ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจเรื่องภาวะความบกพร่องทางการเรียนรู้ในมุมของหมอ

บ่อยครั้งที่หมอตรวจพบคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาปรึกษาด้วยความกังวลใจว่า ทำไมลูกถึงตั้งใจเรียนแต่กลับอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือสลับตัวอักษร หรือคำนวณตัวเลขไม่ได้สักที หลายคนมักเข้าใจผิดว่าลูกขี้เกียจหรือไม่มีสมาธิ แต่ในความเป็นจริง เด็กกลุ่มนี้อาจกำลังเผชิญกับ ภาวะความบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Learning Disabilities ซึ่งเป็นความผิดปกติเฉพาะด้านของสมองในการประมวลผลข้อมูล ไม่ใช่เรื่องของสติปัญญาที่ต่ำกว่าเกณฑ์

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรสังเกต

ภาวะนี้มักแสดงออกชัดเจนในช่วงวัยประถมเมื่อลูกเริ่มเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเต็มตัว โดยอาการจะแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • ด้านการอ่าน (Dyslexia): ลูกอาจอ่านหนังสือช้า สะกดคำผิดบ่อย สลับพยัญชนะหรือสระ หรืออ่านได้แต่ไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่อ่าน
  • ด้านการเขียน (Dysgraphia): ลายมืออ่านยากมาก เขียนตัวหนังสือไม่เป็นระเบียบ เว้นช่องไฟไม่ถูก หรือเจ็บมือเมื่อต้องเขียนหนังสือนานๆ
  • ด้านการคำนวณ (Dyscalculia): สับสนเรื่องตัวเลข ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข หรือไม่สามารถทำความเข้าใจโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์พื้นฐานได้

ทำไมสมองของลูกถึงเรียนรู้ต่างจากคนอื่น

กลไกการทำงานของสมองในเด็กที่มีภาวะนี้มีความแตกต่างจากการสื่อสารของเซลล์ประสาทในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณที่ควบคุมการประมวลผลภาษาและการแปลงสัญลักษณ์ให้เป็นความเข้าใจ ทำให้สมองต้องใช้พลังงานมากกว่าเด็กทั่วไปในการถอดรหัสตัวอักษรหรือตัวเลข ซึ่งไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูหรือความบกพร่องของครอบครัว แต่เป็นเรื่องของการทำงานของระบบประสาทที่เฉพาะตัว

วิธีดูแลและช่วยเหลือลูกน้อยในระยะยาว

เมื่อสงสัยว่าลูกมีภาวะนี้ การวินิจฉัยโดยเร็วจากกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการหรือนักจิตวิทยาคลินิกมีความสำคัญมาก เพราะการปรับตัวต้องอาศัยความเข้าใจจากทั้งโรงเรียนและที่บ้าน

  • การจัดโปรแกรมการเรียนเฉพาะบุคคล: ร่วมมือกับครูเพื่อปรับวิธีสอน เช่น การใช้สื่อภาพแทนการอ่านเพียงอย่างเดียว หรือการอนุญาตให้สอบปากเปล่าแทนการเขียน
  • เสริมสร้างกำลังใจ: เด็กกลุ่มนี้มักมีความเครียดสะสมเพราะรู้สึกว่าตนเองไม่เก่ง พ่อแม่ควรให้ความสำคัญกับความถนัดด้านอื่น เช่น กีฬา ศิลปะ หรือดนตรี เพื่อสร้างความมั่นใจให้เขากลับคืนมา
  • การฝึกทักษะเฉพาะทาง: ในบางกรณีจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากนักกิจกรรมบำบัดหรือครูการศึกษาพิเศษ เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมือหรือเทคนิคการเรียนรู้ที่เหมาะกับสมองของเด็ก

เมื่อไหร่ที่ต้องพามาพบหมอ

หากพบว่าลูกพยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่ผลการเรียนยังตกต่ำต่อเนื่องจนมีผลกระทบต่อสุขภาพจิต เช่น ไม่อยากไปโรงเรียน บ่นปวดท้องหรือปวดหัวก่อนเข้าเรียน หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวเพราะความกดดัน สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าควรปรึกษาหมอเพื่อประเมินทางจิตวิทยาและหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม แทนการปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นปมด้อยในวัยโต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down