ตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วเจอเรื่องแปลก: เมื่อปัสสาวะไม่ใสเหมือนเคย
เวลาที่เราเดินเข้าห้องน้ำในตอนเช้า สิ่งที่เราคุ้นตาคือปัสสาวะสีเหลืองใสหรือเหลืองอ่อน แต่ถ้าวันไหนเปิดโถส้วมมาแล้วเจอว่ามันขุ่นแปลกๆ หรือมีกลิ่นฉุนรุนแรงกว่าปกติ จนบางทีก็แอบกังวลว่าเราเป็นอะไรหรือเปล่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรปล่อยผ่านนะครับ เพราะมันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายที่พยายามบอกอะไรบางอย่าง
ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นฉุน เกิดจากอะไรได้บ้างในชีวิตประจำวัน
ก่อนที่เราจะตกใจกลองยาวไปไกล มาดูกลไกเบื้องต้นกันก่อนว่าทำไมปปัสสาวะถึงเปลี่ยนสภาพไปได้ขนาดนั้น โดยทั่วไปแล้วสาเหตุหลักแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน
ดื่มน้ำน้อยเกินไปจนของเสียเข้มข้น
สาเหตุอันดับหนึ่งที่เจอได้บ่อยที่สุดคือการดื่มน้ำน้อยครับ พอร่างกายขาดน้ำ ไตก็จะพยายามสงวนน้ำไว้ ทำให้ปัสสาวะถูกขับออกมาน้อยและมีความเข้มข้นสูงมาก สีจะเข้มขึ้น กลิ่นจะฉุนกึ๊ก และบางครั้งก็อาจจะดูขุ่นๆ เล็กน้อยจากการตกตะกอนของสารบางชนิด แค่ลองดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น อาการเหล่านี้มักจะหายไปได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง
อาหารและยาบางชนิดที่แอบเปลี่ยนกลิ่น
บางทีอาหารที่เรากินเข้าไปก็เป็นตัวการสำคัญ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง กระเทียม หัวหอม หรือกาแฟแก้วโปรด อาหารเหล่านี้มีสารกำมะถันหรือสารระเหยที่ขับออกมาทางปัสสาวะทำให้มีกลิ่นฉุน รวมถึงวิตามินบีรวมบางตัวที่กินแล้วฉี่จะเหลืองอ๋อยและมีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งถ้าเป็นเพราะสาเหตุนี้ก็ไม่ต้องตกใจครับ ไม่มีอันตรายอะไร
สัญญาณเตือนภัย: แบบไหนที่เริ่มไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว
ถ้าเราดื่มน้ำเยอะแล้ว กลิ่นอาหารก็ไม่ใช่ แต่ปัสสาวะยังขุ่นแถมมีกลิ่นฉุนจัด แบบนี้เริ่มน่าสงสัยว่าอาจจะมีโรคซ่อนอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะโรคในระบบทางเดินปัสสาวะ
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
นี่คือผู้ต้องหาตัวฉกาจที่สุด อาการติดเชื้อจะทำให้มีหนอง แบคทีเรีย และเม็ดเลือดขาวปะปนออกมากับปัสสาวะ ส่งผลให้ปัสสาวะขุ่นคลัชเหมือนน้ำซาวข้าว หรือมีกลิ่นฉุนรุนแรงแบบผิดปกติ ร่วมกับอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะ ปวดหน่วงช่วงท้องน้อย หรือรู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด
นิ่วในทางเดินปัสสาวะและปัญหาอื่นๆ
นอกจากเรื่องการติดเชื้อแล้ว นิ่วในไตหรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะก็ทำให้เกิดการระคายเคืองและมีเลือดหรือตะกอนปนออกมาได้เช่นกัน รวมถึงโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน ที่อาจทำให้มีสารบางอย่างรั่วออกมาในปัสสาวะจนเปลี่ยนกลิ่นและลักษณะไป
อาการร่วมแบบไหนที่ควรพาตัวเองมาหาหมอทันที
ถ้าคุณมีแค่ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นฉุนเพียงอย่างเดียวและไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย อาจจะลองสังเกตอาการและดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ ก่อน แต่ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้เมื่อไหร่ แนะนำว่าควรมาตรวจรักษากับแพทย์เพื่อความปลอดภัย
- มีไข้หนั่นสั่น ปวดหลังหรือปวดเอวข้างใดข้างหนึ่งอย่างรุนแรง
- ปวดแสบปวดร้อน หรือเจ็บจี๊ดเวลาปัสสาวะ
- มีเลือดปน มากับปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นสีชมพูจางๆ หรือสีแดงเข้ม
- ปัสสาวะไม่ออก หรือรู้สึกปวดอยากเข้าห้องน้ำตลอดเวลาแต่ปัสสาวะออกทีละนิด
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นและการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นฉุนทำได้ไม่ยากเลยครับ เริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ดังนี้
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน
พยายามจิบน้ำเปล่าเรื่อยๆ ระหว่างวัน อย่ารอให้กระหายน้ำจัด การที่ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอจะช่วยเจือจางของเสีย และช่วยล้างระบบทางเดินปัสสาวะไม่ให้แบคทีเรียตกค้างเติบโตได้ดี
ไม่อั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
งานยุ่งแค่ไหนก็ควรหาเวลาไปเข้าห้องน้ำครับ การอั้นปัสสาวะไว้นานๆ จะเปิดโอกาสให้แบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อ
รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล
โดยเฉพาะคุณผู้หญิง หลังจากเข้าห้องน้ำควรเช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากทวารหนักลุกลามเข้าสู่ท่อปัสสาวะ และควรหลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์หรือน้ำยาที่มีสารเคมีรุนแรงสวนล้างบริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะอาจไปทำลายแบคทีเรียดีตามธรรมชาติได้