ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความโกรธเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ทำไมบางคนถึงคุมไม่อยู่

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยปัญหาความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานหรือหน้าที่การงานที่มีปัญหา เพียงเพราะเผลอระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรงโดยไม่ตั้งใจ บางคนบอกหมอว่าพอรู้ตัวอีกทีก็พูดทำร้ายจิตใจคนรอบข้างไปแล้ว หรือทำลายข้าวของจนพังเสียหาย ซึ่งจริงๆ แล้วความโกรธเป็นอารมณ์พื้นฐานที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่สิ่งที่แยกคนทั่วไปออกจากคนที่กำลังเผชิญกับความบกพร่องในทักษะการจัดการความโกรธ คือความสามารถในการรู้เท่าทันและการยับยั้งชั่งใจก่อนที่อารมณ์จะระเบิดออกไป

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเรากำลังรับมือกับความโกรธได้ไม่ดีพอ

การโกรธเป็นครั้งคราวไม่ใช่โรค แต่ถ้าพฤติกรรมเหล่านั้นกลายเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จนควบคุมไม่ได้ อาจถึงเวลาที่ต้องสำรวจตัวเองด้วยอาการดังนี้

  • ฟิวส์ขาดง่ายและเร็วเกินไปกับเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน
  • ใช้คำพูดรุนแรงหรือการกระทำที่ก้าวร้าวเพื่อระบายอารมณ์เมื่อไม่พอใจ
  • มักจะเสียใจหรือรู้สึกผิดอย่างมากหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว
  • คนรอบข้างเริ่มถอยห่าง หรือหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยด้วยเพราะกลัวเราจะระเบิดอารมณ์
  • มีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก หรือตัวสั่นทุกครั้งที่โกรธ

ทำไมสมองถึงสั่งการให้เราคุมอารมณ์ไม่ได้

ในเชิงการทำงานของสมอง เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์ที่กระตุ้นให้โกรธ ส่วนของสมองที่เรียกว่า อะมิกดาลา (Amygdala) ซึ่งทำหน้าที่ดูแลเรื่องอารมณ์ดิบจะทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมเราให้พร้อมต่อสู้ หากทักษะในการจัดการอารมณ์เราไม่แข็งแรงพอ สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งมีหน้าที่คิดวิเคราะห์และยับยั้งชั่งใจ จะทำงานไม่ทันการ ทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลโดยสิ้นเชิง

วิธีปรับจูนทักษะการจัดการอารมณ์โกรธด้วยตัวเอง

เทคนิคดึงสติเมื่อเริ่มรู้สึกถึงแรงปะทุ

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าชีพจรเต้นเร็วขึ้นหรือกล้ามเนื้อตึงตัว ให้ใช้กฎ 10 วินาที คือการหยุดนิ่ง หายใจเข้าลึกๆ และนับเลขในใจก่อนจะโต้ตอบ วิธีนี้ช่วยให้สมองส่วนหน้ามีเวลาประมวลผลและดึงเอาสติกลับมามากกว่าการตอบโต้ด้วยอารมณ์ทันที

การฝึกสื่อสารความต้องการแทนการระบายความโกรธ

บ่อยครั้งที่เราโกรธเพราะรู้สึกว่าสิ่งที่ต้องการไม่ได้รับการตอบสนอง แทนที่จะโทษอีกฝ่าย ลองเปลี่ยนมาใช้ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยความรู้สึกของตัวเอง เช่น แทนที่จะตะคอกว่า ทำไมไม่เคยฟังกันเลย ให้เปลี่ยนเป็น ฉันรู้สึกไม่สบายใจเมื่อไม่ได้คุยเรื่องนี้กันให้ชัดเจน การเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารจะช่วยลดกำแพงระหว่างคู่สนทนาและทำให้เราจัดการความรู้สึกตัวเองได้ดีขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ

หากพยายามปรับเปลี่ยนด้วยตัวเองแล้ว แต่ยังพบว่าอารมณ์ที่รุนแรงส่งผลเสียต่อการดำเนินชีวิต ความสัมพันธ์ หรือมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น การหาตัวช่วยเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หมออาจจะแนะนำการทำจิตบำบัดแบบปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (CBT) เพื่อฝึกการรู้เท่าทันอารมณ์และสร้างทักษะการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ให้เหมาะสมมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องผิดเลยที่จะขอความช่วยเหลือเพื่อสร้างสมดุลให้กับชีวิตของตัวเอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down