เวลาที่หมอแนะนำให้คนไข้ตรวจอุจจาระ หลายคนมักจะแอบมีความกังวลหรือรู้สึกเขินอายที่จะพูดถึงเรื่องนี้ แต่จริงๆ แล้ว การตรวจอุจจาระเพื่อหาเม็ดเลือดแดงหรือเลือดที่ซ่อนอยู่ เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการดูแลสุขภาพลำไส้ของเรา เพราะโรคหลายอย่าง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ มักจะส่งสัญญาณเตือนแรกด้วยเลือดปริมาณน้อยมากๆ ที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
ทำไมเราถึงต้องตรวจหาเลือดที่ซ่อนอยู่ในอุจจาระ?
หลายคนสงสัยว่า ถ้ามองไม่เห็นเลือดด้วยตาเปล่า แล้วทำไมต้องตรวจ? คำตอบคือ เลือดที่ปนออกมาในอุจจาระไม่ได้มีแค่กรณีที่เป็นริดสีดวงแล้วมีเลือดสดๆ ติดกระดาษทิชชูเท่านั้นครับ แต่ยังมีเลือดที่ออกในทางเดินอาหารส่วนต้นหรือส่วนกลาง ซึ่งกว่าจะเดินทางมาถึงปลายทาง สีของเลือดจะเปลี่ยนไปจนกลายเป็นสีดำ หรือบางครั้งมีปริมาณน้อยมากจนอุจจาระยังดูเป็นปกติ การตรวจหาเม็ดเลือดแดงหรือสารพันธุกรรมของเลือดจึงช่วยให้เราเจอความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่โรคจะลุกลามใหญ่โต
ใครบ้างที่หมอมักจะแนะนำให้ตรวจวิธีนี้?
- คนที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป: ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงตามมาตรฐานสากลที่ควรได้รับการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นประจำทุกปี
- คนที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้: กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปและอาจต้องเริ่มตรวจเร็วกว่าอายุ 50 ปี
- คนที่มีอาการผิดปกติในระบบขับถ่าย: เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระลีบลง หรือมีเลือดปนโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
- คนที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรังหรือซีดโดยไม่รู้สาเหตุ: ซึ่งอาจเกิดจากการเสียเลือดทีละน้อยในทางเดินอาหารแบบเรื้อรัง
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเก็บตัวอย่างอุจจาระ
การตรวจนี้จะให้ผลที่แม่นยำได้ ตัวคนไข้เองมีส่วนสำคัญมากในการเตรียมตัวครับ โดยทั่วไปหมอจะให้ชุดตรวจกลับไปทำเองที่บ้าน สิ่งที่ต้องรู้มีดังนี้ครับ
เรื่องอาหารและยาที่ต้องระวัง
สำหรับการตรวจบางประเภท เช่น การตรวจหาฮีโมโกลบินโดยตรง (iFOBT) ในปัจจุบัน ไม่ค่อยจำกัดเรื่องอาหารแล้ว เพราะมีความจำเพาะเจาะจงสูงมาก แต่ถ้าเป็นการตรวจแบบเก่า (gFOBT) อาจจะต้องงดเนื้อแดง วิตามินซี หรือยาบางชนิดในช่วงก่อนตรวจ เพื่อไม่ให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน ดังนั้นควรฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการหรือคุณหมอประจำตัวให้ละเอียด
วิธีเก็บตัวอย่างให้ถูกต้องไม่ปนเปื้อน
การเก็บอุจจาระไม่ให้โดนน้ำในโถส้วมคือหัวใจสำคัญครับ แนะนำให้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองก้นโถส้วมหรือใช้ภาชนะสะอาดรองรับอุจจาระไว้ จากนั้นใช้ไม้พายที่ให้มาในชุดตรวจตักอุจจาระขนาดประมาณเมล็ดถั่วเขียวใส่ลงในหลอดเก็บตัวอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ให้ปัสสาวะปนลงไปเด็ดขาด แล้วรีบนำส่งห้องปฏิบัติการตามเวลาที่กำหนด
ผลตรวจบอกอะไรเราได้บ้าง?
เมื่อผลตรวจออกมา จะมีอยู่สองกรณีหลักๆ คือผลเป็นลบและผลเป็นบวก ซึ่งแพทย์จะนำมาพิจารณาร่วมกับอาการทางคลินิกอื่นๆ
ถ้าผลตรวจเป็นลบแปลว่าอะไร?
แปลว่าไม่พบเม็ดเลือดแดงหรือเลือดที่ซ่อนอยู่ในอุจจาระในวันที่ตรวจครับ อย่างไรก็ตามไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงจะเป็นศูนย์ตลอดไป แนะนำให้ตรวจซ้ำตามรอบประจำปีที่แพทย์แนะนำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
ถ้าผลตรวจเป็นบวก แปลว่าต้องเป็นมะเร็งเสมอไปไหม?
นี่คือสิ่งที่คนไข้กลัวที่สุดเวลาเห็นผลตรวจเป็นบวก หมออยากให้สบายใจก่อนครับว่า ผลบวกไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป สาเหตุที่พบได้บ่อยกว่ามากๆ ได้แก่ โรคริดสีดวงทวาร ติ่งเนื้อในลำไส้ แผลในกระเพาะอาหาร หรือแม้แต่การรับประทานอาหารบางชนิด แต่ผลบวกนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าแพทย์จำเป็นต้องส่งตัวท่านไปตรวจเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ เพื่อหาต้นตอที่แท้จริงของเลือดที่พบ
ตรวจพบเร็ว โอกาสรักษาหายก็สูงมาก
การตรวจหาเม็ดเลือดแดงในอุจจาระไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือน่าอายอย่างที่คิดครับ มันคือเกราะป้องกันด่านแรกที่ช่วยให้เราพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรง หากตรวจพบติ่งเนื้อหรือความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มแรก แพทย์สามารถตัดออกได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้กลายเป็นโรคร้ายแรง ดังนั้น หากคุณเข้าเกณฑ์หรือมีความกังวลเรื่องระบบขับถ่าย ลองปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจคัดกรองที่เหมาะสมกับตัวคุณเองจะดีที่สุดครับ