คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยใจหายแวบเมื่อลูกน้อยตัวร้อนปร๋อ การมีไข้ในเด็กเป็นเรื่องที่พบบ่อยและส่วนใหญ่ก็ไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ในบางครั้ง...ไข้ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้ามเลย คุณหมอเข้าใจดีว่าความกังวลใจตอนลูกไม่สบายนั้นมากขนาดไหน วันนี้เลยอยากมาแบ่งปันข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสัญญาณอันตรายของไข้ในเด็ก ที่เมื่อเห็นแล้ว ต้องรีบพาลูกน้อยไปพบคุณหมอที่โรงพยาบาลทันที
ดูยังไงว่าลูกซึมลง หรือดูไม่สบายมากผิดปกติ?
- ลูกไม่เล่น ไม่ร่าเริงเหมือนเคย: ปกติเด็กจะมีพลังงานเยอะ แม้มีไข้ก็อาจยังเล่นได้บ้าง แต่ถ้าลูกดูอ่อนแรง ไม่สนใจสิ่งรอบตัว นอนซึมผิดปกติ นั่นคือสัญญาณไม่ดี
- ปลุกยาก ปลุกไม่ตื่น หรือซึมลงเรื่อยๆ: ถ้าลูกหลับลึกกว่าปกติ ปลุกแล้วตื่นยาก หรือตื่นมาแล้วยังซึมๆ มึนๆ ไม่ตอบสนอง นั่นคือเรื่องต้องระวัง
- ร้องกวนมากผิดปกติ ปลอบไม่หยุด: โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ถ้าลูกร้องไห้หนักมาก ไม่ยอมหยุด ไม่ว่าจะกอดปลอบยังไงก็ไม่ดีขึ้น อาจบ่งบอกถึงความเจ็บปวดรุนแรง
ลูกหายใจลำบาก หายใจเร็วแรง หรือหายใจมีเสียงแปลกๆ ต้องรีบไปหาหมอ
ปัญหาเรื่องการหายใจเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดเลย
- หายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก: สังเกตว่าลูกหายใจเร็วกว่าปกติมาก กล้ามเนื้อหน้าอกหรือซี่โครงบุ๋มลงไปเวลาหายใจ ปีกจมูกบาน หรือหายใจแล้วมีเสียงครืดคราด เสียงหวีดผิดปกติ
- หายใจแรง หรือมีอาการหอบ: ส่วนใหญ่เราเรียกอาการหอบ หรือดูเหมือนต้องใช้แรงมากในการหายใจ เช่น หน้าอกหรือท้องขยับขึ้นลงแรงๆ นั่นเป็นสัญญาณว่าลูกต้องใช้ความพยายามในการหายใจมาก
- ปากซีด ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียว: นี่คือสัญญาณของภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ซึ่งอันตรายมาก
ผิวหนังซีด ปากเขียว มือเท้าเย็น หรือมีจุดจ้ำเลือดขึ้นตามตัว
- ผิวหนังซีด เกร็ง เย็นชืด: แม้จะมีไข้สูง แต่ถ้าผิวหนังลูกกลับดูซีดเซียว มือเท้าเย็นชืด อาจบ่งบอกถึงภาวะช็อกหรือการไหลเวียนเลือดที่ผิดปกติ
- มีจุดจ้ำเลือด หรือผื่นแดงไม่จางหายเมื่อกด: ลองเอานิ้วกดลงบนผื่น ถ้าผื่นไม่จางหายไปชั่วขณะ นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคติดเชื้อรุนแรงบางชนิด เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งอันตรายมากและต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
ลูกมีอาการชัก เกร็ง หรือซึมลงจนปลุกไม่ตื่น
- อาการชัก: แม้ไข้สูงจะทำให้เกิดอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure) ได้ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ถ้าเป็นการชักครั้งแรก ชักนานกว่า 5 นาที ชักหลายครั้ง หรือหลังชักแล้วลูกซึมมากผิดปกติ ต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน
- คอแข็งมาก หรือมีอาการปวดหัวรุนแรง อาเจียนพุ่ง: สัญญาณเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้
สัญญาณเตือนว่าลูกขาดน้ำรุนแรง
- ปัสสาวะน้อยลงมาก หรือไม่ปัสสาวะเลย: ในเด็กเล็ก สังเกตจากผ้าอ้อมที่แห้งผิดปกติ
- ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ตาโหล น้ำตาไม่มี: เป็นสัญญาณของการขาดน้ำที่ชัดเจน
- กระหม่อมบุ๋ม: ในเด็กทารก สังเกตว่ากระหม่อมบุ๋มลึกกว่าปกติ
ทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนมีไข้สูง ต้องระวังเป็นพิเศษ
ทารกแรกเกิดถึง 3 เดือน ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงมาก ถ้ามีไข้สูง (อุณหภูมิทางทวารหนัก 38 องศาเซลเซียส หรือทางรักแร้/หน้าผาก 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป) ถือเป็นกรณีฉุกเฉินที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที โดยไม่ควรรอสังเกตอาการที่บ้าน เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคติดเชื้อรุนแรงที่ลุกลามได้เร็วมาก
ไข้สูงนานไม่ลด หรือกลับมาเป็นไข้ซ้ำๆ
แม้จะเช็ดตัวลดไข้ หรือกินยาลดไข้แล้ว แต่ไข้ยังสูงไม่ลด หรือลดลงแค่แป๊บเดียวก็กลับมาสูงอีกเรื่อยๆ โดยเฉพาะถ้าไข้สูงเกิน 40 องศาเซลเซียสและดูไม่สบายมาก หรือมีไข้ติดต่อกันนานเกิน 2-3 วันโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน ก็ควรไปพบคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุ
คุณพ่อคุณแม่ควรทำยังไงดี ตอนพาลูกไปโรงพยาบาล?
- ตั้งสติ: พยายามใจเย็นให้มากที่สุด ลูกจะได้รับรู้ถึงความสงบจากเรา
- พาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด: หรือโรงพยาบาลที่มีกุมารแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง
- เตรียมข้อมูลให้พร้อม: อุณหภูมิไข้ เวลาที่เริ่มมีไข้ ยาที่ให้ไปแล้ว (ชื่อยา ปริมาณ เวลา) อาการผิดปกติอื่นๆ ที่สังเกตเห็น รวมถึงประวัติการเจ็บป่วยหรือแพ้ยาของลูก
คุณหมอหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน การสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิดและตัดสินใจพาลูกไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีและปลอดภัยจากโรคร้าย