ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คุณแม่มาตรวจครรภ์แล้วผลเลือดออกมาว่าซีดหรือมีภาวะธาตุเหล็กต่ำ สิ่งแรกๆ ที่มักจะถามด้วยความกังวลใจเสมอก็คือ ลูกในท้องจะเป็นอะไรไหม จะได้รับสารอาหารเพียงพอหรือเปล่า ในฐานะหมอที่นั่งตรวจคุณแม่ตั้งครรภ์มานาน บอกได้เลยว่าเป็นคำถามที่สำคัญมาก เพราะเรื่องราวของธาตุเหล็กในตัวแม่ตั้งครรภ์นั้นเชื่อมโยงกับลูกน้อยแบบตัดไม่ขาดจริงๆ

เมื่อแม่ท้องคลังแสงธาตุเหล็กพร่อง ลูกในพุงจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง?

ร่างกายของแม่ตั้งครรภ์เปรียบเสมือนธนาคารธาตุเหล็กขนาดใหญ่ที่มีหน้าที่ต้องปันส่วนเงินฝากนี้ให้กับเจ้าตัวเล็กที่กำลังเติบโต หากแม่มีปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายต่ำตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของแม่จะพยายามดึงเอาธาตุเหล็กที่มีอยู่น้อยนิดนั้นส่งผ่านรกไปให้ลูกก่อนเป็นลำดับแรก ฟังดูเหมือนจะดีที่ลูกได้ก่อน แต่ในความเป็นจริงถ้าแม่เหลือไม่พอ ลูกเองก็มักจะได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพอสำหรับการสะสมเช่นกัน

ผลกระทบที่ตามมาคือ ทารกแรกคลอดอาจมีปริมาณธาตุเหล็กสะสมในตับและเนื้อเยื่อต่างๆ น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เปรียบเหมือนเด็กทารกที่เกิดมาพร้อมกับสมุดบัญชีเงินเก็บที่เกือบจะว่างเปล่า ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจางตั้งแต่อายุยังน้อย

ทำไมช่วงขวบปีแรกของลูก ถึงต้องพึ่งพาธาตุเหล็กที่แม่สะสมไว้ให้ตั้งแต่ในท้อง?

หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อคลอดออกมาแล้ว ลูกกินนมแม่หรือนมผูกก็น่าจะได้ธาตุเหล็กเพิ่มแล้วนี่ ทำไมต้องไปกังวลกับตอนที่อยู่ในท้องด้วย

ความจริงทางการแพทย์คือ ในช่วง 4 ถึง 6 เดือนแรกของชีวิต ทารกจะเติบโตอย่างรวดเร็วมาก ปริมาณธาตุเหล็กที่ได้รับจากนมแม่อย่างเดียวในช่วงแรกอาจไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายที่กำลังสร้างเม็ดเลือดแดงและพัฒนาสมอง ทารกจึงต้องอาศัย ผลกระทบของภาวะธาตุเหล็กในมารดา ช่วงตั้งครรภ์นี่แหละ ในการนำธาตุเหล็กสำรองที่สะสมไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ในครรภ์มาใช้ประทังชีวิตในช่วงครึ่งปีแรก

ถ้าแม่มีภาวะธาตุเหล็กต่ำตอนท้อง ลูกคลอดออกมาไม่มีทุนเดิมสำรองเก็บไว้ โอกาสที่ลูกจะกลายเป็นเด็กซีด ตัวเล็ก พัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ช้ากว่าวัยในช่วงขวบปีแรกจึงมีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สังเกตตัวเองอย่างไร และจะดูแลป้องกันตั้งแต่ตอนท้องได้อย่างไร?

ข่าวดีคือเรื่องนี้ป้องกันและแก้ไขได้ไม่ยากครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ เพื่อให้แพทย์สามารถเจาะเลือดตรวจหาความเข้มข้นของเลือดและระดับธาตุเหล็กได้ทันท่วงที

  • กินวิตามินเสริมตามที่หมอสั่งอย่างสม่ำเสมอ: แม้ว่ายาบำรุงเลือดบางตัวจะทำให้คลื่นไส้หรือขับถ่ายยาก แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้จริงๆ
  • เลือกกินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง: เช่น เนื้อแดง ตับ ไข่แดง ผักใบเขียวเข้ม และควรกินคู่กับอาหารที่มีวิตามินซีสูงเพื่อช่วยในการดูดซึม
  • หลีกเลี่ยงตัวขัดขวางการดูดซึม: เช่น ชา กาแฟ หรือนมวัว ที่ดื่มพร้อมมื้ออาหารหลัก

การดูแลสุขภาพและปริมาณธาตุเหล็กของแม่ในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความแข็งแรงของตัวแม่เองเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนก้อนใหญ่ที่สุดและมีค่าที่สุด เพื่อให้ลูกน้อยลืมตาดูโลกพร้อมกับต้นทุนชีวิตที่สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down