพื่อให้แน่ใจว่ารักษาได้ตรงจุดจริงๆ
หวัดจากการติดเชื้อไวรัส
อันนี้พบบ่อยที่สุด น้องจะมีอาการน้ำมูกข้นเขียว ไอ คอแดง และอาจมีไข้ร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากเชื้อโรค ไม่ใช่ภูมิแพ้
ภาวะโพรงจมูกอักเสบจากสิ่งระคายเคือง
เช่น ควันบุหรี่มือสอง ฝุ่น PM2.5 หรือกลิ่นน้ำหอมแรงๆ ในบ้าน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นภูมิแพ้ในตัว แต่ทำให้เยื่อบุจมูกของทารกเกิดการอักเสบและระคายเคืองจนจามและคัดจมูกได้เหมือนกัน
โรคหอบหืดหรือหลอดไวต่อสิ่งกระตุ้น
ในเด็กบางคนที่มีประวัติครอบครัวเป็นภูมิแพ้ อาจมีอาการหลอดลมตีบร่วมด้วยเวลาหายใจ มีเสียงวี๊ด ซึ่งต้องอาศัยการตรวจฟังปอดอย่างละเอียดจากแพทย์
วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นที่บ้าน ก่อนตัดสินใจพาไปหาหมอ
คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยคัดกรองเบื้องต้นได้โดยการสังเกตสิ่งรอบตัวเด็ก
- ลองเช็กดูว่าอาการของลูกเกิดขึ้นเวลาอยู่มุมไหนของบ้าน เช่น ห้องนอนที่มีตุ๊กตาผ้าเยอะๆ หรือตอนที่เปิดแอร์แรงๆ
- สังเกตสีและลักษณะของน้ำมูก ว่าใสหรือข้นเหลืองเขียว
- ดูว่ามีอาการทางผิวหนังร่วมด้วยไหม เช่น ผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ เพราะเด็กที่มีปัญหาภูมิแพ้มักจะมาเป็นแพ็กคู่กัน
อาการแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจ?
ถ้าลูกรักมีอาการคัดจมูกเรื้อรังจนรบกวนการนอน หายใจลำบากจนอกบุ๋ม ซี่โครงบาน หรือมีไข้ร่วมด้วย รวมถึงน้ำมูกมีสีเหลืองเขียวติดต่อกันหลายวัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด ควรพามาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด และรับคำแนะนำที่ถูกต้องในการดูแลรักษาต่อไปครับ