ช่วงนี้หลายคนอาจจะสังเกตตัวเองว่า กินเก่งเท่าไหร่แต่น้ำหนักก็ไม่ยอมขึ้นแถมยังผอมแห้งแรงน้อย หน้าตาซีดเซียว หรือบางคนมีอาการพุงป่องผิดปกติทั้งที่ไม่ได้กินเยอะ หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นเพราะระบบเผาผลาญดี แต่ในมุมมองของหมอ เวลาเจอคนไข้ที่มีอาการเหล่านี้ร่วมกับอาการท้องอืดท้องเฟ้อเรื้อรัง หมอมักจะนึกถึงสาเหตุที่หลายคนมองข้าม นั่นคือภาวะขาดสารอาหารที่เกิดจากเจ้าตัวร้ายในท้อง หรือที่เรียกว่าภาวะขาดสารอาหารเนื่องจากการแย่งสารอาหารของพยาธิในลำไส้นั่นเองครับ
พยาธิในลำไส้แอบขโมยสารอาหารของเราไปกินได้อย่างไร?
เวลาที่เรากินอาหารดีๆ มีประโยชน์เข้าไป สารอาหารพวกโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ จะถูกย่อยและดูดซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปหล่อเลี้ยงร่างกาย แต่ถ้าเรามีเจ้าพยาธิอาศัยอยู่ข้างใน เจ้าพวกนี้จะทำตัวเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญที่คอยแย่งของกินอร่อยๆ ไปตัดหน้าเราเสียหมด พยาธิบางชนิดอย่างพยาธิตัวตืดหรือพยาธิปากขอ จะเกาะติดอยู่กับผนังลำไส้แล้วคอยแย่งดูดซึมสารอาหารสำคัญ หรือแม้กระทั่งดูดเลือดของเราโดยตรง ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ควรจะได้ แม้เราจะพยายามกินอาหารให้มากขึ้นเท่าไหร่ก็ตาม
สัญญาณเตือนภัยใกล้ตัว: ร่างกายแบบไหนฟ้องว่ามีพยาธิแย่งอาหาร?
อาการเตือนของภาวะนี้มักจะค่อยๆ ภาวะขาดสารอาหารเนื่องจากการแย่งเกิดขึ้นทีละน้อยจนเราชินชา ลองเช็คดูว่าคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่:
- กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน น้ำหนักลดฮวบฮาบ: ทั้งที่ปริมาณอาหารที่กินเข้าไปในแต่ละวันปกติหรือมากกว่าเดิม
- อ่อนเพลียเรื้อรัง: รู้สึกไม่มีแรง เหนื่อยง่าย เพราะร่างกายขาดสารอาหารและวิตามินไปสร้างพลังงาน
- ซีดเซียวจากภาวะโลหิตจาง: โดยเฉพาะพยาธิปากขอที่กัดกินผนังลำไส้ทำให้เสียเลือดทีละน้อย
- ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้องรอบสะดือ: มักมีอาการแน่นท้อง ผายลมบ่อย หรือรู้สึกยั้วเยี้ยในท้อง
- คันรอบทวารหนักตอนกลางคืน: อาการคลาสสิกที่มักเกิดจากพยาธิเส้นด้ายที่มักจะออกมาวางไข่ในช่วงเวลาดึก
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษเรื่องพยาธิในลำไส้
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นพยาธิได้ง่ายเท่ากันครับ หมอมักจะเจอโรคนี้บ่อยในกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงใกล้ตัว เช่น คนที่ชอบกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ ก้อย ซกเล็ก ปลาจ่อม หรือผักสดที่ล้างไม่สะอาด รวมถึงเด็กๆ ที่มักจะชอบเล่นดินทรายแล้วเอามือเข้าปากโดยไม่ล้างให้สะอาด หรือคนที่เดินเท้าเปล่าบนดินเป็นประจำจนเปิดโอกาสให้ตัวอ่อนพยาธิชอนไชผ่านผิวหนังเข้ามาได้
วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาจากคุณหมอ
ถ้าสงสัยว่าตัวเองกำลังเผชิญกับปัญหาพยาธิแย่งอาหาร การมาพบแพทย์เพื่อตรวจอุจจาระคือวิธีที่แม่นยำที่สุดครับ เมื่อตรวจพบชนิดของพยาธิแล้ว แพทย์จะทำการจ่ายยาถ่ายพยาธิที่ตรงกับชนิดนั้นๆ เพื่อกำจัดพวกมันออกจากร่างกายได้อย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งให้คำแนะนำเรื่องการเสริมวิตามินและธาตุเหล็กเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไปในช่วงที่ผ่านมา
วิธีปรับพฤติกรรมง่ายๆ เพื่อป้องกันพยาธิกลับมาเยือนซ้ำ
การกินยาถ่ายพยาธิอย่างเดียวอาจไม่พอ ถ้าพฤติกรรมการใช้ชีวิตยังเหมือนเดิม หมอแนะนำให้ยึดหลักปฏิบัติสั้นๆ ดังนี้ครับ:
- กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ: ท่องจำให้ขึ้นใจ อาหารทุกมื้อต้องปรุงสุกด้วยความร้อนสูง งดอาหารดิบเด็ดขาด
- ล้างผักผลไม้ให้สะอาด: แช่ด่างทับทิมหรือล้างผ่านน้ำไหลนานๆ เพื่อชะล้างไข่พยาธิที่อาจปนเปื้อนมา
- ถ่ายพยาธิเป็นประจำ: สำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกินยาถ่ายพยาธิปีละ 1-2 ครั้ง
- ใส่รองเท้าทุกครั้งเมื่อต้องเดินบนดิน: ป้องกันการชอนไชของตัวอ่อนพยาธิผ่านทางผิวหนัง
สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากลำไส้ที่สะอาด หากใครกำลังสงสัยว่าอาการผอมแห้งหรืออ่อนเพลียที่เป็นอยู่ อาจมีสาเหตุมาจากเจ้าพยาธิเหล่านี้ อย่าปล่อยทิ้งไว้จนร่างกายทรุดโทรม ลองสังเกตตัวเองและมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้องกันดีกว่าครับ