ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเราต้องสอนให้ลูกเป็นนักแก้ปัญหาตั้งแต่วันนี้

หลายครั้งที่เห็นคุณพ่อคุณแม่กังวลเมื่อลูกต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เช่น เพื่อนไม่เล่นด้วย สอบได้คะแนนไม่ดี หรือผิดหวังจากการเล่นกีฬา หลายคนมักจะรีบเข้าไปจัดการปัญหาให้ลูกทันทีเพื่อให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น แต่ในมุมมองของหมอ การให้ความช่วยเหลือที่เร็วเกินไปอาจทำให้เด็กขาดโอกาสในการเรียนรู้ทักษะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง นั่นคือ กลยุทธ์การเผชิญปัญหาเชิงรุกสำหรับเด็ก ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้เขาเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่ง

ฝึกให้ลูกมองปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาที่จัดการได้

การเผชิญปัญหาเชิงรุกไม่ได้หมายถึงการห้ามไม่ให้เด็กเจอเรื่องแย่ๆ แต่เป็นการสอนให้เขาเข้าใจว่าอุปสรรคเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเราสามารถเริ่มได้ง่ายๆ ด้วยการปรับวิธีสื่อสาร ดังนี้

  • สอนให้ระบุความรู้สึก: ให้ลูกบอกได้ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกอะไร เช่น เสียใจ โกรธ หรือผิดหวัง
  • แยกระหว่างเหตุการณ์กับอารมณ์: ช่วยให้เขาเห็นว่าเหตุการณ์หนึ่งอย่างอาจเกิดขึ้นได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะตอบสนองอย่างไร
  • มองหาทางออกแทนการตีโพยตีพาย: เมื่อเกิดปัญหา ให้ลองตั้งคำถามชวนคิดว่า จากตรงนี้ไปเราทำอะไรได้บ้างเพื่อให้อะไรๆ ดีขึ้น

แบ่งปัญหาใหญ่ให้กลายเป็นเป้าหมายเล็กๆ

เด็กมักจะรู้สึกท่วมท้นเมื่อเจอปัญหาที่ซับซ้อน หมอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยสอนให้ลูกรู้จักซอยเป้าหมาย (Goal Setting) โดยเริ่มจาก

วิธีคิดแบบก้าวสั้นๆ เมื่อเจอเรื่องยาก

หากลูกต้องทำการบ้านกองโตหรือเผชิญกับโครงการที่ดูยิ่งใหญ่ ให้สอนเขาแบ่งงานออกเป็นส่วนย่อยๆ ที่ทำสำเร็จได้ง่ายใน 15-30 นาที ความสำเร็จในขั้นตอนเล็กๆ จะช่วยกระตุ้นให้สารเคมีในสมองหลั่งความภาคภูมิใจออกมา ทำให้เขามีพลังใจในการทำขั้นต่อไป

การเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะกับสถานการณ์

ไม่ใช่ทุกปัญหาจะแก้ด้วยวิธีเดียวกัน ต้องสอนลูกให้ประเมินว่าปัญหาไหนควรใช้การลงมือทำทันที (เช่น การขอโทษเพื่อนเมื่อทำผิด) และปัญหาไหนที่ควรใช้การปรับจูนอารมณ์ภายใน (เช่น การทำใจยอมรับผลการแข่งขัน) การแยกแยะนี้เองคือหัวใจของกลยุทธ์เชิงรุก

ข้อดีและประโยชน์ของคุณพ่อคุณแม่ในฐานะโค้ชไม่ใช่คนแก้ปัญหา

สิ่งที่ลูกต้องการมากกว่าการมีคนมาเก็บกวาดปัญหาให้ คือการมีที่ปรึกษาที่คอยอยู่ข้างๆ ในวันที่เขาล้ม วิธีการที่หมออยากแนะนำคือการเป็นกระจกสะท้อนความคิด ลองถามคำถามปลายเปิด เช่น ลูกคิดว่าวิธีไหนจะทำให้เรื่องนี้จบลงได้ดีที่สุด หรือ มีอะไรให้พ่อ/แม่ช่วยให้ลูกทำสิ่งนั้นได้ง่ายขึ้นไหม วิธีนี้จะช่วยฝึกสมองส่วนหน้าของเด็กให้ทำงานหนักขึ้นในการวางแผนและตัดสินใจ

เมื่อไหร่ที่ลูกควรได้รับความช่วยเหลือจากมืออาชีพ

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกแสดงอาการถดถอย เช่น เก็บตัวกะทันหัน อารมณ์แปรปรวนรุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ หรือมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง แม้จะพยายามใช้กลยุทธ์เชิงรุกแล้วแต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น ในกรณีนี้อาจเป็นสัญญาณว่าเด็กกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตที่ซับซ้อนกว่าปกติ การปรึกษากุมารแพทย์ด้านพัฒนาการหรือจิตแพทย์เด็กเป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down