ในฐานะหมอที่เคยประจำการอยู่ในห้องฉุกเฉิน สิ่งหนึ่งที่มักจะได้เจอเป็นประจำในช่วงวันหยุดหรือช่วงเย็น คือการต้อนรับคนไข้วัยคึกคะนอง หรือแม้แต่ผู้ใหญ่หัวใจซน ที่เดินเข้ามาพร้อมกับเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยเลือดและฝุ่นดิน หลายครั้งแผลเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุสุดวิสัยทางรถยนต์ แต่เกิดจากการละเล่นแผลงๆ การท้าทายกันในกลุ่มเพื่อน หรือการทำคอนเทนต์เสี่ยงอันตราย จนทำให้เกิด บาดแผลถลอกและแผลฉีกขาดจากการเล่นสนุกที่เกินขอบเขต
เมื่อเกิดการบาดเจ็บขึ้นมา สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การมานั่งโทษกัน แต่คือการประเมินบาดแผลและปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเจ็บปวด ป้องกันการติดเชื้อ และลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นน่าเกลียดในอนาคต
แผลถลอก กับ แผลฉีกขาด ต่างกันอย่างไร? แยกให้ออกเพื่อรักษาให้ถูกวิธี
แม้จะดูเป็นแผลที่เกิดจากความซนเหมือนกัน แต่วิธีการดูแลรักษานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หมออยากให้ลองสังเกตลักษณะแผลเบื้องต้นก่อนดังนี้
- บาดแผลถลอก (Abrasion): เกิดจากผิวหนังชั้นนอกสุดโดนเสียดสีกับพื้นผิวที่ขรุขระ เช่น พื้นปูน พื้นถนน หรือสนามหญ้า แผลประเภทนี้มักจะไม่ลึก มีเลือดออกซิบๆ แต่จะรู้สึกแสบร้อนมากเป็นพิเศษ เพราะปลายประสาทฝอยที่อยู่ใต้ผิวหนังถูกเปิดออกและสัมผัสกับอากาศโดยตรง
- บาดแผลฉีกขาด (Laceration): เกิดจากผิวหนังโดนกระแทกด้วยของไม่มีคมอย่างแรงจนปริแตก หรือโดนของมีคมบาดลึกลงไปถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง แผลจะมีลักษณะขอบแผลไม่เรียบ มักจะมีเลือดไหลออกมาค่อนข้างมากและไหลไม่หยุด และอาจมองเห็นไขมันหรือกล้ามเนื้อด้านใน
วิธีล้างแผลถลอกให้เจ็บน้อยที่สุด และหายไวโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
ความเข้าใจผิดที่หมอเจอบ่อยที่สุดคือ คนไข้มักจะหยิบแอลกอฮอล์ขวดสีฟ้ามาราดลงบนแผลถลอกโดยตรงเพราะคิดว่าจะฆ่าเชื้อได้ดี หมอขอเน้นย้ำตรงนี้เลยว่าห้ามทำเด็ดขาด แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำลายโปรตีนในเนื้อเยื่อ ทำให้เซลล์ผิวหนังบริเวณขอบแผลตาย ส่งผลให้แผลหายช้าลง แสบทรมาน และเพิ่มโอกาสการเกิดแผลเป็นนูนรุนแรงขึ้น
ขั้นตอนการดูแลแผลถลอกที่ถูกต้องทำได้ง่ายๆ ดังนี้
- ล้างมือให้สะอาดก่อนจับแผล: ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากมือของเราเข้าไปในแผลเพิ่มเติม
- ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด: เปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านแผลเบาๆ เพื่อชะล้างเศษดิน เศษทราย หรือฝุ่นละอองออกไป หรือหากมีน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) ก็สามารถใช้ล้างแผลได้อย่างปลอดภัยและไม่แสบ
- ใช้สบู่ถูรอบแผล: ใช้สบู่อ่อนๆ ล้างบริเวณผิวหนังรอบๆ แผล แต่ระวังอย่าให้สบู่โดนแผลโดยตรง
- ซับแผลให้แห้งและทายาฆ่าเชื้อ: ใช้ผ้าก๊อซหรือสำลีสะอาดซับแผลให้แห้ง ทายาฆ่าเชื้อกลุ่มครีมหรือขี้ผึ้งเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของแผล ซึ่งการปล่อยให้แผลแห้งตึงจนตกสะเก็ดหนาเกินไป จะทำให้แผลหายช้าและเป็นแผลเป็นได้ง่ายกว่าการรักษาแผลให้มีความชุ่มชื้นพอดี
เมื่อแผลฉีกขาดเลือดไหลไม่หยุด ต้องปฐมพยาบาลอย่างไรก่อนไปหาหมอ
สำหรับแผลฉีกขาดจากการเล่นพิเรนทร์ เช่น การโดนขอบโต๊ะบาด หรือการพลัดตกจากที่สูงกระแทกกับสิ่งของ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการควบคุมสติและทำการห้ามเลือดอย่างรวดเร็ว
- ใช้ผ้าสะอาดกดแผลโดยตรง: หาผ้าก๊อซหรือผ้าเช็ดหน้าสะอาดๆ กดลงบนบาดแผลที่เลือดไหลโดยตรง กดค้างไว้สม่ำเสมอประมาณ 5-10 นาทีโดยห้ามเปิดดูบ่อยๆ เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังฟอร์มตัวหลุดออกไป
- ยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงขึ้น: หากแผลอยู่ที่แขนหรือขา พยายามยกแขนหรือขานั้นให้สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อช่วยลดแรงดันเลือด ทำให้เลือดไหลช้าลง
- ห้ามใช้สิ่งแปลกปลอมพอกแผล: หลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟัน ผงพิเศษ หรือสมุนไพรพื้นบ้านพอกลงบนแผลฉีกขาด เพราะจะทำให้คุณหมอที่โรงพยาบาลทำความสะอาดแผลยากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด
อาการแบบไหนที่บอกว่าแผลเริ่มติดเชื้อ และเมื่อไหร่ที่ต้องฉีดวัคซีนกันบาดทะยัก
หลังจากที่ทำแผลไปแล้ว การดูแลสังเกตอาการในวันต่อๆ มาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน คนไข้หลายคนละเลยจนแผลเกิดการติดเชื้อลุกลาม สัญญาณเตือนที่ต้องระวังมีดังนี้
- บริเวณรอบบาดแผลมีอาการบวม แดง และรู้สึกร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะค่อยๆ ยุบลง
- มีอาการปวดแผลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรบกวนการนอนหลับ
- มีน้ำเหลืองปนหนองไหลซึมออกมาจากแผล หรือแผลเริ่มส่งกลิ่นเหม็น
- เริ่มมีไข้หนาวสั่น หรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงมีอาการบวมโต
นอกจากเรื่องการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ละเลยไม่ได้เลยคือ โรคบาดทะยัก หากแผลฉีกขาดนั้นเกิดจากวัตถุที่สกปรก ปนเปื้อนดิน โคลน หรือสนิม และคนไข้จำไม่ได้ว่าเคยฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หรือฉีดเข็มกระตุ้นผ่านมานานเกิน 5 ปีแล้ว หมอแนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
แผลลึกแค่ไหน หรือมีอาการอย่างไรที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
แม้ว่าเราจะพยายามปฐมพยาบาลอย่างเต็มที่แล้ว แต่มีบาดแผลบางประเภทที่ไม่สามารถดูแลรักษาเองได้ที่บ้าน และจำเป็นต้องได้รับการเย็บแผลหรือดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที
- แผลกว้างและลึกเกินไป: หากขอบแผลแยกออกจากกันจนมองเห็นเนื้อสีแดงด้านใน หรือลึกจนเห็นชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ หรือกระดูก แผลลักษณะนี้จำเป็นต้องได้รับการเย็บปิดแผลภายใน 6-8 ชั่วโมงหลังจากเกิดแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อและช่วยให้แผลสมานตัวได้ดี
- เลือดไหลไม่หยุด: หลังจากใช้ผ้ากดห้ามเลือดอย่างต่อเนื่องนานเกิน 15 นาทีแล้ว เลือดยังคงไหลซึมหรือพุ่งออกมาไม่หยุด
- สูญเสียการทำงานของอวัยวะส่วนนั้น: หากแผลเกิดขึ้นที่ข้อนิ้ว ข้อมือ หรือข้อเท้า แล้วคนไข้ไม่สามารถขยับนิ้วหรือขยับอวัยวะส่วนนั้นได้ตามปกติ หรือมีความรู้สึกชาเกิดขึ้น อาจเป็นสัญญาณว่าเส้นเอ็นหรือเส้นประสาทได้รับความเสียหาย
- แผลสกปรกมากจนล้างเองไม่ออก: มีเศษหิน เศษดิน หรือเศษแก้วฝังอยู่ในเนื้อแผลลึกเกินกว่าจะล้างออกได้เอง
ความสนุกสนานในกลุ่มเพื่อนเป็นเรื่องที่ดี แต่ความคึกคะนองที่ขาดสติอาจนำมาซึ่งความเจ็บตัวและรอยแผลเป็นที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้ว การตั้งสติ ปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธี และการตัดสินใจไปพบแพทย์อย่างทันท่วงที คือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยได้