ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเราถึงชอบทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ใจกำลังเจ็บปวด

เวลาเจอปัญหาหนักๆ ในชีวิต บางครั้งเราอาจรู้สึกว่าตัวเองนิ่งผิดปกติ หรือบางคนอาจจะสลับไปโทษคนอื่นแทนที่จะมองความผิดพลาดของตัวเอง เชื่อไหมว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ กลไกการป้องกันทางจิตใจที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะกำบังที่สมองสร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพื่อปกป้องจิตใจจากความรู้สึกที่รับมือไม่ไหวในขณะนั้น

กลไกการป้องกันทางจิตใจคืออะไรกันแน่

ตามธรรมชาติของมนุษย์ จิตใจเรามีระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติที่คอยลดระดับความวิตกกังวลและความรู้สึกแย่ๆ ลง เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดันเกินขีดจำกัด สมองจะเลือกใช้เครื่องมือบางอย่างมาบิดเบือนความจริงหรือเปลี่ยนการรับรู้ของเรา เพื่อให้เรายังคงใช้ชีวิตต่อไปได้โดยไม่รู้สึกแตกสลาย แต่มันจะเป็นปัญหาขึ้นมาทันทีถ้าเราใช้มันมากเกินไปหรือใช้ในเวลาที่ไม่ควรใช้

สัญญาณเตือนเมื่อเราเริ่มใช้กลไกที่ทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว

เรามักจะรู้สึกตัวยากว่ากำลังใช้กลไกเหล่านี้อยู่ แต่ลองสังเกตพฤติกรรมบางอย่างที่มักเกิดขึ้นซ้ำๆ ในช่วงที่ชีวิตมีปัญหา ดังนี้

  • การปฏิเสธความจริง (Denial): ไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่หลักฐานตรงหน้าชัดเจน พยายามทำเหมือนเรื่องเลวร้ายเหล่านั้นไม่มีอยู่จริง
  • การผลักภาระความรู้สึก (Projection): เมื่อตัวเองรู้สึกไม่ดีหรือมีความคิดด้านลบ ก็เผลอเอาไปแปะให้คนรอบข้างแทน เช่น แทนที่จะยอมรับว่าตัวเองกำลังโกรธ ก็กลับไปหาว่าคนอื่นนั่นแหละที่กำลังโกรธและอิจฉาเรา
  • การหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง (Rationalization): สร้างคำอธิบายที่ดูสมเหตุสมผลมาบังหน้า เพื่อให้การกระทำที่ผิดพลาดหรือน่าอายของเราดูดีขึ้นมาทันที
  • การเก็บกด (Repression): ผลักความทรงจำหรือความรู้สึกที่น่าเจ็บปวดลงไปในส่วนลึกของจิตใจ จนบางครั้งเราลืมไปเลยว่าเคยเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็ยังส่งผลกระทบต่ออารมณ์เราในรูปแบบอื่นอยู่ดี

ผลเสียระยะยาวที่ตามมาเมื่อเราหลีกหนีความเป็นจริง

การใช้กลไกการป้องกันทางจิตใจที่ไม่เหมาะสมเปรียบเหมือนการใช้ยาชาเฉพาะจุด มันลดความเจ็บปวดได้แค่ชั่วคราว แต่ไม่ได้รักษาต้นตอของปัญหา เมื่อเราใช้เกราะกำบังเหล่านี้บ่อยเข้า เราจะเริ่มสูญเสียความสามารถในการจัดการกับปัญหาจริง จิตใจจะบิดเบี้ยวไปเรื่อยๆ จนนำไปสู่ความขัดแย้งกับคนรอบข้าง และที่หนักกว่านั้นคือการตัดขาดจากความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง จนอาจกลายเป็นความซึมเศร้าหรือความวิตกกังวลเรื้อรังในเวลาต่อมา

ก้าวข้ามกลไกการป้องกันด้วยการเผชิญหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การจะหยุดใช้กลไกเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันถูกฝังอยู่ในระดับจิตใต้สำนึก ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการฝึกสังเกตตัวเอง ลองตั้งคำถามกับตัวเองในวันที่เรารู้สึกโกรธหรือเสียใจว่า เรากำลังพยายามเบี่ยงเบนความสนใจไปจากความจริงอะไรอยู่หรือเปล่า การยอมรับว่าเรากำลังกลัวหรือกำลังเจ็บปวดเป็นก้าวแรกที่ทรงพลังที่สุดในการเลิกใช้กลไกการป้องกันทางจิตใจที่ไม่เหมาะสม หากรู้สึกว่าเริ่มจัดการกับอารมณ์ตัวเองไม่ได้ การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่อยู่ลึกๆ จะช่วยให้เรากลับมาเผชิญหน้ากับความจริงได้อย่างมั่นคงและมีความสุขขึ้นโดยไม่ต้องคอยหลอกตัวเองอีกต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down