ลูกกินเก่งแต่ทำไมผอมแห้งแรงน้อย น้ำหนักส่วนสูงไม่ยอมขยับ
เวลาคุณพ่อคุณแม่พาเจ้าตัวเล็กมาหาที่คลินิก คำถามหนึ่งที่หมอบ่อยได้ยินบ่อยๆ คือ ลูกกินอาหารเก่ง ทำไมถึงยังตัวเล็กว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน หรือบางคนส่วนสูงแทบไม่กระเตื้องขึ้นเลย over the past year หลายครอบครัวเริ่มกังวลว่าลูกอาจมีความผิดปกติเรื่องฮอร์โมนหรือพันธุกรรม แต่พอมาร, ตรวจลึกลงไปในรายละเอียด หมอกลับพบว่าต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่ปริมาณอาหารที่กินเข้าไป แต่อยู่ที่ว่า ร่างกายของเด็กดึงสารอาหารเหล่านั้นไปใช้ได้จริงมากแค่ไหน
ภาวะการเจริญเติบโตหยุดชะงักจากปัญหาการดูดซึมสารอาหาร เป็นภาวะที่ระบบทางเดินอาหารของเด็กไม่สามารถย่อยและดูดซึมวิตามิน แร่ธาตุ และพลังงานเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้เต็มที่ ส่งผลให้กระดูกและกล้ามเนื้อขาดวัตถุดิบในการพัฒนา เด็กจึงโตช้ากว่าที่ควรจะเป็นอย่างเห็นได้ชัด
สัญญาณเตือนภัยเงียบ เมื่อลำไส้ลูกกำลังมีปัญหา
เด็กที่เผชิญกับปัญหาการดูดซึมสารอาหารมักไม่ได้แสดงอาการเจ็บป่วยรุนแรงในทันที แต่มักจะมีร่องรอยบางอย่างที่ฟ้องออกมาทางร่างกาย ซึ่งหมออยากให้คุณพ่อคุณแม่คอยสังเกตสิว่าลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่
- น้ำหนักลดลงหรือหยุดนิ่งเป็นเวลานาน: กราฟการเจริญเติบโตในสมุดสุขภาพตกลงอย่างต่อเนื่อง
- ลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไป: ถ่ายเหลวเรื้อรัง อุจจาระมีกลิ่นเหม็นรุนแรง มีคราบมันลอยปะปน หรือถ่ายบ่อยผิดปกติ
- อาการท้องอืดท้องเฟ้อ: พุงป่อง แน่นท้อง งอแงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผิวพรรณและเส้นผมแห้งกร้าน: ผมร่วงง่าย เล็บเปราะบาง หรือมีอาการซีดเซียวจากภาวะขาดธาตุเหล็ก
- อ่อนเพลียไม่มีแรง: เด็กดูซึมๆ ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงวิ่งเล่นเหมือนเด็กวัยเดียวกัน
ไขปมความลับในลำไส้ ทำไมสารอาอาหารถึงหายไปไหนหมด
ปกติแล้ว อาหารที่เรากินเข้าไปจะถูกย่อยสลายที่กระเพาะอาหาร ก่อนจะเดินทางเข้าสู่ลำไส้เล็ก ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนด่านตรวจและดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือด แต่ถ้าหากผนังลำไส้เล็กเกิดความเสียหาย ขาดน้ำย่อยบางชนิด หรือมีการอักเสบเรื้อรัง พื้นที่ผิวในการดูดซึมก็จะลดลง ทำให้สารอาหารสำคัญ เช่น โปรตีน แคลเซียม วิตามินดี และไขมันดี หลุดลอยออกไปกับอุจจาระโดยที่ร่างกายไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
สาเหตุหลักที่ทำให้ลำไส้ทำงานได้ไม่เต็มที่
ปัญหาการดูดซึมสารอาหารไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มักมีโรคหรือภาวะแทรกซ้อนบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งหมอพบได้บ่อยในเด็กมีดังนี้
- การแพ้อาหารแบบเรื้อรัง: เช่น ภาวะแพ้โปรตีนนมวัว หรือโรคแพ้กลูเตน (Celiac Disease) ที่ไปทำลายเซลล์ผิวลำไส้เล็กโดยตรง
- การติดเชื้อในทางเดินอาหารซ้ำๆ: เคยท้องเสียรุนแรงจนเยื่อบุลำไส้ได้รับความเสียหายและฟื้นตัวได้ช้า
- โรคเรื้อรังบางชนิด: เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) หรือภาวะตับและตับอ่อนทำงานบกพร่อง ทำให้ไม่มีน้ำย่อยเพียงพอ
วิธีตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาจากแพทย์
หากคุณหมอประเมินแล้วพบว่าเด็กมีความเสี่ยงจากภาวะการเจริญเติบโตหยุดชะงักจากปัญหาการดูดซึมสารอาหาร ขั้นตอนแรกคือการตรวจเลือดเพื่อหาภาวะขาดสารอาหาร ตรวจอุจจาระเพื่อดูการทำงานของลำไส้ และอาจต้องตรวจเพิ่มเติมเฉพาะโรคในเด็กบางราย
สำหรับการรักษา จะเน้นไปที่การแก้ที่ต้นเหตุ เช่น การปรับเปลี่ยนอาหารให้ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ การใช้ยาเพื่อลดการอักเสบในลำไส้ ควบคู่ไปกับการให้วิตามินเสริมชนิดที่ร่างกายดูดซึมง่ายเป็นพิเศษ เพื่อเร่งเติมเต็มสารอาหารที่ขาดหายไปให้กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล
เมื่อไหร่ที่ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีพัฒนาการทางร่างกายช้ากว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างชัดเจน น้ำหนักไม่ขึ้นเลยติดต่อกันหลายเดือน หรือมีอาการท้องเสียเรื้อรังร่วมด้วย อย่ารอช้าจนเกินไปครับ การพามาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เราหาทางแก้ไขและช่วยให้เจ้าตัวเล็กกลับมาเติบโตสมวัยได้อย่างปลอดภัยครับ