ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยได้ยินเสียงลูกน้อยนอนกรน และอาจจะรู้สึกเอ็นดูบ้าง หรือแอบเป็นกังวลเล็กๆ ว่ามันปกติไหมนะ? บางคนก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของเด็กๆ ไม่ได้มีอะไรน่าห่วง แต่ในฐานะคุณหมอที่ดูแลสุขภาพเด็ก ขอชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจกันให้ลึกซึ้งขึ้นว่า การนอนกรนในเด็กนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องเสียงดังรบกวน แต่บางครั้งมันอาจเป็นสัญญาณเล็กๆ ที่บอกถึงปัญหาสุขภาพที่ใหญ่กว่าที่เราคิดได้เลย

ลูกน้อยนอนกรน... แบบไหนถึงเรียกว่า "ไม่ปกติ"?

การนอนกรนในเด็กเล็กพบได้บ่อย บางครั้งก็แค่เสียงเบาๆ คล้ายหายใจแรง หรืออาจดังขึ้นนิดหน่อยเวลาเป็นหวัดคัดจมูก แต่ถ้าลูกน้อยนอนกรนเป็นประจำ เสียงดังชัดเจน มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น หายใจติดขัด หายใจเฮือก ไอ หรือหยุดหายใจเป็นช่วงๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษแล้ว

ทำไมเด็กถึงนอนกรนได้? มาทำความเข้าใจกลไกง่ายๆ กัน

โดยทั่วไป การนอนกรนเกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจส่วนบนของเราตีบแคบลงขณะหลับ ทำให้ลมหายใจที่ผ่านไปมาเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อต่างๆ เช่น เพดานอ่อน หรือลิ้นไก่ จนเกิดเป็นเสียงกรนขึ้นมา ในเด็กก็เช่นกัน กลไกหลักๆ ก็คือมีอะไรบางอย่างไปขวางทางเดินหายใจนั่นเอง

ปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ทำให้ลูกนอนกรน?

หลายคนอาจคิดว่านอนกรนเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่จริงๆ แล้วในเด็กก็มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่ทำให้เกิดอาการนี้ได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรรู้จักไว้

  • รูปร่างหน้าตา หรือสรีระของลูก

    ปัจจัยนี้เป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้นๆ ที่พบบ่อยที่สุดคือ ต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์ที่โตเกินไป ซึ่งอยู่บริเวณหลังโพรงจมูกและลำคอ เมื่อต่อมเหล่านี้โตจะไปเบียดทางเดินหายใจทำให้แคบลงจนเกิดเสียงกรนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ โครงสร้างใบหน้าและขากรรไกรบางอย่างก็มีผลเช่นกัน

  • โรคอ้วน: ภัยเงียบที่มาพร้อมการนอนกรน

    คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจไม่คาดคิด แต่เด็กที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือเป็นโรคอ้วน มีความเสี่ยงที่จะนอนกรนและมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับสูงกว่าเด็กปกติมาก เพราะไขมันที่สะสมอยู่บริเวณลำคอจะไปกดเบียดทางเดินหายใจ ทำให้แคบลงและยุบตัวได้ง่ายขึ้นขณะนอนหลับ

  • ภาวะภูมิแพ้: เมื่อจมูกตันก็กรนง่ายขึ้น

    โรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะภูมิแพ้ที่จมูก เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กนอนกรน เพราะเมื่อมีอาการแพ้ เยื่อบุจมูกจะบวมอักเสบ มีน้ำมูก คัดแน่น ทำให้หายใจทางจมูกไม่สะดวก ต้องหายใจทางปากแทน ส่งผลให้ทางเดินหายใจส่วนบนเกิดการตีบแคบและมีเสียงกรนตามมาได้ง่ายนั่นเอง

  • ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผล

    • พันธุกรรม: ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีประวัติการนอนกรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ลูกก็อาจมีความเสี่ยงมากขึ้น
    • การรับควันบุหรี่มือสอง: เด็กที่สัมผัสควันบุหรี่เป็นประจำ อาจมีระบบทางเดินหายใจที่ระคายเคืองและอักเสบได้ง่าย
    • น้ำหนักแรกเกิดน้อย: งานวิจัยบางชิ้นพบว่าเด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยก็อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

นอนกรนในเด็ก... อาจเป็นสัญญาณบอกโรคอะไรได้บ้าง?

การนอนกรนในเด็กบางครั้งก็เป็นเพียงแค่เสียงรบกวน แต่ในหลายๆ กรณี มันคือสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA)

    นี่คือโรคร่วมที่สำคัญและน่ากังวลที่สุดเมื่อเด็กนอนกรน ภาวะนี้คือการที่ทางเดินหายใจส่วนบนของเด็กถูกปิดกั้นเป็นพักๆ ในระหว่างนอนหลับ ทำให้เด็กหยุดหายใจไปช่วงสั้นๆ หรือหายใจเฮือกขึ้นมาเพื่อพยายามหายใจเข้า จนรบกวนวงจรการนอนหลับ และทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่ หากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการพัฒนาการของลูกในระยะยาวได้

  • ผลกระทบต่อพัฒนาการและสุขภาพในระยะยาว

    เด็กที่นอนกรนและมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับเรื้อรัง มักจะมีคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดี ส่งผลให้มีอาการต่างๆ ตามมาได้ เช่น

    • พัฒนาการช้า: อาจมีปัญหาด้านสมาธิ การเรียนรู้ จดจำยาก หรือมีผลการเรียนตกต่ำ
    • พฤติกรรมเปลี่ยนไป: กลางวันง่วงซึม หงุดหงิดง่าย สมาธิสั้น หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าว
    • ปัญหาสุขภาพอื่นๆ: เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

เมื่อไหร่ที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอ?

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ ควรพาไปปรึกษาคุณหมอ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและการดูแลที่เหมาะสม

  • นอนกรนเสียงดังเป็นประจำเกือบทุกคืน
  • มีช่วงที่หยุดหายใจไปชั่วขณะ หรือหายใจเฮือกแรงๆ เหมือนสำลักขณะนอนหลับ
  • นอนหลับกระสับกระส่าย เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • กลางวันดูง่วงซึม หาวบ่อยๆ หรือหลับใน
  • มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป เช่น สมาธิสั้นลง หงุดหงิดง่าย
  • หายใจทางปากตลอดเวลา
  • มีปัญหาเรื่องการเจริญเติบโต หรือน้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์

ดูแลลูกรักให้หลับสบาย ห่างไกลปัญหาสุขภาพ

การนอนหลับที่มีคุณภาพสำคัญต่อพัฒนาการและสุขภาพของเด็กอย่างมาก หากคุณพ่อคุณแม่กังวลเรื่องการนอนกรนของลูก อย่าลังเลที่จะปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ คุณหมอจะช่วยประเมินสาเหตุ วินิจฉัย และให้คำแนะนำในการดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้ลูกรักได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ มีสุขภาพดี และหลับสบายตลอดคืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down