ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลองจินตนาการถึงคนที่กำลังนั่งทำงาน ทำกิจกรรมประจำวัน หรือกำลังออกกำลังกายอยู่ดีๆ แล้วเกิดอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน รุนแรงในระดับที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต ราวกับมีอะไรมาทุบศีรษะอย่างแรง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงกับคนไข้หลายคนที่ถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน และต้นเหตุสำคัญที่หมอมักจะพบอยู่บ่อยครั้งก็คือ เส้นเลือดในสมองโป่งพองแตก ภาวะวิกฤตทางระบบประสาทที่ต้องแข่งกับเวลาทุกวินาทีเพื่อรักษาชีวิตไว้

ทำความรู้จักเส้นเลือดในสมองโป่งพองแตก เมื่อหลอดเลือดเปราะบางเหมือนลูกโป่งที่พร้อมจะปริออก

เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ลองนึกถึงยางจักรยานที่ใช้งานมานานจนเนื้อยางบางส่วนเริ่มย้วยและพองออกเป็นถุงเล็กๆ หลอดเลือดในสมองของเราก็เช่นกัน เมื่อผนังหลอดเลือดบางจุดเกิดความอ่อนแอ แรงดันเลือดที่ฉีดฉีดอยู่ตลอดเวลาจะดันให้ผนังตรงนั้นพองโตขึ้นมาเรื่อยๆ จนมีลักษณะคล้ายลูกโป่งเล็กๆ ซ่อนอยู่ในสมอง

ตราบใดที่ลูกโป่งนี้ยังไม่แตก คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ เลย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ความดันในหลอดเลือดสูงขึ้นจนถึงจุดที่ผนังส่วนที่บางนั้นรับไม่ไหว จะเกิดภาวะ เส้นเลือดในสมองโป่งพองแตก ทำให้มีเลือดไหลทะลักออกมาในช่องว่างใต้เยื่อหุ้มสมอง (Subarachnoid Hemorrhage) เลือดที่รั่วออกมานี้จะเข้าไปกดทับเนื้อสมอง เพิ่มความดันในกะโหลกศีรษะอย่างรวดเร็ว และขัดขวางการไหลเวียนของออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง

อาการปวดหัวแบบไหน ที่อาจเป็นสัญญาณของเส้นเลือดในสมองโป่งพองแตก?

หมอมักจะเน้นย้ำกับคนไข้เสมอว่า การปวดหัวจากภาวะนี้มีความพิเศษและแตกต่างจากการปวดหัวคลื่นไส้ ปวดไมเกรน หรือปวดหัวจากความเครียดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

ปวดหัวฉับพลันและรุนแรงที่สุดในชีวิต (Thunderclap Headache)

ความรู้สึกปวดจะเกิดขึ้นแบบทันทีทันใด ถึงจุดปวดสูงสุดภายในไม่กี่วินาที คนไข้มักบรรยายว่าเหมือนมีฟ้าผ่าลงมาในหัว หรือเป็นความปวดระดับ 10 เต็ม 10 ที่ไม่เคยเจอมารูปแบบนี้มาก่อน

สัญญาณเตือนร่วมอื่นๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

นอกจากอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงแล้ว เลือดที่รั่วซึมออกมายังส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาทตามมา ได้แก่

  • คอแข็งเกร็ง: ไม่สามารถก้มคอให้คางชิดอกได้ เนื่องจากเลือดไประคายเคืองเยื่อหุ้มสมองและยอดไขสันหลัง
  • ตาแพ้แสง: มองเห็นแสงสว่างแล้วรู้สึกปวดตา ตาพร่ามัว หรือเห็นภาพซ้อน
  • คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง: เกิดจากความดันในกะโหลกศีรษะที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • การรับรู้เปลี่ยนไป: สับสน พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ชักกระตุก หรือหมดสติไปทันที

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเส้นเลือดในสมองโป่งพองแตกโดยไม่รู้ตัว?

ความน่ากลัวของภาวะนี้คือ มักเกิดขึ้นในคนที่ดูแข็งแรงดีมาก่อน อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยหลักๆ ที่หมอพบว่าเป็นตัวกระตุ้นและเร่งให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

  • ภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรัง: เปรียบเหมือนการเพิ่มแรงดันน้ำในท่อตลอดเวลา ทำให้ผนังหลอดเลือดที่บางอยู่แล้วทนแรงดันไม่ไหว
  • การสูบบุหรี่:สารพิษในบุหรี่ทำลายโครงสร้างของผนังหลอดเลือดโดยตรง ทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่นและแตกง่ายขึ้น
  • ประวัติครอบครัว: หากมีญาติสายตรงเคยมีประวัติเส้นเลือดในสมองโป่งพอง ความเสี่ยงจะสูงขึ้นกว่าคนทั่วไป
  • อายุและเพศ: มักพบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายเล็กน้อย
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การดื่มแอลกอฮอล์หนัก หรือการใช้สารเสพติดที่กระตุ้นความดันโลหิตให้พุ่งสูงฉับพลัน

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นาทีทองและการตรวจวินิจฉัยทำอย่างไร?

หากสงสัยว่ามีอาการของ เส้นเลือดในสมองโป่งพองแตก สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองให้เร็วที่สุด ห้ามให้นอนพักรอให้อาการดีขึ้นเองเด็ดขาด

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะทำการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) เพื่อดูว่ามีเลือดออกในช่องใต้เยื่อหุ้มสมองหรือไม่ หากพบว่ามีเลือดออก แพทย์จะทำการฉีดสารทึบแสงเพื่อเอกซเรย์ดูหลอดเลือดสมอง (CTA หรือ Cerebral Angiography) เพื่อหาตำแหน่ง ขนาด และรูปร่างของหลอดเลือดที่โป่งพองและแตกรั่วได้อย่างแม่นยำ

วิธีรักษาเมื่อเส้นเลือดในสมองโป่งพองแตก อุดรอยรั่วเพื่อเซฟชีวิต

เป้าหมายหลักของการรักษาคือ การหยุดเลือดที่กำลังรั่วซึมและป้องกันไม่ให้หลอดเลือดจุดเดิมเกิดการแตกซ้ำ ซึ่งปัจจุบันมี 2 วิธีหลักที่นิยมใช้

1. การผ่าตัดหนีบหลอดเลือด (Surgical Clipping)

เป็นการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ เพื่อเข้าไปใช้คลิปโลหะขนาดเล็กหนีบบริเวณขั้วของถุงหลอดเลือดที่โป่งพอง เพื่อกั้นไม่ให้เลือดไหลเข้าไปในถุงนั้นอีก เป็นวิธีมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพสูง

2. การใส่สายยางสายสวนอุดหลอดเลือด (Endovascular Coiling)

เป็นเทคโนโลยีแผลเล็ก โดยแพทย์จะใส่สายสวนขนาดเล็กผ่านหลอดเลือดบริเวณขาหนีบขึ้นไปจนถึงจุดที่โป่งพองในสมอง จากนั้นจะปล่อยขดลวดแพลทินัมขนาดเล็กเข้าไปขดแน่นอยู่ภายในถุงโป่งพอง เพื่อให้เลือดลิ่มตัวและอุดถุงนั้นไว้ ไม่ให้มีเลือดไหลเข้าไปได้อีก

เราจะป้องกันและลดความเสี่ยงเส้นเลือดในสมองโป่งพองแตกได้อย่างไร?

แม้เราจะไม่สามารถเปลี่ยนปัจจัยด้านพันธุกรรมได้ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงลงได้อย่างมากด้วยการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

เริ่มต้นจากการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ตรวจเช็กสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ งดการสูบบุหรี่เด็ดขาด และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก สำหรับคนที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้ หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจคัดกรองด้วยการทำ MRI หลอดเลือดสมอง (MRA) ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่ต้องเจ็บตัว เพื่อมองหาจุดโป่งพองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนที่จะเกิดการแตก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down