ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมช่วงนี้ใครๆ ก็พูดถึงไวรัส RSV

ในช่วงหน้าฝนหรือรอยต่อของฤดูกาล หมอจะเจอคุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆ มาที่คลินิกด้วยอาการไอหนัก หายใจหอบเหนื่อยกันบ่อยมาก หลายคนกังวลว่าเป็นโควิดหรือไข้หวัดใหญ่ แต่ตรวจแล้วกลับพบว่าเป็นเชื้อไวรัส RSV ซึ่งเจ้านี่แหละที่เป็นตัวการหลักทำให้เกิด ภาวะปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส RSV ที่รุนแรงในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

เชื้อ RSV คืออะไรและทำไมถึงร้ายแรงกว่าหวัดธรรมดา

ไวรัส RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โดยปกติแล้วอาการมักจะคล้ายหวัดทั่วไป แต่ความน่ากลัวอยู่ที่เมื่อเชื้อลุกลามลงไปถึงหลอดลมฝอย จะทำให้เกิดการอักเสบ บวม และมีเสมหะเหนียวข้นอุดกั้นทางเดินหายใจ จนเด็กๆ หายใจไม่ออกและนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบในที่สุด

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าลูกอาจมีภาวะปอดอักเสบแล้ว

การสังเกตอาการด้วยตัวเองที่บ้านเป็นเรื่องสำคัญมาก หากลูกเริ่มมีอาการต่อไปนี้ หมอแนะนำว่าอย่ารอช้า:

  • ไอถี่ขึ้น มีเสียงเสมหะครืดคราดในคอ
  • หายใจเร็ว หอบจนเห็นชายโครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานเวลาหายใจ
  • มีไข้สูงลอย หรือไข้เริ่มกลับมาสูงอีกครั้งหลังจากที่เหมือนจะหายดีแล้ว
  • ลูกซึมลง ไม่ยอมกินนมหรือน้ำ กินได้น้อยลงผิดปกติ
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียวคล้ำจากการได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

วิธีรับมือและดูแลลูกเมื่อติดเชื้อ RSV

ปัจจุบันเรายังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัส RSV โดยตรง การรักษาหลักจึงเป็นการประคับประคองตามอาการ หมอจะเน้นย้ำเรื่องการดูดเสมหะและการพ่นยาเพื่อขยายหลอดลมเป็นสำคัญ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยได้ที่บ้านคือ:

  • ให้ลูกดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อช่วยให้เสมหะไม่เหนียวจนเกินไป
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อกำจัดน้ำมูกและเสมหะในช่องจมูก
  • จัดให้นอนในท่าที่ศีรษะสูงเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น
  • หมั่นสังเกตอัตราการหายใจทุกๆ 2-4 ชั่วโมง หากเห็นว่าหอบเหนื่อยมากขึ้น ต้องรีบพามาพบแพทย์ทันที

ป้องกันอย่างไรให้ห่างไกลจากไวรัสตัวร้าย

เชื้อ RSV ติดต่อผ่านการไอ จาม และสัมผัสสารคัดหลั่ง ดังนั้นพื้นฐานที่ดีที่สุดคือการสร้างสุขอนามัยที่ดีในครอบครัว หมั่นล้างมือบ่อยๆ แยกอุปกรณ์การกินของลูก ไม่ให้ลูกคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีอาการไอหรือน้ำมูก และหลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในที่ที่มีคนพลุกพล่านในช่วงที่มีการระบาด

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

หากพบว่าลูกมีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด นี่คือสัญญาณอันตรายที่ต้องเข้าพบแพทย์เพื่อพิจารณาการให้ออกซิเจนหรือรับยาพ่นขยายหลอดลมในโรงพยาบาล อย่ารอดูอาการอยู่ที่บ้านเพียงอย่างเดียวเพราะภาวะปอดอักเสบในเด็กเล็กสามารถทรุดลงได้อย่างรวดเร็ว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down