ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกน้อยจู่ๆ ก็ท้องเสีย ถ่ายเหลว พ่อแม่ควรทำอย่างไรดี?

กลางดึกคืนหนึ่ง มีคุณพ่อคุณแม่มือใหม่พาลูกน้อยวัย 8 เดือนมาพบหมอที่ห้องฉุกเฉินด้วยความตื่นตระหนก เพราะเจ้าตัวเล็กอาเจียนไปหลายรอบ แถมยังถ่ายเหลวเป็นน้ำจนล้นผ้าอ้อม เด็กน้อยดูเพลียและร้องไห้งอแงจนหมดแรง เหตุการณ์แบบนี้เป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่สร้างความกังวลใจให้คนเป็นพ่อแม่ได้มากที่สุด หมอเข้าใจดีว่าความกังวลใจจะพุ่งสูงแค่ไหนเมื่อเห็นลูกรักเจ็บป่วยและอ่อนเพลียลงไปต่อหน้า

ความจริงแล้ว อาการท้องเสีย ถ่ายเหลว หรืออาเจียนในทารก เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันและระบบย่อยอาหารของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจาก การติดเชื้อระบบทางเดินอาหารจาก เชื้อโรคตัวจิ๋วรอบๆ ตัว ซึ่งเราสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ที่มีลักษณะอาการและการดูแลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

วายร้ายตัวจริงคือใคร? รู้จักการติดเชื้อระบบทางเดินอาหารจากไวรัสและแบคทีเรีย

เพื่อที่จะรับมือได้อย่างถูกต้องและไม่ตื่นตระหนก เราต้องมารู้จักก่อนว่าตัวการที่ทำให้ลูกรักล้มป่วยคืออะไรกันแน่

กลุ่มไวรัสตัวป่วน: โรตาและโนโรไวรัส ตัวการทำลูกท้องร่วงรุนแรง

เชื้อไวรัสเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็กเล็ก โดยเฉพาะไวรัสโรตา (Rotavirus) และไวรัสโนโร (Norovirus) เชื้อเหล่านี้ติดต่อกันง่ายมากผ่านการสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นของเล่นที่ลูกหยิบเข้าปาก มือที่ไม่สะอาด หรือแม้แต่การสูดละอองฝอยที่มีเชื้อเข้าไป เชื้อไวรัสจะเข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุลำไส้ชั่วคราว ทำให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมน้ำและสารอาหารได้ตามปกติ ลูกจึงถ่ายออกมาเป็นน้ำปริมาณมาก

กลุ่มแบคทีเรียตัวร้าย: ท้องเสียจากการกินอาหารไม่สะอาด

ในขณะที่เชื้อแบคทีเรีย เช่น ซาลโมเนลลา (Salmonella) หรือ อีโคไล (E. coli) มักจะมาจากอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด นมผงที่ชงทิ้งไว้นานเกินไป หรือการล้างทำความสะอาดขวดนมที่ไม่ทั่วถึง เชื้อแบคทีเรียกลุ่มนี้ไม่ได้แค่รบกวนการทำงานของลำไส้เท่านั้น แต่บางชนิดยังสามารถบุกรุกเข้าไปทำลายผนังลำไส้ จนทำให้เกิดการอักเสบและมีเลือดออกปนมากับอุจจาระได้

สังเกตอาการลูกรัก: ติดเชื้อไวรัสกับแบคทีเรีย ต่างกันอย่างไร?

แม้ว่าอาการแสดงภายนอกจะดูคล้ายกันคือมีอาการถ่ายเหลว แต่หากสังเกตดีๆ เราจะพบข้อแตกต่างที่ช่วยให้หมอและคุณพ่อคุณแม่ประเมินสถานการณ์เบื้องต้นได้ง่ายขึ้น

  • ลักษณะของอุจจาระ: หากเป็น การติดเชื้อระบบทางเดินอาหารจาก ไวรัส อุจจาระมักจะเป็นน้ำล้วนๆ หรือเป็นมูกใสๆ ไม่มีเลือดปน แต่อาจมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ในขณะที่การติดเชื้อแบคทีเรีย อุจจาระมักจะมีมูกเลือดปน มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง
  • อาการไข้: การติดเชื้อไวรัสอาจมีไข้ต่ำๆ หรือไม่มีไข้เลยหลังจากผ่านวันแรกไปแล้ว แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย เด็กมักจะมีไข้สูงลอย ตัวร้อนจัด และดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
  • อาการอาเจียน: ไวรัสโรตาและโนโรไวรัสมักจะเปิดตัวด้วยอาการอาเจียนอย่างรุนแรงก่อน แล้วจึงตามด้วยการถ่ายเหลว ส่วนแบคทีเรียมักจะมีอาการปวดท้อง บิดเกร็งท้อง และถ่ายเหลวเป็นอาการเด่น

ภาวะขาดน้ำ: อันตรายเงียบที่ต้องระวังที่สุดเมื่อทารกท้องเสีย

หมออยากเน้นย้ำตรงนี้เลยว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวเชื้อโรคโดยตรง แต่คือภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ เนื่องจากร่างกายของทารกมีขนาดเล็กและมีสัดส่วนของน้ำในร่างกายสูง การสูญเสียน้ำจากการอาเจียนและถ่ายเหลวเพียงไม่กี่ครั้ง ก็อาจส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำรุนแรงจนเกิดภาวะช็อกได้

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตสัญญาณเตือนของภาวะขาดน้ำได้ดังนี้:

  • ปากและลิ้นแห้ง ตาโหล ไม่มีน้ำตาเวลาลูกร้องไห้
  • กระหม่อมหน้าบุ๋มลงไปมากกว่าปกติ
  • ซึมง่วง ปลุกตื่นยาก หรือกระสับกระส่ายงอแงผิดปกติ
  • ปัสสาวะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด สังเกตจากผ้าอ้อมแห้งนานกว่า 4-6 ชั่วโมง หรือปัสสาวะมีสีเข้มจัด
  • ผิวหนังเหี่ยวและขาดความยืดหยุ่น เมื่อลองหยิกผิวหนังบริเวณท้องเบาๆ แล้วปล่อย ผิวจะคืนตัวช้าอย่างเห็นได้ชัด

วิธีปฐมพยาบาลและดูแลลูกน้อยเบื้องต้นเมื่อมีอาการท้องเสีย

เมื่อลูกเริ่มมีอาการ สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือตั้งสติ และเริ่มกระบวนการทดแทนน้ำที่สูญเสียไปทันทีตามแนวทางนี้

  • ห้ามหยุดนมแม่: หากลูกยังกินนมแม่ได้ ให้ป้อนนมแม่บ่อยขึ้นกว่าปกติ เพราะนมแม่ย่อยง่าย มีสารอาหารครบถ้วน และยังมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคในลำไส้ได้ดีที่สุด
  • ใช้ผงเกลือแร่สำหรับเด็ก (ORS): หากลูกกินนมผงหรือเริ่มกินอาหารเสริมแล้ว ให้ผสมผงเกลือแร่โออาร์เอสสำหรับเด็กตามสัดส่วนข้างซองอย่างเคร่งครัด แล้วค่อยๆ ใช้ช้อนป้อนทีละนิด หรือให้จิบทีละน้อยบ่อยๆ ห้ามให้ลูกดื่มอึกใหญ่ๆ เพราะจะไปกระตุ้นให้อาเจียนมากขึ้น
  • งดซื้องดใช้ยาหยุดถ่ายเด็ดขาด: เป็นเรื่องที่หมอต้องขอเตือนด้วยความห่วงใย การทานยาหยุดถ่ายในทารกอันตรายมาก เพราะร่างกายต้องการขับสารพิษและเชื้อโรคออกทางอุจจาระ การไปหยุดกระบวนการนี้จะทำให้เชื้อโรคสะสมในลำไส้จนเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ และยาบางชนิดยังมีผลกดระบบประสาทของเด็กเล็กอีกด้วย
  • ดูแลผิวสัมผัสรอบก้น: อุจจาระที่มีฤทธิ์เป็นกรดจากการติดเชื้อจะกัดผิวบางๆ ของลูกได้ง่าย หลังลูกถ่ายเสร็จ ควรล้างด้วยน้ำสะอาด ซับให้แห้งสนิท แล้วทาครีมเคลือบผิวกลุ่มซิงค์ออกไซด์เพื่อป้องกันผื่นผ้าอ้อมอักเสบ

สัญญาณเตือนอันตราย: อาการแบบไหนที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

ในบางครั้ง อาการป่วยอาจรุนแรงเกินกว่าจะดูแลเองที่บ้านได้ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้แม้เพียงข้อเดียว ขอแนะนำให้รีบพาลูกน้อยมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ:

  • ลูกไม่ยอมดื่มน้ำ ดื่มนม หรือไม่สามารถจิบเกลือแร่ได้เลยเนื่องจากอาเจียนตลอดเวลา
  • มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ซึมมาก กระหม่อมบุ๋มลึก ปัสสาวะไม่ออกเลยเกิน 6 ชั่วโมง
  • อุจจาระมีมูกปนเลือดสดๆ หรืออุจจาระมีสีดำคล้ายถ่าน
  • มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส และไข้ไม่ลดลงหลังทานยาลดไข้
  • เด็กมีอาการดูเกร็ง หน้ามืด หรือมีอาการชัก

การป้องกันคือเกราะกำบังที่ดีที่สุด การล้างมือบ่อยๆ ก่อนสัมผัสลูกหรือเตรียมอาหาร การนึ่งฆ่าเชื้ออุปกรณ์ชงนมอย่างพิถีพิถัน และการพาลูกน้อยไปรับวัคซีนป้องกันไวรัสโรตาตามกำหนด จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยนี้ลงไปได้มาก ขอให้คุณพ่อคุณแม่หมั่นสังเกตอาการด้วยความใส่ใจและมีสติ การดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้เจ้าตัวเล็กผ่านพ้นช่วงเวลาที่ไม่สบายนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down