เวลาที่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เจ้าตัวเล็กแล้วเจอเลือดสีแดงสดปนมากับอุจจาระ เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ร้อยทั้งร้อยต้องตกใจจนทำอะไรไม่ถูก สมองจะเริ่มคิดไปไกลว่าลูกกำลังเป็นโรคร้ายแรงหรือเปล่า หนึ่งในสาเหตุที่พบได้แม้จะไม่ได้บ่อยมากนัก แต่ก็สร้างความกังวลใจได้ไม่น้อย คือภาวะที่มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ของทารก ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหากเราทำความเข้าใจอย่างถูกต้องและได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างทันท่วงที
ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ของทารก คืออะไรกันแน่?
ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ติ่งเนื้อก็เหมือนเนื้อเยื่อส่วนเกินชิ้นเล็กๆ ที่เจริญเติบโตยื่นออกมาจากผนังด้านในของลำไส้ใหญ่ มีลักษณะคล้ายผลเชอร์รี่ลูกเล็กๆ ที่มีก้านยึดติดอยู่กับผนังลำไส้
ในวัยทารกและเด็กเล็ก ติ่งเนื้อที่พบส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะเป็นชนิดที่เรียกว่า Juvenile Polyp ซึ่งเป็นติ่งเนื้อชนิดธรรมดาที่ไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง มักจะเกิดขึ้นเพียงติ่งเดียวเดี่ยวๆ และไม่ได้มีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปเป็นโรคร้ายในอนาคตเหมือนกับติ่งเนื้อที่พบในผู้ใหญ่ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถสบายใจไปได้เปลาะหนึ่งว่านี่ไม่ใช่เนื้อร้ายที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
สัญญาณเตือนที่ฟ้องว่า ลูกอาจมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
อาการของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่นั้นค่อนข้างเฉพาะเจาะจง โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตสัญญาณเตือนได้ดังนี้
- มีเลือดสีแดงสดปนมากับอุจจาระ: มักจะเป็นเลือดสดเคลือบอยู่ภายนอกก้อนอุจจาระ หรือบางครั้งอาจมีเลือดหยดตามหลังจากการที่ลูกถ่ายอุจจาระเสร็จแล้ว
- ไม่มีอาการปวดท้อง: จุดนี้สำคัญมาก เพราะเด็กที่มีติ่งเนื้อในลำไส้มักจะไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ เลยขณะถ่าย ลูกยังคงกินอิ่ม นอนหลับ เล่นซน และน้ำหนักตัวขึ้นตามเกณฑ์ปกติอย่างไม่มีปัญหา
- มีติ่งเนื้อโผล่ออกมาตอนเบ่งถ่าย: ในกรณีที่ติ่งเนื้อนั้นอยู่ใกล้กับรูทวารหนักมากๆ เวลาที่ลูกเบ่งถ่ายอุจจาระ ติ่งเนื้ออาจจะหลุดโผล่พ้นขอบรูทวารออกมาให้เห็นเป็นก้อนเนื้อสีแดงคล้ำ และสามารถหดกลับเข้าไปได้เอง
ทำไมอยู่ดีๆ ลูกถึงมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ได้?
ทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดติ่งเนื้อในเด็กได้อย่างแน่ชัดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สมมติฐานที่เชื่อถือได้มากที่สุดในปัจจุบันคือ เกิดจากการอักเสบหรือการระคายเคืองเล็กๆ น้อยๆ ของเยื่อบุลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเจริญเติบโตมากผิดปกติจนกลายเป็นติ่งเนื้อขึ้นมา ไม่ใช่โรคติดต่อ และโดยทั่วไปแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ยกเว้นในกรณีที่พบติ่งเนื้อจำนวนมากหลายสิบถึงหลายร้อยติ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มอาการเฉพาะทางพันธุกรรมที่พบได้ยากมากในวัยทารก
คุณหมอตรวจวินิจฉัยและรักษาติ่งเนื้อนี้อย่างไร?
เมื่อพามาพบแพทย์ หากประเมินแล้วว่ามีข้อบ่งชี้ ขั้นตอนการดูแลรักษาจะดำเนินไปอย่างเป็นระบบและปลอดภัยต่อตัวทารกมากที่สุด
การตรวจค้นหาตำแหน่งติ่งเนื้อ
วิธีที่แม่นยำที่สุดคือ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) โดยกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารจะใช้กล้องขนาดเล็กพิเศษสำหรับเด็ก สอดผ่านทวารหนักเข้าไปตรวจดูผนังลำไส้อย่างละเอียด วิธีนี้จะทำให้เห็นขนาด ตำแหน่ง และจำนวนของติ่งเนื้อได้อย่างชัดเจน
ขั้นตอนการรักษาและนำติ่งเนื้อออก
ข้อดีของการส่องกล้องคือ คุณหมอสามารถทำการรักษาไปพร้อมกันได้เลย โดยใช้เครื่องมือพิเศษตัดติ่งเนื้อนั้นออกมาผ่านทางกล้องส่องลำไส้ ซึ่งทารกจะได้รับการดมยาสลบหรือให้ยาระงับความรู้สึกโดยวิสัญญีแพทย์ตลอดขั้นตอน ทำให้น้องไม่รู้สึกเจ็บปวดและปลอดภัยอย่างแน่นอน เมื่อตัดติ่งเนื้อออกไปแล้ว อาการถ่ายเป็นเลือดก็จะหายไป และชิ้นเนื้อที่ตัดได้จะถูกส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันชนิดของเนื้อเยื่ออีกครั้งเพื่อความมั่นใจสูงสุด
เรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้เพื่อดูแลใจตัวเองและลูกน้อย
การพบว่าลูกน้อยถ่ายเป็นเลือดอาจสร้างความเครียดให้ครอบครัวอย่างมาก แต่การตั้งสติและสังเกตอาการอย่างละเอียดคือสิ่งที่ดีที่สุด หากพบว่าลูกมีเลือดปนในอุจจาระ ควรจดบันทึกความถี่ ลักษณะของเลือดที่ออก และถ่ายรูปอุจจาระนั้นไว้เพื่อนำมาให้แพทย์ประเมิน
นอกจากนี้ ไม่ควรซื้อยาระบายหรือยาเหน็บทวารมาใช้กับลูกเองโดยเด็ดขาด เพราะอาการถ่ายเป็นเลือดในทารกอาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่พบบ่อยกว่า เช่น แผลฉีกขาดขนาดเล็กที่ขอบรูทวารหนักจากการท้องผูก หรือการแพ้โปรตีนในนมวัว การได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางอย่างถูกต้องจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการคืนรอยยิ้มและสุขภาพที่แข็งแรงให้กับเจ้าตัวเล็ก