ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมจู่ๆ เราถึงมีนิสัยหรือความคิดที่แปลกไปเมื่อเจอเรื่องเครียด

เวลาเจอกับสถานการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง หรือมีความกดดันที่แบกรับไม่ไหว สมองคนเราจะมีระบบอัตโนมัติที่คอยสร้างเกราะป้องกันขึ้นมาเพื่อรักษาความมั่นคงทางอารมณ์เอาไว้ เราเรียกสิ่งนี้ว่า กลไกการป้องกันทางจิตใจ ซึ่งในภาวะปกติมันเป็นเรื่องดีและจำเป็น แต่บางครั้งเราอาจเผลอใช้ กลไกการป้องกันทางจิตใจที่ไม่เหมาะสม จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการใช้ชีวิตโดยไม่รู้ตัว

กลไกการป้องกันทางจิตใจคืออะไรและเกิดขึ้นตอนไหน

มันคือวิธีที่จิตใต้สำนึกของเราใช้จัดการกับความวิตกกังวลหรือความเจ็บปวด เพื่อให้เราไม่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่หนักเกินรับไหวในทันที เปรียบเสมือนการที่เราใส่เสื้อกันฝนเพื่อไม่ให้ตัวเปียก แต่ปัญหาคือถ้าเราใส่ชุดกันฝนท่ามกลางอากาศร้อนจัดตลอดเวลา เราก็จะอึดอัดและเป็นลมได้ กลไกเหล่านี้ก็เช่นกัน หากใช้บ่อยเกินไปหรือใช้ผิดที่ผิดทาง มันจะกลายเป็นกำแพงที่กั้นเราออกจากความจริงและความสัมพันธ์ที่ดี

เช็กดูว่าเรากำลังใช้กลไกการป้องกันแบบไหนอยู่

กลไกการป้องกันทางจิตใจที่ไม่เหมาะสม มักแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่เราอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน ดังนี้

  • การปฏิเสธความจริง (Denial): การทำเป็นมองไม่เห็นปัญหาที่ชัดเจนอยู่ตรงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด เช่น การไม่ยอมรับว่าคนใกล้ชิดกำลังป่วยหนักหรือความสัมพันธ์กำลังพังทลาย
  • การโยนความผิด (Projection): การเอาความรู้สึกแย่ๆ หรือข้อผิดพลาดของตัวเองไปแปะไว้ที่คนอื่น เช่น แทนที่จะยอมรับว่าเรากำลังโกรธ เรากลับไปบอกว่าคนอื่นต่างหากที่ดูท่าทางโกรธเราอยู่
  • การหาข้ออ้างเหตุผล (Rationalization): การสร้างคำอธิบายที่ดูฟังขึ้นมาหลอกตัวเองเพื่อแก้ตัวจากความล้มเหลว แทนที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่เจ็บปวด
  • การแสดงออกในทางตรงข้าม (Reaction Formation): การทำตัวให้ดูตรงข้ามกับความรู้สึกจริงเพื่อปิดบังสิ่งที่ตัวเองอายหรือไม่ยอมรับ เช่น แกล้งทำเป็นใจดีสุดๆ กับคนที่ตัวเองเกลียดมาก

ผลกระทบระยะยาวหากยังไม่ยอมปรับตัว

เมื่อเราใช้กลไกเหล่านี้เป็นที่พึ่งหลัก แทนที่จะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เราจะเริ่มเสียความสามารถในการเติบโตทางอารมณ์ เพราะเราไม่ได้เผชิญหน้ากับความจริงจริงๆ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างจะเริ่มห่างเหิน เพราะคู่สนทนารู้สึกว่าเราไม่จริงใจหรือไม่ยอมสื่อสารด้วยความเป็นจริง นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความเครียดสะสม เพราะสมองต้องใช้พลังงานสูงในการบิดเบือนความเป็นจริงอยู่ตลอดเวลา

ก้าวข้ามผ่านการป้องกันแบบเดิมเพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้น

การจะหยุดใช้กลไกเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเราต้องใจร้ายกับตัวเอง แต่คือการเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริงอย่างใจเย็น การสำรวจตัวเองด้วยความซื่อสัตย์คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด ลองถามตัวเองว่าในสถานการณ์ที่เครียด เรากำลังพยายามหลบเลี่ยงอะไรอยู่ หรือเรากำลังโยนความรู้สึกนั้นไปให้ใครหรือไม่ เมื่อเริ่มรู้เท่าทันตัวเองแล้ว เราจะค่อยๆ ลดการพึ่งพากลไกเหล่านี้ลง และเริ่มเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยแกะปมเหล่านี้ออกมาอย่างถูกวิธี

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down