ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เสียงร้องไห้ของเจ้าตัวเล็กดังขึ้นระงมบ้าน โดยที่เราอุ้ม ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือทำทุกวิถีทางแล้วลูกก็ยังไม่หยุดร้องสักที ความเครียดและความกังวลใจมักจะพุ่งขึ้นสูงสุดในอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่เสมอ หลายครั้งเรามักจะได้ยินคำว่า โคลิค หรือโรคร้องไห้ไม่หยุดในเด็กทารก แต่อาการแบบไหนกันแน่ที่หมอจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้ผ่านกฎเหล็กที่หมอเด็กใช้กันบ่อยที่สุด

กฎสามชั่วโมงคืออะไร และทำไมหมอถึงใช้เกณฑ์นี้ดูอาการลูก

เวลาคุณพ่อคุณแม่พาเจ้าตัวเล็กมาปรึกษาที่คลินิกด้วยเรื่องร้องกวนไม่เลิก หมอไม่ได้ฟังแค่ว่าลูกร้องไห้เสียงดังแค่ไหน แต่เราจะใช้เกณฑ์ทางการแพทย์ที่เรียกว่า กฎสามชั่วโมง เพื่อช่วยคัดกรองภาวะโคลิคออกจากอาการร้องไห้ปกติทั่วไป โดยกฎนี้ไม่ได้หมายถึงการที่ลูกร้องไห้รวดเดียวสามชั่วโมงติดกันนะ แต่มีรายละเอียดที่พ่อแม่ต้องสังเกตดังนี้

  • ร้องไห้นานเกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน: เป็นช่วงเวลาที่ลูกส่งเสียงร้องโยเยแบบไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • เกิดขึ้นติดต่อกันอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์: ไม่ใช่วันสองวันหาย แต่เป็นรอบสัปดาห์ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ
  • เป็นแบบนี้ติดต่อกันนานเกิน 3 สัปดาห์ขึ้นไป: ทำให้เห็นว่าไม่ใช่แค่อารมณ์เสียชั่วคราวจากความหิวหรือเปียกแฉะ

ช่วงเวลาที่ลูกมักจะปล่อยโฮหนักมากที่สุดในแต่ละวัน

ความน่าปวดหัวของภาวะนี้คือ มักจะมีเวลาประจำตัวที่เป๊ะเสียเหลือเกิน โดยส่วนใหญ่เจ้าตัวเล็กมักจะเริ่มออกอาการช่วงเย็นๆ หรือหัวค่ำ ตั้งแต่ห้าโมงเย็นยาวไปจนถึงดึกดื่น บางบ้านถึงกับตั้งฉายาให้ช่วงเวลานี้ว่าเป็นชั่วโมงต้องห้าม ลูกจะงอแงอุ้มยาก หน้าแดง กำมือแน่น และงอขาเข้าหาหน้าท้องเหมือนคนกำลังปวดท้อง ซึ่งสร้างความเหนื่อยล้าให้กับคนเลี้ยงแบบสุดๆ

เช็กให้ชัวร์ว่านี่คือโคลิค หรือลูกกำลังส่งสัญญาณเจ็บป่วยอะไรหรือเปล่า

ก่อนที่เราจะปักใจเชื่อว่าเป็นไปตามกฎสามชั่วโมง หมอย้ำเสมอว่าต้องตรวจเช็กความผิดปกติทางกายภาพอื่นๆ ให้รอบคอบเสียก่อน เพราะบางทีลูกอาจไม่ได้เป็นโคลิค แต่เขากำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้อยู่

  • อาการปวดท้องจากแก๊สในกระเพาะอาหารหรือภาวะแพ้นม
  • เสื้อผ้าคับเกินไป ป้ายชื่อเสื้อข่วนผิว หรือมีเส้นผมพันนิ้วเท้า
  • มีไข้ อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ หรือการติดเชื้อเริ่มต้น
  • ภาวะไส้เลื่อนที่อาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวดกะทันหัน

คำแนะนำจากหมอในการรับมือเมื่อลูกร้องไห้ไม่หยุดตามกฎสามชั่วโมง

การดูแลเด็กที่มีอาการโคลิคต้องอาศัยความอดทนสูงมาก สิ่งแรกที่หมออยากบอกคือ พ่อแม่ต้องไม่รู้สึกผิดว่าตัวเองเลี้ยงลูกไม่ดี เพราะอาการนี้เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทางระบบทางเดินอาหารและระบบประสาทที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ การอุ้มแนบอกโยกเบาๆ การเปิดเสียง White Noise หรือการนวดพุงเบาๆ อาจช่วยบรรเทาความอึดอัดให้ลูกได้บ้าง แต่หากคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่ารับมือไม่ไหวจนเครียดจัด การวางลูกไว้ในที่ปลอดภัยแล้วเดินไปตั้งสติสักครู่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไรเลย

อาการแบบไหนที่แปลว่าไม่ใช่โคลิคธรรมดา และควรมาพบแพทย์เร่งด่วน

แม้ว่าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคร้องไห้ไม่หยุดตามกฎสามชั่วโมงจะอธิบายอาการร้องกวนส่วนใหญ่ได้ แต่ก็มีบางสัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าลูกอาจกำลังป่วยหนักและต้องรีบพามาโรงพยาบาลทันที ได้แก่ เสียงร้องแหลมสูงผิดปกติเหมือนคนเจ็บปวดทรมาน มีอาการอาเจียนพุ่งเป็นสีเขียว มีไข้สูงร่วมด้วย หรือซึมไม่ยอมดูดนม ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่เข้าข่ายโคลิคทั่วไปและต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down