ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่อยากลากสังขารไปทำงานเลยใช่ไหม หรือทำอะไรก็รู้สึกเหนื่อยล้าไปหมด ทั้งที่ก็นอนเต็มอิ่มแล้ว อาการแบบนี้หลายคนอาจคิดว่าตัวเองแค่เกียจคร้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบจากร่างกายและจิตใจว่า กำลังเผชิญกับภาวะหมดไฟทางอารมณ์อยู่ก็ได้

ภาวะหมดไฟทางอารมณ์คืออะไร ทำไมอยู่ดีๆ ถึงรู้สึกหมดพลังไปดื้อๆ?

เวลาที่เราใช้งานมือถือจนแบตเตอรี่เหลือหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เครื่องจะเริ่มช้า ค้าง และดับไปเอง สมองและจิตใจของมนุษย์เราก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ภาวะหมดไฟทางอารมณ์ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Burnout Syndrome ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยธรรมดาที่นอนหลับแล้วหาย แต่เป็นภาวะความเครียดสะสมเรื้อรังจากการทำงานหรือการใช้ชีวิต จนระบบจัดการอารมณ์พังทลายลงมา

สัญญาณเตือนภัยแบบนี้ แปลว่าใจกำลังร้องขอความช่วยเหลือ

การหมดไฟไม่ได้เกิดขึ้นปุบปับ แต่มันมักจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทีละนิด ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้อยู่หรือเปล่า

  • เหนื่อยล้าเรื้อรัง: ตื่นมาก็เหนื่อย นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ รู้สึกเหมือนพลังชีวิตถูกดูดออกไปจนหมด
  • หมดแพสชันกับงาน: จากที่เคยสนุกหรือเฉยๆ กับงาน ตอนนี้กลับรู้สึกว่างเปล่า เบื่อหน่าย และมองทุกอย่างในแง่ลบไปหมด
  • ประสิทธิภาพการทำงานดิ่งลง: เริ่มไม่มีสมาธิ ทำงานผิดพลาดบ่อย และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ทำอะไรก็ไม่ดีขึ้นสักอย่าง
  • หงุดหงิดง่ายและเริ่มปลีกตัว: อารมณ์เสียง่ายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไม่อยากคุยกับใคร อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว

ต้นเหตุที่แท้จริงคืออะไร ทำไมเราถึงไฟมอดได้ขนาดนี้?

ส่วนใหญ่มักเกิดจากความกดดันที่สะสมเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นภาระงานที่เกินจะรับไหว การทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ขาดการควบคุม,สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน หรือแม้แต่การตั้งความคาดหวังกับตัวเองไว้สูงเกินไปจนกดดันตัวเองโดยไม่รู้ตัว เมื่อสมองต้องรับมือกับความเครียดต่อเนื่องเป็นเวลานาน ฮอร์โมนความเครียดจะหลั่งออกมาตลอดเวลา ส่งผลให้ระบบประสาทและสารเคมีในสมองเกิดความไม่สมดุล จนเกิดอาการหมดไฟในที่สุด

วิธีชาร์จแบตชีวิตและกู้คืนพลังใจฉบับเข้าใจง่าย

เมื่อรู้ตัวแล้วว่าถ่านหมด สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหยุดพักและหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง

  • อนุญาตให้ตัวเองได้พักผ่อนจริงๆ: ปิดแจ้งเตือนงานนอกเวลา งดรับเรื่องเครียดๆ และหากิจกรรมที่ชอบทำเพื่อผ่อนคลายสมอง
  • ปรับเปลี่ยนมุมมองและลดความคาดหวัง: ยอมรับว่าเราไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ ทำเท่าที่ไหวและทำได้ดีที่สุดในบริบทนั้นก็พอ
  • สร้างขอบเขตให้ชัดเจน: แยกเวลางานกับเวลาส่วนตัวออกจากกันให้เด็ดขาด เลิกงานแล้วคือเวลาพักผ่อน
  • ปรึกษาคนใกล้ชิดหรือผู้เชี่ยวชาญ: การได้ระบายความรู้สึกให้ใครสักคนฟัง หรือปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา จะช่วยให้มองเห็นทางออกและจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น

การมีภาวะหมดไฟทางอารมณ์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนอ่อนแอ แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าเราใช้งานตัวเองหนักเกินไปแล้ว ลองผ่อนคันเร่งลงสักนิด หันมาโอบกอดตัวเองให้มากขึ้น แล้วค่อยๆ เติมพลังใจทีละนิด เชื่อว่าไฟในตัวจะกลับมาลุกโชนได้อีกครั้งอย่างแน่นอน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down