ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเปลี่ยนไปเพราะเราหรือเปล่า? ทำความเข้าใจรูปแบบการเลี้ยงดูที่ส่งผลต่อพฤติกรรม

เวลาตรวจคนไข้เด็กที่มาด้วยปัญหาเรื่องอารมณ์หรือพฤติกรรม คุณพ่อคุณแม่มักจะถามหมอเสมอว่า ทำไมลูกถึงก้าวร้าว ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง หรือดื้อรั้นเกินเหตุ คำตอบที่หมอต้องอธิบายเสมอคือ พื้นฐานนิสัยเด็กแต่ละคนมีมาไม่เหมือนกันก็จริง แต่สิ่งที่หล่อหลอมพฤติกรรมของเขาให้กลายเป็นแบบที่เป็นอยู่นี้ ส่วนใหญ่มาจากวิธีการเลี้ยงดูที่เราใช้กับเขามาโดยตลอด

รูปแบบการเลี้ยงดูแบบไหนบ้างที่พบบ่อยในบ้านเรา

จากการศึกษาเชิงจิตวิทยาพัฒนาการ เราสามารถแบ่งรูปแบบการเลี้ยงดูที่ส่งผลต่อพฤติกรรมออกเป็นกลุ่มหลักๆ ซึ่งแต่ละแบบจะสร้างผลลัพธ์ในใจลูกแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง

เลี้ยงแบบเข้มงวดเกินไป เน้นออกคำสั่ง

หลายครอบครัวเชื่อว่าลูกต้องเชื่อฟังโดยไม่มีข้อแม้ การเลี้ยงลูกแบบคุมเข้ม (Authoritarian) มักเน้นกฎระเบียบที่ตึงเครียด ไม่ค่อยรับฟังเหตุผลของลูก ผลที่ตามมาคือลูกมักจะดูเป็นเด็กเรียบร้อยในสายตาคนนอก แต่ลึกๆ แล้วเขามักขาดความมั่นใจในตนเอง ไม่กล้าตัดสินใจ หรือในบางรายเมื่อถึงวัยรุ่นอาจกลายเป็นเด็กที่เก็บกดและระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง

เลี้ยงแบบตามใจสุดโต่ง ปล่อยให้ทำทุกอย่าง

ในทางตรงกันข้าม การเลี้ยงลูกแบบปล่อยอิสระ (Permissive) คือการที่พ่อแม่เป็นเพื่อนสนิทที่ไม่มีเส้นแบ่ง ไม่กล้าขัดใจลูกเพราะกลัวลูกเสียใจ ผลลัพธ์ที่หมอเจอในคลินิกบ่อยๆ คือ เด็กกลุ่มนี้มักจะมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่สามารถรอคอยอะไรได้ และมักจะปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ของสังคมหรือโรงเรียนได้ยาก

เลี้ยงแบบละเลย ไม่ค่อยมีเวลาให้

นี่คือรูปแบบที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือการเลี้ยงแบบห่างเหิน (Neglectful) ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องอาหารการกิน แต่รวมถึงการขาดความผูกพันทางอารมณ์ เด็กที่เติบโตมาในลักษณะนี้มักจะรู้สึกโดดเดี่ยว มีปัญหาเรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น และอาจมีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจในทางที่ผิด

แล้วแบบไหนคือวิธีเลี้ยงดูที่ช่วยให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพ

คำตอบที่หมอมักแนะนำคือ การเลี้ยงดูแบบอบอุ่นแต่มีขอบเขต (Authoritative) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความรักความเข้าใจกับการมีกติกาที่ชัดเจน

  • รับฟังเหตุผลของลูก: ก่อนตัดสินว่าเขาผิด ให้ลองถามไถ่ว่าสิ่งที่เขาทำไปเพราะอะไร
  • กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน: กติกาในบ้านต้องมีและสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่าอะไรทำได้และอะไรทำไม่ได้
  • สื่อสารด้วยความรัก: แม้จะต้องดุหรือสั่งสอน แต่การยืนยันว่าเราทำเพราะรักและเป็นห่วง จะช่วยลดแรงต้านในใจเด็กได้มาก
  • เป็นตัวอย่างที่ดี: พฤติกรรมของพ่อแม่คือแบบจำลองแรกที่ลูกเห็น หากเราอยากให้ลูกใจเย็น เราต้องแสดงให้เห็นว่าเราควบคุมอารมณ์อย่างไรในยามที่มีปัญหา

ท้ายที่สุด ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง การปรับเปลี่ยนสไตล์การเลี้ยงดูไม่ใช่เรื่องสายเกินไป ขอเพียงเริ่มจากการกลับมาสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูก และค่อยๆ ปรับจูนเข้าหากัน หมอเชื่อว่าความเข้าใจคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down